Wuling (วู่หลิง) แบรนด์รถยนต์ที่อยู่ภายใต้ความร่วมมือของทาง SAIC-GM-Wuling (SGMW) หลังจากเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ที่ได้เปิดตัววางจำหน่าย Wuling Starlight ซีดานตัวใหม่ในจีน ที่มีมาให้เลือกทั้งในรูปแบบไฟฟ้า 100% แล ปลั๊กอินไฮบริด

มาในปี 2024 นี้ ทางวู่หลิง เพิ่มทางเลือกใหม่ในรถตระกูลซีรีส์ Starlight ด้วยการเปิดตัว Wuling Starlight S เอสยูวีสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ ชูดจุดเด่นเป็นรถ SUV ที่มีพิ้นที่ขนาดใหญ่ มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ทั้งในรุปแบบ EV และ PHEV

ราคาจำหน่ายของ Wuling Starlight S
- Wuling Starlight S PHEV 60 กม. ราคา 99,800 หยวน (4.78 แสนบาท)
- Wuling Starlight S PHEV 130 กม. ราคา 109,800 หยวน (5.26 แสนบาท)
- Wuling Starlight S PHEV 130 กม. ราคา 119,800 หยวน (5.74 แสนบาท)
- Wuling Starlight S EV 510 กม. ราคา 119,800 หยวน (5.74 แสนบาท)
- Wuling Starlight S EV 510 กม. ราคา 129,800 หยวน (6.22 แสนบาท)


สำหรับ Wuling Starlight S เป็นรถรุ่นที่ 2 ที่ใช้แพลตฟอร์ม Tianyu D ของ SGMW ที่เหมือนกับในรุ่นซีดาน โดยมีขนาดความยาว 4,745 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,680 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,800 มม.


ในด้านงานออกแบบกระจังหน้าแบบปิดทึบ มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบ Star Wing ที่มาในรูปทรงคล้ายเลข 7 นอกจากนั้นยังตกแต่งด้วยแถบสีดำตามส่วนต่าง ๆ เพื่อเติทมลุคให้ดูมีความดุดัน ทั้งที่ตัวกันชนหน้า, ซุ้มล้อ, กาบบันไดข้าง และราวแล็คหลังคา


ในขณะเดียวกันก็เสริมความหรูหราเล็ก ๆ ด้วยคิ้วโครเมียมที่สเกิร์ตข้าง, ด้านล่างของวกรอบหน้าบานข้าง สิ่งที่น่าสนใจคือตัวรถยังคงใช้มือจับประตูแบบเดิม ซึ่งต่างจากรถจากประเทศจีนที่นิยมหันมาใช้มื่อเปิดประตูแบบราบเรียบไปกับตัวรถ


ส่วนหลังคาด้านท้ายมาในแบบลาดเท มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังคาทรงสปอร์ตที่ตรงกลางดีไซน์ให้เป็นลอน พร้อมติดตั้งชุดไฟเบรกดวงที่ 3 ไว้ตรงกลาง ขณะที่ชุดไฟท้ายจะเป็นแบบ LED แยกซ้าย-ขวา ดีไซน์ลวยลายคล้ายกับสายไฟฟ้า



ภายในจะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว Light Sand, สีดำ Dark Black และสีน้ำตาล Coconut Brown โดยจะได้รับการตกแต่งด้วยด้วยวัสดุหนังที่คอนโซลหน้า คอนโซลกลางบริเวณ ที่วางแขน และแผงประตู อีกทั้งยังแซมด้วยัสดุลายไม้ที่กรอบมือเปิดประตู และแผงแดชบอร์ด

ในส่วนแผงคอนโซลหน้าจะถูกติดตั้งเพียงแผงหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมขนาด 8.8 นิ้ว ที่ถูกวางแบบลอยตัว อยู่ด้านหลังพวงมาลัยมาในทรง D-Shape ตรงกลางโดดเด่นด้วยหน้าจอควบคุมกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ที่วางลอยตัวเช่นกัน รองรับระบบปฏิบัติการ Ling OS ในตัว รวมถึงรองรับการอัปเดต OTA มาพร้อมระบบการจดจำเสียง

ด้านคอนโซลกลามีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกวางเชื่อมต่อดกับคอนโซลหน้าในลักษณะเฉียง ด้านล่างจะเป็นช่องวางสำหรับวางสิ่งของเล็ก ๆ ส่วนด้านบนจะเป็นช่องวางแก้วน้ำ 2 ช่อง และแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มาให้ 2 ตำแหน่ง

เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง เบาะนั่งคนขับปรับทุกรุ่นย่อยปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบทำความร้อน/ระบายอากาศ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังมีระบบทำความร้อน พร้อมทั้งสามารถปรับเอนได้สูงสุด 127 องศา

นอกจากนั้นยังออกแบบให้มีช่องเก็บของตามส่วนต่าง ๆ ภายในตังวรถที่มากถึง 23 ช่อง มาพร้อมหลังคาซันนรูฟแบบพาโนรามิกขนาด 1.18 ตร.ม. ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยู่ที่ 610 ลิตร และขยายเป็น 1,768 ลิตรเมื่อพับเบาะด้านหลังลง

นอกจากนี้ยังได้รับถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และยังได้รับการติตดั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Level 2

ในด้านพละกำลังขับเคลื่นของ Wuling Starlight S จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ เริ่มจากระบบส่งกำลังแบบ PHEV ที่จะมากับระบบปลั๊กอินไฮบริด Lingxi ของ SGMW ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร NA ที่ให้กำลัง 78 kW (105 แรงม้า) แรงบิด 130 นิวตันเมตร มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 kW (201 แรงม้า) แรงบิด 310 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ E-CVT ตัวรถจะทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม.


โดยจะมีแบตเตอรี่ให้ลือก 2 ขนาดความจุ ได้แก่ 9.5 kWh และ 20.5 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน ได้ระยะทาง 60 กม. และ 130 กม. ตามลำดับ (CLTC) มาพร้อมความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 53 ลิตร โดยทางวู่หลิง เคลมว่าถ้าน้ำใันเต็มถัง + แบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็มจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,100 กม.



ส่วนในรุ่น EV จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 150 kW (201 แรงม้า) แรงบิด 310 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 175 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต Shenlian 2C ขนาด 60 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งไกล 510 กม. (CLTC) รองรับกาาร์จไฟ DC ขนาด 2C ที่ชาร์จเพียง 15 นาที ได้ระยะทาง 200 กม. พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC ที่ชาร์จไฟเต็มในเวาล 10 ชม.

Wuling Starlight S จะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว Star White, สีน้ำเงิน Interstellar Blue, สีเทา Star Grey และ สีทอง Star Gold
