NIO แบรนด์ผู้ผลิตรถยนตืจากจีน ได้เปิดตัว Onvo L60 รุ่นปี 2025 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และห้องโดยสาร โดยเปิดราคาเริ่มต้นไว้ที่ 206,900 หยวน หรือราว ๆ 9.38 แสนบาท มาพร้อมตัวเลือกบริการเช่าแบตเตอรี่ (Baas) ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 149,900 หยวน ประมาณ 6.8 แสนบาท

ในเด้านงานดีไซน์ตัวรถของ Onvo L60 รุ่นปี 2025 ยังคงเหมือนกับในรุ่นที่ผ่านมา ตัวรถนั้นดูมีความลู่ลม มาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า Bentley Raul Pires ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน 2 ชั้น ด้านบนเป็นไฟ DRL LED ที่มาในรูปทรงบูมเบอแรง ส่วนชุดไฟส่องสว่าง LED ด้านล่างจะดีไซนืให้มลักษณะที่เรียวแหลม โดยมีช่องอากาศเข้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านล่าง พร้อมช่องนำอากาศรูปตัว C ทั้งสองด้าน

ขณะที่ด้านข้างตัวถังดีไซน์ให้มีความราบหรู มือเปิดประตูเป็นแบบราบสนิทไปกับตัวถัง มาพร้อมคิ้วโป่งด้านชุดล้ออัลลอยของ Onvo L60 รุ่นปี 2025 จะเปลี่ยนจากแบบทูโทน มาเป็นล้ออัลลอยสีเงินขนาด 20 นิ้ว เพื่อเสริมรูปลักษณ์ให้ดูหรูหรามากขึ้นมากเดิม

ขณะที่ส่วนหลังคาด้านท้ายยังคงมาในสไตล์คูเป้ท้ายลาด ฝาประตูท้ายออกแบบให้เป็นสปอยเลอร์แบบ Duck Taril ในตัว มาพร้อมไฟท้าย LED ที่เป็นแถบเส้นแยกออกจากกันโดยมีชื่อแบรนด์ ONVO และตราโลโก้คั้นไว้ตรงกลาง

โดยทาง Onvo เผยว่าด้วยงานออกแบบดีไซน์ทั้งหมดจะช่วยให้ตัวรถนั้นมีค่าสัมประสิทธิ์การต้านลม อยู๋ที่เพียง 0.229Cd.




สำหรับเฉดสีตัวถังของ Onvo L60 รุ่นปี 2025 จะมีให้เลือกมากถึง 8 สี โดยจะเพิ่มสีให่เข้ามาได้แก่สีทอง Dawn Gold นอกจากนั้นยังมีสีอื่นให้เลือกทั้ง สีม่วง Cloud Purple, สีน้ำเงิน Coastal Blue




สีเขียว Distant Green Mountains, สีส้ม Morning Orange, สีบรอนซ์เงิน Polar Silver, สีขาว Polar Silver และ สีดำ Starry Black

ในด้านขนาดมิติตัวถังความยาวอยู่ที่ 4,828 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,616 มม. และระยะฐานล้อ 2,950 มม.




ด้านภายในห้องโดยสาร ยังคงเหมือนเดิมที่มาในสไตล์มินิมอล โดยจะไม่มีไม่มีปุ่มสั่งงานใด ๆ เลย ในส่วนของแผงแดชบอร์ดของ Onvo L60 รุ่นปี 2025 จะตกแต่งด้วยลายหินอ่อนพรีเมียม



ขณะที่เฉดสีภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือกมากถึง 6 เฉดสีได้แก่ สีน้ำตาลอ่อน Banyan Palm, สีเทา lilac, สีขาว Soft White, สีดำ Yahei โดยจะมีสีให่มเพิ่มเข้ามา 2 สีได้แก่ สีน้ำตาล Warm brown และสีขาว Cloud Rice


โดยในส่วนของแผงคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจอแสดงผล 3K ขนาด 17.3 นิ้ว และมีความบางเพียง 5.35 มม. ไว้สำหรับควบคุมสั่งงาน มาพร้อมกับชิปประมวลผล Nvidia Orin X ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295P

มาพร้อมพวงมาลัยทรงแบนรีที่มีแป้นควบคุมที่เป็นแบบลูกกลิ้งเล็ก ๆ รวมทั้งยัติดกล้องขนาดเล็กไว้ที่บนคอพวงมาลัยที่จะเป้นระบบตรวจสอบความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ นอกจากนั้นยังจะได้รับจอ HUD ขนาด 13 นิ้ว ที่สะท้อนข้อมูลการขับขี่ไปยังกระจกบังลมหน้า มาพร้อมระบบปฏิบัติการ SkyOS ของ Nio

คอนโซลกลางจะมีเพียง แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือที่มีมาให้ 2 ช่อง มาพร้อมช่องเก็บของอีกช่องอยู่ด้านหน้าโดยตรง ด้านหลังมีที่วางแก้ว 2 ช่องพร้อมช่องเก็บของแบบแยกช่อง




ด้านเบาะที่นั่ง เน้นความสะดวกสบาย โดยถูกพัฒนาขึ้นจากทาง Nio โดยจะใช้วัสดุที่เรียกว่า Caretech ที่เป็นมิตรต่อผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และป้องกันแบคทีเรีย โดยผ่านการรับรอง OEKO-TEX 100 ระดับ 1 สำหรับแม่และเด็ก นอกจากนั้นในรุ่นปรับปรุงใหม่ยังได้ติดตั้งโต๊ะพับสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขวา


ขณะที่ผู้โดยสารด้านหลังจะได้รับหน้าจอขนาด 8 นิ้วที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหลังคอนโซลกลาง รวมทั้งยังสั่งงานจากสมาร์ตโฟนจากระยะไกลได้ผ่านแอปพิเคชัน อาทิเช่นสั่งเปิดระบบปรับอากาศที่ทำให้ภายในห้องโดยสารเพิ่มอุณหภูมิขึ้นจาก 0 – 20 องศาในเวลาเพียง 30 วินาที มาพร้อมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่มากับระบบกรอง PM 2.5 และยังสามารถกรองก๊าซคาร์บอนกัมมันต์ และแบคทีเรียได้อีกด้วย


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในยังได้รับชุดไฟ Ambient Light รอบทิศทาง 16 ล้านสี นอกจากนี้ยังมากับระบบเครื่องเสียง Dolby Atmos พร้อมลำโพง 18 ลำโพง, หลังคาพาโนรามิกขนาด 1.9 ตารางเมตร ที่ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ 99.99%


ด้านพื้นที่ท้ายรถตัวรถทาง Nio เผยว่า สามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้ว 2 ใบ / กระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว 2 ใบ และกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว 1 ใบ หรือสามารถนำตู้เย็นขนาด 52 ลิตร เข้าไปวางได้อย่างสบาย


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือกการขับขี่ Nio Onvo L60 จะมากับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงจาก Nio โดยจะได้รับการติดตั้งระบบช่วยนำร่อง NOA ที่มีฮาร์ดแวร์ช่วยขับขี่ 30 ชิ้น รวมถึงรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เรดาร์ 4 มิติ ที่มีระยะตรวจจับสูงสุด 370 เมตร และกล้องขนาด 8 ล้านพิกเซล 7 ตัว ที่อยู่มุมหลังคาทั้ง 4 ด้าน, ด้านในกระจกบังลมหน้า และที่บังโคนหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ที่จะมีความสามารถตรวจจับในระยะทางที่ไกลถึง 370 เมตร มาพร้อมกล้องมองรอบทิศทาง 4 ตัว

ด้านระบบส่งกำลังยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าซิลิคอนคาร์ไบด์ 900V ที่ Onvo พัฒนาขึ้นเอง โดยรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อให้กำลังรวม 340 kW / 456 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม /ชม. ภายใน 4.6 วินาที
ส่วนรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวจะวางงอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 240 kW (322 แรงม้า) แรงบิดสูงถึง 305 นิวตันเมตร
ด้านชุดแบตเตอรี่จะเป็นแบตเตอรี่ Blade มีขนาด 61 kWh และ 85 kWh โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ 525 -555 กม. ส่วนในรุ่นมอเอตร์คู่จะให้ระยะทาง 501 – 525 กม. ขณะที่แบตเตอรี่ขนาด 85 kWh จะให้ระยะทางสูงสุด 730 กม.

สำหรับ Onvo L60 รุ่นปี 2025 ทาง NIO เผยว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ในปรนะเทศจีน
