หลังจาก OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) เปิดศักราชปี 2569 ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะกระแสของ JAECOO 5 EV ที่ขึ้นแท่นรถ SUV ยอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดทางค่ายไม่ได้นิ่งนอนใจกับยอดขายที่เติบโต แต่หันมาโฟกัสจุดที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญที่สุด นั่นคือ “บริการหลังการขาย” เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขายรวม 26,000 คันภายในปีนี้

คุณบิล จาง และ คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้บริหารระดับสูง ได้ออกมาเปิดเผยทิศทางใหม่ที่ชัดเจนขึ้น โดยยอมรับว่าบริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์อยู่รอดอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ตัวโปรดักต์เพียงอย่างเดียว
การปรับทัพบริการหลังการขายปี 2569 มีดังนี้:
-
ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม: ตั้งเป้าเปิดศูนย์บริการให้ครบ 80 แห่งภายในกลางปี 2569 เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
-
มาตรฐานซ่อมสีและตัวถัง: เตรียมเปิดตัวโปรแกรม Body and Paint Certified รับรองมาตรฐานอู่ซ่อมสีและตัวถังในเครือ เพื่อความรวดเร็วและงานซ่อมที่มีคุณภาพ
-
แก้ปัญหาอะไหล่ค้างส่ง: ทางค่ายรับทราบถึงปัญหาและกำลังเร่งปรับปรุงระบบจัดการสต็อกอะไหล่ (Parts Management) และการกระจายสินค้า เพื่อลดระยะเวลารอคอยให้สั้นที่สุด
-
ความชัดเจนเรื่องอุปกรณ์เสริม:
-
ทยอยส่งมอบ พรมปูพื้น, คู่มือ, สมุดรับประกัน และสาย V2L ให้ครบถ้วน
-
Wall Charger: จะดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน เดือนเมษายน 2569 นี้
-
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังวางมาตรฐาน 5 เสาหลัก (กำลังคน, ขั้นตอน, อะไหล่, เครื่องมือ, สิ่งอำนวยความสะดวก) เพื่อให้ทุกศูนย์บริการมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เป็นการส่งสัญญาณว่าปีนี้ทางค่ายเอาจริงเอาจังกับการเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ใช้รถชาวไทยกลับมาให้ได้มากที่สุด
สำหรับลูกค้าที่ต้องการนัดหมาย หรือเช็กสถานะอะไหล่ สามารถติดต่อได้ที่ Call Center 02-020-8888 หรือเว็บไซต์หลักของ OMODA & JAECOO
