Xpeng Motors แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน ได้เปิดตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่าย Xpeng G7 รถยนต์ไฟฟ้าแบบครอสโอเวอร์ ที่เป็นรถลำดับที่ 7 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของแบรนด์ ชูไฮไลท์เด่นที่มากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีรุ่นใหม่ รวมถึงยังมากับระบบ AR-HUD ขนาด 87 นิ้วที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Huawei และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ขับเคลื่อนด้วยภาพทั้งหมดโดยใช้ชิป AI Turing ของบริษัท เปิดราคาเริ่มไว้ที่ 195,800 หยวน หรือปนะมาณ 8.83 แสนบาท

โดย Xpeng G7 เข้าสู่ตลาดในประเทศจีนเพื่อแข่งขันกับ Tesla Model Y และ Xiaomi YU7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ก่อนหน้านี้

สำหรับ Xpeng G7 ของทาง XPENG รุ่นใหม่คันนี้จะถูกวางตำแหน่งให้อยุ่คั้นกลางระหว่าง XPeng G6 และ Xpeng G9 ที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ SUV ของทาง XPENG

ในด้านงานออกแบบดีไซน์จะรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายกับ Xpeng P7+ ที่เป็นตัวสปอร์ตซีดานไฟฟ้าแต่ G7 นั้นจะมีตัวถังเป็นแบบเอสยูวีคูเป้


ในส่วนด้านหน้าจะมากับดีไซน์แบบ X-shaped กระจังหน้าทรงปิดทึบ ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน โดยมีแถบไฟ Daytime Running Light ที่เป็นเส้นวางเลาะตามขอบใต้ฝากระโปรงหน้ายาวไปเกือบถึงซุ้มล้อหน้า


ส่วนชุดไฟส่องสว่างจะอยูู่ในกรอบทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ติดตั้งรวมกับช่องรับอากาศ นอกจากนั้นที่ชายด้านล่างสีดำจะถุกออกแบบให้เป็นช่องรับลมที่เปิด-ปิดแบบแอคทีฟปิดเพื่อลดแรงต้านลมที่จะเข้ามา



ด้านเส้นสายด้านข้างเน้นความไหลลื่นลู่ลมเพื่อลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูที่ราบเรียบไปกับตัวรถ พร้อมตกแต่งกรอบกระจกบานข้างด้วยเฉดสีดำ ด้านชุดล้อเป็นมาในแบบทูโทนปัดเงา ลวดลายเป็นรูปทรงตัว X มีขนาด 18 นิ้ว และ 20 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)


ส่วนที่ด้านหลังแนวหลังคาท้ายมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ เติมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคา ด้านชุดไฟท้ายจจะมาในแบบ Star Ring ที่เป้นเส้นรูปตทรงตัว C ที่ที่เชื่อมต่อกันที่ด้านบน วางเป้นพื้นที่ส่วนท้าย โดยงานดีไซน์ตัวรถทั้งหมดส่งผลทำให้ G7 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.238 Cd


ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,892 มม. กว้าง 1,925 มม. สูง 1,655 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,890 มม.




ภายในห้องโดยสารของ G7 จะมาในสไตล์มินิมอลที่เรียบง่าย แต่แฝงความไฮเทค และล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว โดยจะมีเฉดสีภายในให้เลือก 4 สี ได้แก่สีเทา Gray, สีฟ้า Secret Blue, สีเทาดำ Space Gray และสีส้ม Warm Orange พร้อมกับตกแต่งภายในด้วยการผสมผสานทั้งวัสดุที่เป็นไม้จริง / โลหะ / หนังแท้ และผ้าไมโครไฟเบอร์ที่จะบุอยู่ที่ผนังหลังคาด้านใน


โดยทางเอ็กซ์เผิง เผยว่า G7 จะมีพื้นที่เหนือศีรษะในแถวหน้ามากกว่า Model Y ถึง 48.3% โดยมีพื้นที่ความกว้างของส่วนไหล่สำหรับผู้โดยสารแถวหน้าอยู่ที่ 1,461 มม. (มากกว่า Tesla Model Y ถึง 33 มม.) ขณะที่บริเวณข้อศอกด้านหน้าอยู่ที่ 1,523 มม. และพื้นที่บริเวณสะโพกอยู่ที่ 1,426 มม. โดย G7 จะมีปริมาตรพื้นที่ภายในอยู่ที่ 4.47 ลูกบาศก์เมตร




ในส่วนเบาะที่นั่งของ Xpeng G7 ยังมากับความสะดวกสบายแบบขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเบาะที่ถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa มาพร้อมระบบระบายอากาศ /ระบบทำความร้อน และฟังก์ชันนวด โดยที่ด้านหลังเบาะคู่หน้าจะมีถาดวางที่สามารถพับเก็บได้มาพร้อมจุดยึดแบบแม่เหล็ก



นอกจากนั้นเบาะนั่งแถวที่ 2 ของ Xpeng G7 จะได้รับหน้าจอควบคุมขนาด 8 นิ้ว ที่สามารถปรับอุณหภูมิของระบบปรับอากาส และควบคุมสั่งงานระบบอินโฟเทนเมนต์ นอกจากนั้นยังมาพร้อมที่วางเท้าแขน, ช่องวางแก้วน้ำ และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาให้อีก 1 จุด



ขณะที่ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียงหน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ที่วางแบบแขวนไว้ตรงกลาง เพื่อแสดงข้อมูลการขับขี่ และไว้สำหรับควบคุมระบบความบันเทิง ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8295 G7


โดยไฮไลท์เด็ดของ G7 จะเป็นรถรุ่นแรกของทางแบรนด์ที่มากับหน้าจอ AR-HUD (AR Head-Up Display) แบบใหม่เรียกว่า “Light Pursuit Panorama” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากทาง Xpeng โดยร่วมมือกับทาง Huawei ที่มีขนาดจอใหญ่ถึง 87 นิ้ว โดยจะแสดงภาพแบบเสมือนจริง พร้อมรองรับระบบนำทางแบบ AR คำแนะนำทางแยก ระบบแจ้งเปลี่ยนเลนแบบไดนามิก และฟังก์ชันอื่นๆ


นอกจากนี้ Xpeng ยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ใหม่ VLA-OL ซึ่งผสานการประมวลผลแบบ Motor cortex และ Cerebellum เสริมความสามารถของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้เรียนรู้ และตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์


ส่วนชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับอีกแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายที่วางอยู่บนคอนโซลกลาง โดยมีให้ 2 ช่อง ให้กำลังชาร์จไฟอยู่ที่ 50W, หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก





ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง 7.1.4 พร้อมลำโพง 20 ตัว, ชุดไฟแอมเบี้ยนไลท์รอบห้องโดยสาร 256 สี, กระจกมองหลังแบบดิจิทัลขนาด 9 นิ้ว, กล่องเก็บของอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดความจุ 5.9 ลิตร มาพร้อมรหัสผ่านป้องกัน และหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่


และที่เป็นคุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งของ Xpeng G7 จะถูกออกแบบให้มีพื้นที่เก็บของกระจายต่างจุดต่าง ๆ รอบห้องโดยสาร โดยทางผู้ผลิตเผยว่าจะมีมากถึง 39 ช่อง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บของใต้ที่วางแขนระหว่างเบาะคู่หน้าที่มีขนาดพื้นที่ 10.1 ลิตร



นอกจากนั้นพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุ 819 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะขายพื้นที่ได้มากถึง 2,277 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 37 ใบ



และยังมีช่องตะข่ายสำหรับวางของท้ายรถ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บของลับด้านล่างขนาด 120 ลิตร รวมทั้งยังมี Frunk ที่ด้านหน้าที่สามารถใส่น้ำลงไปได้ โดยมีความจุอยู่ที่ 42 ลิตร


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน G7 จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวไว้ที่คู่ล้อหน้า กำลังสูงสุด 218 kW / 292 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 ในเวลา 6.5 วินาที



โดยจะมีแบตเตอรี่ LFP ให้เลือก 2 ขนาด แบบแรกมีความจุ 68.5 kWh และแบบที่สองมีความจุสูงสุด 80.8 kWh รถสามารถวิ่งได้ 602 – 702 กม. (CLTC) ด้วยล้อขนาด 18 นิ้ว และ 577 – 677 กม. ด้วยล้อขนาด 20 นิ้ว (CLTC)


มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จ 5C ที่ชาร์จไฟเพียง 10 นาทีให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 436 กม. นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน V2L ด้วยกำลังไฟ 6 kW

ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบมาให้มีความสบายโดยมีระบบ AI ที่วิเคราะห์สภาพถนนข้างหน้า และปรับเปลี่ยนตามเวลาจริง โดยความเร็วในการตอบสนองอยู่ที่ 200 มิลลิวินาที โดยทาง Xpeng อ้างว่าระบบนี้สบายกว่าระบบกันสะเทือนของ Mercedes-Benz GLE และ Model Y

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบบช่วยเหลือการขับขี่ ของ Xpeng G7 จะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่ XNGP รุ่น G7 Ultra ขับเคลื่อนด้วยชิป Turing AI 3 ตัว ที่ได้รับการพัฒนาโดย Xpeng รวมทั้งยังได้รัลบกรติดตั้ง กล้อง 11 ตัวรอบคัน และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ L3






สำหรับ Xpeng G7 ที่เปิดวางจำหน่ายในจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีบรอนซ์เงิน Crescent Silver, สีดำ Dark Night, สีเขียว Interstellar Green, สีขาว Nebula White, สีเทา Starry Day Gray และสีเบจ Yunbeimi




ราคาจำหน่ายของ Xpeng G7 จะมีให้เลือก 3 รุ่น
- Xpeng G7 Max 602 km ราคาเริ่มที่ 195,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 8.83 แสนบาท
- Xpeng G7 Max crossover 702 km ราคาเริ่มที่ 205,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.28 แสนบาท
- Xpeng G7 Ultra 702 km ราคาเริ่มที่ 225,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.01 ล้านบาท
