ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ DENZA D9 รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ MPV รถรุ่นใหม่ของทาง DENZA แบรนด์รถที่อยู่ในสังกัดชายคาของทาง BYD หลังจากที่นำมาโชว์โชว์ครั้งแรกในไทยเมื่อครั้งในงาน Motor Show 2023 (มอเตอร์โชว์ 2023) โดยทางบีวายดี มีกำหนดเปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย BYD DENZA D9 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดยจะมีขึ้นในวันที่ 1 พฤศจืกายนนี้ ลุ้นราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาท

DENZA D9 จะออกมาเป็นคู่ต่อกรกับรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเอ็มพีวีจากบ้านเดียวกันอย่าง ZEEKR 009, MG MAXUS 9, XPENG X9 ที่คาดว่ากำลังจะเข้ามาในเมื่อไทยเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งเจ้าตลาดรถเอ็มพีวีหรูอย่าง Toyota Alphard

สำหรับ DENZA D9 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบเอ็มพีวีลักชัวรี่แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ในด้านงานออกแบบตัวรถจะเน้นความหรูหรา มาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า Into the Meteor Arrow โดดเด่นด้วยชุดกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบ Matrix ที่เป็นวัสดุโครเมียมดีไซน์วางยาวเป็นเส้นตรง

ตรงกลางติดตั้งโลโก้ตรงกลางที่เป็นพื้นสีฟ้า ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมรอบกรอบในส่วนกระจังและชุดไฟหน้าหน้าโครเมียม 
ด้านข้างตัวรถออกแบบด้วยเส้นสายที่ราบเรียบ ประตูคู่บานหลังจะถูกเปิดแบบบานสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมที่กรอบหน้าต่าง มาพร้อมล้ออัลลอยลายก้านซี่ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 235/60 R18

ขณะที่ด้านท้ายตัวรถมากับชุดไฟท้าย LED แบบพาดยาวเต็มพื้นที่ พร้อมติดตั้งสปอยเลอร์หลังคา และไฟเบรกดวงที่สาม

ในด้านมิติตัวรถมีความยาว 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,920 มม. และระยะฐานล้อ 3,110 มม. โดยมีรัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่ 5.95 เมตร


ภายในห้องโดยสารจัดเต็มด้วยความหรูหรา และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน เบาะที่นั่งในเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในจีนจะมีให้เลือกทั้งแบบ 4 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง (2+2+3) โดยในสเปคที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดเมืองไทยนั้นจะเป็นแบบ 3 แถง 7 ที่นั่ง



โดยตัวเบาะจะถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa มาพร้อมระบบอุ่น และระบบระบายความร้อน เบาะแถวที่ 2 ที่เป็นเบาะแบบกัปตันซีท ปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง มาพร้อมฟังก์ชั่นการนวดแบบ 10 จุด


นอกจากนั้นภายในยังถูกตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้วีเนียร์ และวัสดุสีดำ Piano Black ในส่วนแผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full LED ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอ HUD และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว รวมทั้งยังมากับหน้าจอ HUD มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบ Denza Link และรองรับการอัปเกรดแบบ OTA


นอกจากนี้ยังติดตั้งหน้าจอที่หลังเบาะคู่หน้าขนาด 12.8 นิ้ว โดยสามารถสั่งงานฟังก์ชั่นต่าง ๆ รวมทั้งควบคุมสั่งงานตัวเบาะได้จากหน้าจอ Digital Touchscreen ที่ออกแบบดีไซน์ให้เหมือนสมาร์ตโฟนที่ติดตั้งอยุ่ที่ตัวเบาะบริเวณที่เท้าแขน



อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินตลิดเส้นทางด้วยชุดเครื่องเสียงรอบทิศทางจาก Dynaudio พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง


เติมความหรูหราระดับไฮเอทด้วยคันเกียร์แบบคริสตัล, กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน แยกบริเวณด้านหน้าและหลังอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 กุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะ พร้อมระบบ Push Star


รวมทั้งยังติดตั้งตู้แช่เย็นที่อยู่ระหว่างเบาะแถวที่ 2 มาพร้อมที่ชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ติดตั้งแยก และ Wireless Charger ถึง 3 จุด ชุดไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับได้ 128 เฉดสี


ปิดท้ายด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านท้ายมีพื้นเมื่อเปิดประตูท้ายแบบไฟฟ้าขึ้นจะมีพื้นที่เก็บสัมภาะจุด้านท้ายที่มีความจุที่ 410 – 570 ลิตร

DENZA D9 ถูกสร้างขึ้นบน e-platform 3.0 โดยถ้าอ้างอิงจากเวอร์ชันพวงมาลัยขวาที่เปิดตัวในฮ่องกง และสิงคโปร์ที่เป็นการเปิดตัวในย่านอาเซียนครั้งแรกของ DENZA D9 จะมีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่

โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวจะติดตั้งอยู่ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 312 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร ส่วนในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ จะให้กำลัง 374 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 6.9 วินาที

โดยชุดแบตเตอรี่จะมีขนาดที่เท่ากันโดยเป็น แบตเตอรี่ Blade Lithium-ion LFP ขนาด 103.36 kWh รุ่นมอเตอรืไฟฟ้าตัวเดี่ยวชาร์จไฟเต็มจะให้ระยะทางวิ่งไกล 600 กม. (NEDC) ส่วนในรุ่นมอเตอรี์ไฟฟ้าคู่จะให้ระยะทาง 580 กม. (NEDC)

รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW และชาร์จแบบ DC ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 166 kW ให้กำลังไฟจาก 30-80% ในเวลา 10 นาที มาพร้อมระบบ V2L ที่ปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก มาพร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ โดยด้านหน้ามาในช่วงล่างแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมาแบบมัลติลิงค์ มาพร้อมระบบช่วงล่างแบบ DiSus-C

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Level2 มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ของทาง Denza Pilot อาทิ ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้า, ระะเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน, ระบบเตืทอนมุมอับสายตา และถุงลมนิรภับรอบคัน 9 จุด เป็นต้น

สำหรับ BYD DENZA D9 รถ MPV ไฟฟ้า แบบ Luxury พร้อมเปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดยจะมีขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ! สำหรับราคาจำหน่ายนั้นคาดว่าจะจะไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยอิงจากราคาที่เปิดตัวในฮ่องกงล่าสุดนั้นทาง BYD ในฮ่องกงเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นของ DENZA D9 ไว้ที่ 668,350 HKD หรือติดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านบาท
ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งโดยทันที
