ยกระดับดีไซน์ตระกูลมังกร BYD สร้างเสียงฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว Great Tang (หรือ Datang) เอสยูวีไฟฟ้าขนาดฟูลไซส์อย่างเป็นทางการในจีน รถรุ่นนี้พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบ Dynasty-D โดยมีขนาดตัวถังใหญ่โตด้วยความยาวกว่า 5.3 เมตร และฐานล้อ 3,130 มม. ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบ “Dragon Face” เอกลักษณ์ของค่าย มาพร้อมแถบไฟหน้า “Dragon Whiskers” มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน เซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา และล้ออัลลอยขนาด 20 หรือ 21 นิ้ว
แบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ วิ่งไกล 950 กม. ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีขุมพลัง Great Tang เป็นรถรุ่นแรกๆ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งมีความหนาแน่นของพลังงานเพิ่มขึ้น 5% และรองรับการชาร์จความเร็วสูงพิเศษระดับเมกะวัตต์ (Megawatt-charging)
รุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้กำลัง 300 kW (402 แรงม้า) และวิ่งได้ไกลสุดขีดถึง 950 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงอันดับต้นๆ ของวงการเอสยูวีไฟฟ้า ส่วนใครที่ชอบความแรง รุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) จะรีดพละกำลังได้มหาศาลถึง 585 kW (784 แรงม้า) ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที โดยยังคงวิ่งได้ไกลถึง 850 กม.
หรูหราขั้นสุด ขับขี่คล่องตัวเกินคาด แม้ตัวรถจะใหญ่โต แต่ Great Tang กลับมีความคล่องตัวสูงด้วยระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel steering) ที่ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร (แคบกว่ารถแฮทช์แบ็กขนาดเล็กอย่าง Mini เสียอีก) นุ่มนวลทุกการเดินทางด้วยช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ DiSus-A
ภายในห้องโดยสารจัดวางเบาะแบบ 2+2+3 รวม 7 ที่นั่ง ให้ความหรูหราด้วยประตูระบบไฟฟ้า เบาะนั่งแบบ Zero-gravity ถึง 4 ตำแหน่ง ลำโพง 27 ตัว ตู้เย็นบิลท์อิน และโต๊ะพับสำหรับผู้โดยสารแถวสอง นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้วยหน้าจอถึง 3 จอบนคอนโซลหน้า และหน้าจอเอนเตอร์เทนเมนต์บนเพดาน ตัวรถยังมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 (“God’s Eye B”) ที่รองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (NOA) ทั้งในเมืองและบนทางด่วน
คาดว่า BYD จะนำรถรุ่นนี้ไปเปิดราคาและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงาน Beijing Auto Show ช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 นี้
