ZEEKR Group แบรนด์รถที่อยู่ในสังกัดของทาง Geely ประกา่ศราคาจำหน่ายบ ZEEKR 9X ในตลาดเมืองจีน โดยมีราคาเริ่มที่ 465,900 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 2.12 ล้านบาท

สำหรับ ZEEKR 9X เป็นรถในรูปแบบเอสยูวีครอสโอเวอร์ชองทางแบรนด์ซีคเกอร์ โดยนับว่าเป็นรถรุ่นที่ 8 ของทางแบรนด์ ชูจุดเด่นมากับขุมพลัง PHEV ที่ให้กำลังมากถึง 1,381 แรงม้า มาพร้อมอัตราเร่งที่จัดจ้านเร่ง 0–100 กม../ชม. ในเวลาเพียง 3 วินาที วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 380 กม. และมีระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 1,250 กม.


ในด้านงานออกแบบดีไซน์เมื่อมองแบบผ่าน จะมีความละม้ายคล้ายกับ Rolls-Royce Cullinan ในส่วนของด้านหน้ามากับกระจังหน้าโครเมียมแนวตั้งขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้า LED แบบแยกส่วน (split-type headlamps) ที่จัดวางแบบสมมาตร
อีกทั้งเหนือกระจังหน้าขึ้นไปนั้นยังมีส่วนที่ ZEEKR อ้างว่าเป็นกระจังหน้าแบบฝาพับที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยครอบคลุมพื้นที่ 2.15 ตารางเมตร


ด้านเส้นสายด้านข้างมากับความเรียบหรู ดูภูมิฐาน มือปิดประตูเป็นแบบปกติ ที่สามารถเปิดเประตูได้กว้างถึง 80 องศา รวมทัะ้งยังประตูเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า


เติมความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยชิ้นงานโครเมียมที่เลาะไปตามขอบหน้าต่าง ทั้งด้านบน และล่าง รวมทั้งที่เสา D มาพร้อมบันไดข้างพับเก็บด้วยไฟฟ้า ขณะที่ชุล้อออัอลลยจะมีขนาด 22 นิ้ว แบบ Forged Mirror Finish ที่ผ่านการขัดเงาด้วยมือกว่า 30 ชั่วโมง เพิ่มความหรูหราอีกขั้น

ส่วนด้านท้ายมากับไฟท้าย LED ที่วางเต็มความกว้างของท้ายรถ โดยด้านในไฟท้ายั้นจะประกอบไปด้วยนเม็ดไฟจำนวนที่มากถึง 42,242 จุด ที่ช่วยสร้างเอฟเฟกต์ในแบบ“ท้องฟ้ายามค่ำคืน” นอกจากนั้นในส่วนหลังคาของตัวรถ ยังมาพร้อมกัลหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 3 ช่องใหญ่


ในด้านขนาดมิติตัวรถจะความยาว 5,239 มม. กว้าง 2,029 มม. และสูง 1,819 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 3,169 มม.




ภายในห้องโดยสารของ XZEEKR 9X จะได้รับการออกแบบให้ดูหรูหรา ภูมิฐาน และกว้างขวางโดยมีเนื้อที่มากถึง 6.3 ตร.ม โดยภายในห้องโดยสารจะถูกตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ตามส่วนต่าง ๆ




มีเฉดสีภายในให้เลือก 4 สีได้แก่สีน้ำตาล Amber Brown, สีน้ำเงิน Moon Shadow Blue, สีเทา สลับสีส้ม Night Gilded และสีขาว Polar White


เบาะที่นั่งเป็นแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2) โดยเบาะทุกที่นั่งจะหุ้มด้วยหนัง NAPPA เบาะคู่หน้าพนักพิงศีรษะติดตั้งลำโพงในตัว โดยสามารถปรับเลื่อนตัวเบาะนั่งที่ได้จากชุดควบคุมที่อยู่แผงประตุข้าง นอกจากนี้ SUV คันนี้ยังใช้ปุ่มต่างๆ แทนมือจับประตูแบบเดิมอีกด้วย






ส่วนแถวที่สองของรถใช้เบาะนั่งแบบ Captain Chair 2 ที่นั่ง มาพร้อมที่วางขาไฟฟ้า และโหมด Zero Gravity โดยสามารถหมุนกลับหลังได้ 180 องศา จนกลายเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ อีกทั้งยัง ระบบรองรับหลังส่วนล่างแบบปรับได้ 4 ทิศทาง “รายแรกของโลก” มาพร้อมฟังก์ชันบนวด 22 จุด ทั้งเบาะแถวแรกและแถวที่ 2


ส่วนเบาะแถวที่ 3 สามารถเลื่อนไฟฟ้าได้ระยะมากถึง 140 มม. แบะปรับเอนได้ 135 องศา รวมทั้งยังปรับพับได้ราบเรียบจนกลายเป็นเตียงคิงไซซ์ขนาดใหญ่


ด้านแผงแดชบอร์ดหน้าจะโดดเด่นด้วยหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ที่วางแบบลอยตัว ที่มีมาให้ 2 จอ โดยแต่ละจอจะมีขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมหน้าจอดิจิตอล รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง AI Eva ด้านตัวพวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ที่มีคันเกียร์อยู่ที่หลัง นอกจากนั้ยังมาพร้อมหน้า HUD ที่แสดงภาพเสมือนจริงที่มีขนาด 47 นิ้ว

รวมทั้งผู้โดยสารแถวหลังจะได้รับหน้าจอเพดานแบบพับเก็บได้ ที่มีความคมชัดระดับ 3K โดยจะสามารถเปิด – ปิดได้ในเวลาเพียง 3 วินาที และปรับมุมได้ 5 ระดับโดยมีขนาด 17 นิ้ว

นอกจากนั้นยังได้รับหน้าจอ OLED Magic Control ขนาด 6.3 นิ้ว ที่อย฿่ระหว่างเบาะคู่กลาง มีไว้สำหรับควบคุมหน้าจอสตริมเมอร์

ส่วนคอนโซลกลางจะมีแท่นชาร์จไร้สายให้ถึงสองตำแหน่ง มาพร้อมชุดควบคุมการสั่งงานที่เป็นแบบมือหมุนโดยส่วนห้วจะทำจากคริสตัล





ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ สายชาร์จแบบยืดได้เร็ว ที่ติดตั้งอยู่ที่เบาะแถวี่ 3, ตู้เย็นที่อยู่ด้านล่างหน้าจอ OLED Magic Control, ชุดไฟ Ambilight 16.8 ล้านสี, หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาเปิดได้ขนาดใหญ่ 1.03 ตร.ม. แลมีพื้นที่ส่องผ่านกระจกหลังคาได้มากถึง 1.32 ตร.ม.



พื้นที่เก็บสัมภาะด้านท้ายจะมีความจุ 470 ลิตร เมื่อพับเบบาะลงจะขยายได้มากถึง 2,145 ลิตร รวมทั้งยังออกแบบให้มีช่องเก็บของกระจายตามใจุดต่าง ๆ มากถึง 45 ช่องทั่วทั้งรถ

ด้านระบความปลอดภัย และระบช่วยเหลือการขับขี่ ของ ZEEKR 9X ในรุ่นเริ่มต้นใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ G-Pilot H7 พร้อมเซ็นเซอร์ LiDAR ตัวเดียว และชิป Nvidia Thor-U สำหรับ 700 TOPS

ส่วนในรุ่นท็อปมากับ LiDAR 5ตัว (รวมถึงเซ็นเซอร์ 520-line) และ Nvidia Thor-U SoC 2 ตัวสำหรับ 1,400 TOPS Zeekr เรียกระบบนี้ว่า “รุ่นที่รองรับ L3” รองรับฟังก์ชันนำทางแบบจุดต่อจุดบน Autopilot (NOA) และระบบจอดรถอัตโนมัติ อีกหนึ่งไฮไลท์คือระบบพวงมาลัยฉุกเฉินอัตโนมัติ (AES) ที่สามารถหลีกเลี่ยงการชนที่ความเร็ว 130 กม./ชม.

ด้านขุมพลัง ZEEKR 9X จะเป็นรถเอยูวีรุ่นแรกของทางซีคเกอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรมโมดูลาร์ SEA-S ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับระบบ Super Hybrid System

- ในรุ่นเริ่มต้นจะมากับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 660 kW / 885 แรงม้า) ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. ในเวลา 3.9 วินาที มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาด 55 kWh ให้ระยะทางวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนไกล 300 กม. (CLTC) และมีระยะทางรวม 1,200 กม.

- ส่วนรุ่นกลางจะเหมือนกับในรุ่นเริ่มต้น จะปรับเปลี่นในส่วนของชุดแบตเตอรี่ที่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 70 kWh ส่งผลทำฝห้วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 380 กม. และวิ่งมีระยะทางครอบคลุมไกลถึง 1,250 กม.


- ส่วนในรุ่นตัวท๊อปจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้ถึง 3 ตัว ให้กำลังรวมมากถึง 1,030 kW / 1,381 แรงม้า อีกทั้งยังให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 240 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาด 70 kWh โดยจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 355 กม. และมีระยะทางรวม 1,165 กม.


ZEEKR 9X จะรองรับเทคโนโลยีการชาร์จ 6C ด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 900V ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 20 – 80% ได้ภายใน 8 นาที 21 วินาที

ส่วนระบบช่วงล่างเป็นแบบถุงลม Dual-Chamber มาพร้อมระบบ CDC แบบวาล์วคู่ ที่สามารถปรับแต่งได้ตามสภาวะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับระยะห่างจากพื้นรถได้ 110 มม. โดยจะยกตัวรถขึ้น 30 มม. ในเวลาเพียง 7 วินาที มาพร้อมเหล็กกันโคลงแบบแอคทีฟ 48V ซึ่งช่วยลดการโคลงของตัวถังขณะเข้าโค้ง

สำหรับราคาจำหน่ายของ ZEEKR 9X ในตลาดประเทศจีน จะมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย โดยมีรราคาจำหน่ายดังนี้
- รุ่น Max ราคา 465,900 หยวน (ประมาณ 2.12 ล้านบาท)
- รุ่น Ultra ราคา 485,900 หยวน (ประมาณ 2.21 ล้านบาท)
- รุ่น Hyper ราคา 559,900 หยวน (ประมาณ 2.55 ล้านบาท)
- รุ่น Obsidian Black ราคา 599,900 หยวน (ประมาณ 2.73 ล้านบาท)





สำหรับ ZEEKR 9X ที่เปิดวางจำหน่ายในจีนจะมีเฉดสีตังถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีม่วง Dark Night Purple, สีเงิน Glacier Silver, สีขาว Midnight White, สีดำ Polar Night Black และสีเทา Starry Sky Gray
