บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จในปี 2025 ด้วยยอดจำหน่ายรวม 27,007 คัน (เติบโตขึ้น 57%) ผลักดันแบรนด์ก้าวขึ้นสู่อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างเป็นทางการ โดยยอดขายกว่า 80% มาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า นำโดย NEW MG4 ELECTRIC ที่กวาดยอดขายไปกว่า 11,000 คัน
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2026 เอ็มจีตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 30,000 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 5% พร้อมปักธงระยะยาวในการนำพาแบรนด์ก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 โดยเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ (High-quality Growth) เลิกเน้นการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น และหันมาสร้างแบรนด์ให้เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ผ่านกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้
1. เดินหน้าผลิตภัณฑ์แบบ Dual Track เปิดตัวรถใหม่ต่อเนื่อง เอ็มจี ยังคงลุยตลาดทั้งกลุ่มรถยนต์สันดาป, ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า โดยในงานมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะมาถึงนี้ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นรวด ได้แก่:
-
MG IM5: ลุยตลาดพรีเมียมอีวี
-
NEW MG MAXUS 9 MCE: ปรับโฉมใหม่เสริมทัพ e-MPV
-
NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE: อัปเกรดอีวีรุ่นยอดฮิต
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ยังเตรียมเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี
2. ยกระดับบริการหลังการขายแบบ End-to-End เอ็มจีตั้งเป้าขยายศูนย์บริการเป็น 130 แห่งทั่วประเทศ พร้อมดึงเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความโปร่งใสและรวดเร็ว
-
ระบบ e-Workshop & LINE OA: ลูกค้าสามารถนัดหมายและเช็กสถานะการซ่อมได้แบบเรียลไทม์ (เตรียมเปิดใช้กลางปีนี้)
-
การจัดการอะไหล่: ปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38% พร้อมระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ลดปัญหารถค้างซ่อมนาน
-
EV Lifetime Warranty: ยกระดับมาตรฐานการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
3. ดันไทยเป็นฮับส่งออกตลาดยุโรป เอ็มจี เตรียมใช้ฐานการผลิตในประเทศไทย ขยายตลาดส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตคุณภาพระดับสากลภายใต้แนวคิด “Made in Thailand, For the World”
