
XIAOMI Auto แบรนด์รถรายใหม่หลังจากที่ได้เปิด Xiaomi SU7 รถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกของทางแบรนด์เมื่อปลายปี 2023 ล่าสุดที่ในงานครบรอบ 15 ปีของ เสี่ยวหมี่ทาง Lei Jun ซึ่งเป็น CEO ของทางแบรนด์ ได้เปิดตัว พร้อมเผยรายละเอียดโดยรวมของ Xiaomi YU7 รถเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกของทางบริษัท และถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ของทางแบรนด์ XIAOMI Auto ก่อนที่จะเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 ที่จะถึงนี้

YU7 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในตัวถังเอสยูวี ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Modena โดยมีความยาว 4,999 มม. ความกว้าง 1,996 มม. และความสูง 1,608 มม. พร้อมฐานล้อ 3,000 มม. โดยจะมีน้ำหนักตัวรถจะอยู่ระหว่าง 2,140 กก. ถึง 2,460 กก. (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)




โดยทางบริษัทเผยว่า YU7 จะมีเแดสีให้ลูกค้าได้เลือกมากถึง 9 สี ด้วยกัน โดยในช่วงแรกที่เผยโฉมออกมาให้เห็นก่อนเปิดวางจำหน่ายจะมี 3 สีด้วยกันได้แก่ สีเขียว Emerald Green ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีมรกตของประเทศโคลอมเบีย มาพร้อมสีส้ม Lava Orange และสีไททาเนียมเมทัลลิก Titanium


โดยงานดีไซน์ตัวรถของ SU7 จะออกแบบให้มีช่องลมรอบตัวรถมากถึง 10 จุด และช่องระบายอากาศ 19 ช่อง เพื่อจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศทั่วทั้งรถ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเป็นพิเศษที่ 0.245




ขณที่ในส่วนของหน้าตาจะถูกถอดแบบมาจาก SU7 ที่เป็นเวอร์ชันซีดานมาทั้งชุด โดยด้านหน้าจะติดตั้งชุดไฟหน้าทรงหยดน้ำดีไซน์โฉบเฉี่ยว ส่วนชุดกันชนหน้าขนาดใหญ่มาพร้อมช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟ ที่ปรับอัตโนมัติได้ถึง 100 ระดับ ที่จะช่วยต้านลมและกระจายความร้อนต่ำ ลดจำนวนการนับลง 18 ระดับ

พร้อมตกแต่งด้วยกรอบสามเหลี่ยมที่มุมทั้ง 2 ฝั่งของตัวกันชนหน้า ขณะที่ในส่วนของฝากระโปรงหน้าจะเป็นวัสดุแบบอลูมิเนียมที่มีขนาด 3.11 ตร.ม.



เส้นสายด้านข้างจากตัวถังซีดานในรุ่น SU7 ปรับขยายให้มาเป็นตัวถังเอสยูวีสไตล์คูเป้ท้ายลาด ส่วนมือจับประตูมา่ในแบบซ่อนที่ราบเรียบไปกับตัวรถ โดยเมื่อเข้าไปใกล้ตัวรถ ในส่วนที่ราบกับตัวถังจะพับเข้าด้านในแบบอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ พร้อมกับเรืองแสง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบ UWB (Ultra Wideband) ที่สามารถปลดล็อกรถและเปิดฝากระโปรงหลังผ่านสมาร์ทโฟนได้ ขณะที่ในส่วนของกระจกบานข้างจะมาในแบบไร้กรอบ Frameless


ด้านล้อจะมีขนาด 19 และ 20 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) มาพร้อมคาร์ลิเปอร์เบรกสีเหลือง แบบ 4 พอตที่ด้านหน้าของทาง Brembo


ส่วนที่ด้านท้ายก็จะมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับ SU7 ที่มากับไฟท้าย LED แบบ Halo Ring ที่ออกแบบเป็นรูปตัว C ที่วางพาดเชื่อมกันเต็มพื้นที่ด้านหลัง แต่ YU7 จะปรับขนาดความกว้างให้มากขึ้น


รวมทั้งยังติดดั้งสปอยเลอร์ท้ายไฟฟ้าแบบแอ็คทีฟฝังแนบเป็นชิ้นเดียวกับฝาท้าย ทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อมีความเร็วมากกว่าเพื่อไหลเวียนอากาศโดยออกแบบให้มีมุมองศาที่ตั้งขึ้น 22° เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศที่ดี และลดแรงต้านลม อีกทั้งยังคำนึงถึงความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสปอยเลอร์อีกชิ้นที่ติตดั้งอยู่บนหลังคาเหนือกระจกบังลมหลัง



ด้านห้องโดยสารของ Xiaomi YU7 จะโดดเด่นด้วย จอแสดงผลแบบพาโนรามา Xiaomi Sky Screen ที่จะมากับยแผงหน้าปัดมีหน้าจอ “ HyperVision ” กว้าง 1.1 เมตรประกอบด้วยหน้าจอ Mini LED จำนวน 3 จอที่มีความละเอียดระดับเรตินา 108 PPD ระบบนี้ผสานรวมข้อมูลการขับขี่ สื่อ การถ่ายภาพจุดบอด และวิดเจ็ตที่ปรับแต่งได้

โดย YU7 จะมีตัวควบคุมโดเมนแบบ 4-in-1 ที่ผสานรวมห้องโดยสาร ระบบช่วยขับขี่ ระบบควบคุมรถยนต์ และระบบสื่อสาร รองรับโดยชิป Snapdragon 8 Gen 3 (กระบวนการ 4 นาโนเมตร) เพื่อการบูตที่รวดเร็วใน 1.35 วินาที และการอัปเดตแบบไร้สายในเวลาเพียง 15 นาที


นอกจากนั้นที่บนแผงคอนโซลหน้าจะได้รับการติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มาพร้อมคันเกียร์ที่อยู่ด้านหลัง ด้านคอนโซลกลางออกแบบเน้นความเรียบง่าย โดยจะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายให้ 2 จุด และที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง


เบาะที่นั่งจะหุ้มด้วยหนัง Nappa โดยจะมีเฉดสีภายในให้เลือก 3 สีได้แก่สีเทา Pine Gray, สีส้ม Coral Orange และสีน้ำเงิน Dusk Blue ตัวเบาะคู่หน้ามาในแบบ Zero Gravity ซึ่งปรับเอนได้ 123 องศา มาพร้อมฟังก์ชันนวด 10 จุด ส่วนเบาะที่นั่งด้านหลัง ปรับเอนด้วยไฟฟ้าได้มากถึง 135 องศา





โดยจะมีพื้นที่วางขา หรือ Leg Room 73 มม. และพื้นที่ Head Room 77 มม. นอกจากยังมีหน้าจอสัมผัสขนาด 6.68 นิ้ว ที่ไว้สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ, ระบบมัลติฟังก์ชัน และระบบนำทาง

อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ที่มีความจุมากถึง 141 ลิตร โดยในตัวฝากระโปรงหน้านั้นจะสามารถเปิด-ปิดไฟฟ้า ช่วยให้หยิบ และวางสิ่งของได้สะดวกยิ่งขึ้น



อีกทั้งตัวเบาะด้านหลังยังปรับพับได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ YU7 จะมีให้เลือก 3 รูปแบบ
- YU7 RWD ที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียววางอยู่ด้านหลังให้กำลัง 235 kW /315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 528 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 5.88 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 96.3 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 835 กม.
- YU7 Pro AWD มากัมอเตอร์คู่ ให้กำลังรวม 365 kW /489 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 4.27 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 96.3 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 770 กม.
- YU7 Max AWD มากัมอเตอร์คู่ 508 kW / 681 แรงม้า แรงบิด 866 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 3.23 วินาที ความเร็วสูงสุด 253 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ NCM 101.7 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 760 กม.

โดยทุกรุ่นจะมากับสถาปัตกรรม 800V ของ Xiaomi และใช้มอเตอร์ V6s Plus ทำให้สามารถชาร์จด้วยความเร็ว 5.2C ซึ่งเพิ่มระยะทางวิ่งได้ 620 กม. ในเวลา 15 นาที



ในด้านระบบความปลอดภัย ตัวรถจะมากับโครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากโครงเหล็ก Ultra-high-strength steel 2200 MPa ที่พัฒนาโดยร่วมมือกับพันธมิตรทางวิชาการ โดยมีโครงหน้าอลูมิเนียมหล่อแบบชิ้นเดียว 20 จุด มาพร้อมตัวถังไฮบริดเหล็ก-อะลูมิเนียมที่เรียกว่า “Armour cage” อีกทั้งชุดแบตเตอรี่ยังหุ้มด้วยดครงพิเศศพิเศษทนต่อกระสุนปืนได้




ขณะที่รับช่วยเหลือการขับขี่ทุกรุ่นมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ LiDAR และ ชิป Nvidia Drive AGX Thor (700 TOPS) มาพร้อมเรดาร์ 4D mmWav และกล้องะกล้องเคลือบพิเศษป้องกันแสงสะท้อน (ALD-coated) โดยเอสยูวีไฟฟ้าตัวรุ่นใหม่นี้จะมากับระบบช่วยขับอัตโนมัติที่พัฒนาโดย Xiaomi



สำหรับ Xiaomi YU7 จะออกมาเป็นคู่แข่งตัวใหม่โดยตรงกับ Tesla Model Y ที่ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีน ขณะที่สนนราค่จำหน่ายนั้นทาง XIAOMI Auto จะประกาศราคาอย้่างเป้นทางการของ YU7 ในช่วงเดือนกรกรฎาคม ที่จะถึงนี้



ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
