โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ประกาศปรับลดราคาจำหน่าย OMODA C5 EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบเอสยูวีลงทั้ง 2 รุ่นย่อยลงถึง 200,000 บาท เฉพาะเฉดสีตัวถังสีดำเท่านั้น

ราคา OMODA C5 EV
- OMODA C5 EV Long Range Plus ราคา 899,000 บาท ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท เหลือราคาจำหน้ายที่ 699,000 บาท
- OMODA C5 EV Long Range Ultimate ราคา 949,000 บาท ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท เหลือราคาจำหน้ายที่ 749,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ High-Voltage นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- ฟรี ประกันชั้น 1 นาน 1 ปี
- ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง

สำหรับ OMODA C5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาในรูปแบบเอสยูวีที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ถูกเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ในด้านงานออกแบบจะมาพร้อมสไตล์การออกแบบเทคโนโลยีแห่งอนาคตอันเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ภาษาการออกแบบ “LIGHT OF MOVEMENT”

ด้านหน้าจะมาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป็นไฟ DRL ขนาบข้างอยู่ระหว่างชื่อแบรนด์ O M O D A แบบเรืองแสง ขณะที่ด้านล่างเป็นชุดไฟส่องสว่าง ที่อยู่ในกรอบทรงหัวลูกศรขนาดใหญ่


ด้านข้างตัวรถออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย เพิ่มความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ัดด้วยยาง ขนาด 215/55 R18 หลังคาด้านท้ายดีไซน์ให้มีความลาดเทในสไตล์รถคูเป้ บนหลังติดตั้งแล็คหลังคา และเส่อากาศแบบครีบฉลาม มาพร้อมชุดไฟท้าย LED X-STYLE โดย OMODA C5 EV จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.29 cd

ในด้านขนาดมิติตัวถังจะมีความยาว 4,400 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,588 มม. ระยะฐานล้อ 2,630 มม.และมีระยะต่ำสุดถึงพื้นหรือ Ground Clearance 165 มม.


ภายในห้องโดยสารจะโดดเด่นด้วยหน้าจอดิจิทัลโค้งขนาดใหญ่ 24.6 นิ้ว ที่รวมเอาทั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และหน้าจออินโฟนเทมเมนต์เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ รองรับการเชื่อต่อทั้ง Apple CarPlay กับ Android Auto ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 มาพร้อมระบบ AI เป็นผู้ช่วยผู้ขับขี่



ด้านชุดอุปกรณ์ภายใน ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และระบบกรองฝุ่นละออง PM2.5, ชุดไฟ Ambient Light 256 เฉดสี, แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 50W, ช่องเชื่อมต่อ USB Type A และ USB Type C, ระบบเครื่องเสียงจากทาง SONY พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง, ปุ่ม Push Start, กุญแจรีโมท Keyless Entry ที่สามารถล็อก และปลดล็อกตัวรถอัตโนมัติเพียงเดินเข้าใกล้หรือเดินออกจากรถในระยะไกล ปิดท้ายด้วยหลังคาซันรูฟ ที่มาพร้อมม่านบังแดด

เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าจะได้รับการติดตั้งฟังก์ชั่นระบายอากาศ เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40 นอกจากนั้นยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุ 380 ลิตร และขยายพ้นที่ได้มากถึง 1,075 ลิตรเมื่อพับเบาะด้านหลังลง


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม.ชม. ในเวลา 7.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมดทั้ง ECO, Normal และ Sport


จับคู่กับแบตเตอรี่ 61 kWh ชาร์จเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทางไกล 505 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 110 kW ที่จะให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ในเวลา 28 นาที และรองรับการชาร์จไฟแบบ AC รองรับสูงสุด 11 kW และยังสามารถลุยน้ำลึกได้สูงถึง 45 ซม. เป็นเวลานานถึง 30 นาที นอกจากนั้นยังมากับระบบ V2L ขนาด 3.3 kW ที่ปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรณ์ภายนอกได้




ในด้านระบบความปลอดภัยจะมากับระบบ ADAS+DMS ที่มากกว่า 17 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบป้องกันรถออกนอกเลน, ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และกล้องแสดงภาพแบบ 540 องศา เป็นต้น

OMODA 5 EV 2024 จะมีเฉดสีให้เลือกทั้งแบบทูโทน และโมโนโทน



รุ่น OMODA C5 EV Long Range Plus จะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่สีขาว Lunar white, สีเทา Mercury grey, สีดำ Space black (ปรับลดราคาพิเศษ)






รุ่น OMODA C5 EV Long Range Ultimate จะมีให้เลือก สีขาว-หลังคาดำ Lunar white – black roof, สีแดง-หลังคาดำ Volcanic red – black roof และสีเขียวหลังคาดำ Mint green – black roof, สีเทา Mercury grey, สีดำ Space black (ปรับลดราคาพิเศษ)


ขณะที่เฉดสีภายในจะมีให้เลือก 2 เฉดสี คือสีดำ และสีน้ำเงิน-ขาว (จะมีในเฉดสีตัวถีง สีขาว-หลังคาดำ)
