VOYAH แบรนด์รถของทาง Dongfeng Motor Corporation (DMC) ได้เปิดตัวรถมินิแวน Dream รุ่นปี 2026 ที่ได้รับการปรับปรุงอัปเกรดในด้านพละกำลังใหม่ โดยในรูปแบบ PHEV วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 350 กม. ส่วนในรูปแบบไฟฟ้า 100% ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกล 700 กม. โดยจะมีให้เลือก 8 รุ่นย่อย เปิดราคาในประเทศจีนไว้ดังนี้

- VOYAH Dream Kunpeng Pro PHEV ราคา 329,900 หยวน (ประมาณ 1.5 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Kunpeng Max PHEV ราคา 359,900 หยวน (ประมาณ 1.63 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Kunpeng Max EV ราคา 369,900 หยวน ((ประมาณ 1.68 ล้านบาท)
- VOYAHDream Qiankun Pro PHEV ราคา 359,900 หยวน (ประมาณ 1.63 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Qiankun Max PHEV ราคา 389,900 หยวน (ประมาณ 1.77 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Qiankun Max EV ราคา 399,900 หยวน (ประมาณ 1.82 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Qiankun Ultra PHEV ราคา 429,900 หยวน (ประมาณ 1.95 ล้านบาท)
- VOYAH Dream Qiankun Ultra EV ราคา 439,900 หยวน ((ประมาณ 2.002 ล้านบาท)

VOYAH หรือชื่อในภาษาจีนจะถูกเรียกว่า Lantu ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูของของทาง Dongfeng Motor Corporation (DMC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา โดย VOYAH Dreamer ถูกเปิดตัวออกมาเมื่อในปี 2022 ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2024 ก็ได้รับการปรัะบโฉมใหม่ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีของ Huawei รถรุ่น Dream ซึ่งภายในระยะเวลา 12 เดือน สามารถสร้างยิดขายไปได้มากถึง 85,627 คัน


สำหรับ VOYAH Dream เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง รุ่นปี 2026 ใหม่นี้ ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้นยังคงเดิมเหมือนกับเมื่อปีที่ผ่านมา กระจังหน้ามาในดีไซน์แบบน้ำตกที่เป็นแถบโครเมียมแนวตั้ง 34 แถบ ซึ่งมีความหมายถึงเขตการปกครองระดับมณฑล 34 แห่งของประเทศจีน ชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวแหลม

เส้นสายด้านข้างเน้นความเรียบหรู ประตูข้างเปิดแบบบานสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมตามส่วนต่าง ๆ ทั้งที่ชายขอบประตูด้านข้างที่มาในรูปตัว รวมถึงกรอบหน้าต่างบานข้าง อีกทั้งยังมาพร้อมกับชุดล้ออัลลอยลายใหม่

ส่วนด้านท้ายมากับชุดไฟท้ายแบบเมทริกซ์ เสริมด้วยแถบโครเมียมที่คาดยาวมาอยู่ด้านท้ายรถ มาพร้อมโลโก้แบรนด์ V O Y A H ไว้ตรงกลาง

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 5,315 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,820 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,200 มม.




ภายในห้องโดยสารของ VOYAH Dream โดยในรุ่นปี 2026 จะเพื่อเฉดสีภายใน มีให้เลือกถึง 4 เฉดสีได้แก่ สีน้ำตาล Camel Brown, สีเทา Cloud Gray, สีขาว Purple Rice และสีดำ Xuanqing





ตัวเบาะที่นั่งยังคงเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (2+2+3) เบาะนั่งแถวที่สองตัวเบาะจะเป็นแบบ Zero-Gravity ปรับด้วยไฟฟ้ามาพร้อมที่พักขาปรับได้ 4 ทิศทาง รวมถึงติดตั้งฟังก์ชันอุ่นเบาะ, ระบบระบายอากาศ และระบบนวด 26 จุด โดยจะถูกสั่งงานจากหน้าจอควบคุมขนาด 6 นิ้วที่อบู่บริเวณที่วางแขน นอกจากนั้นยังติดตั้งโต๊ะพับขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังเบาะคู่หน้า


ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 จะรองรับการปรับไฟฟ้า (มุมพนักพิง ปรับตำแหน่งไปข้างหน้า/ข้างหลัง) และระบบทำความร้อน โดยตัวเบาะสามารถเลื่อนไปมาได้ 175 มม. พร้อมปรับเอนพนักพิงได้ 122 องศา

โดยพื้นที่เก็บของด้านท้ายที่มีความจุมากถึง 502 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะนั่งแถวที่ 3 ลงด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว จะขยายพื้นที่ได้มากถึง 2,700 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วจำนวน 8 ใบ


แผงแดชบอร์ด VOYAH Dreamer รุ่นปี 2026 จะได้รับการออกแบบใหม่ตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ มาพร้อมแผงหน้าปัด LCD ที่วางแบบแยกเดี่ยวอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสามก้าน


นอกจากนั้นในจะมากับหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS จาก Huawei รวมทั้งยังได้รับจอแสดงผลแบบ Head-up Display ขนาด 29 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Augmented Reality

ส่วนผู้โดยสารแถวสองจะได้รับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ติดตั้งบนเพดาน โดยมีความคมชัดระดับ 3K


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับแท่นสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังการชาร์ตไฟ 50W 2 ตำแหน่ง มาพร้อมเครื่องเสียงพร้อมลำโพงคุณภาพสูง 22 ตัว, ชุดไฟ Ambient Light, หลังคาซันรูฟคู่ขนาดใหญ๋, ระบบกลิ่นหอมบนรถ และระบบควบคุมด้วยเสียง, และม่านบังแดดไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมากับช่องที่สามารถทำความร้อนตั้งแต่ 30°C ถึง 50°C และความเย็นได้ ตั้งแต่ -6°C ถึง 15°C โดยมีขนาดความจุอยู่ที่ 13 ลิตร ซึ่งจะวางอยู่ใต้คอนโซลกลางด้านหลังระหว่างเบาะคู่หน้า



VOYAH Dream รุ่นปี 2026 มาพร้อมกับการปรับแต่งใหม่จะเป็น MPV รุ่นแรกของโลกที่ติดตั้ง ADS4 มาพร้อม LiDAR 192 เส้น และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว การผสมผสานนี้รองรับฟังก์ชันนำทางอัตโนมัติ (NOA) บนทางหลวงและถนนในเมือง นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันพวงมาลัยฉุกเฉินอัตโนมัติ (AES) และเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)


ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ VOYAH Dream รุ่นปี 2026 ยังคงเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมาโดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบ PHEV และ BEV โดยในทุกรุ่น ทุกรูปแบบจะแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ทั้งนี้ในรุ่นปี 2026 จะได้รับการเกรดขุมพลังใหม่ให้มีระยะทางวิ่งไกลขึ้นกว่าเดิม

ในรูปแบบ BEV (ไฟฟ้า 100%) จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวม 405 kW / 543 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ Ternary NMC ที่มีขนาดความจุ 108.73 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทาง 700 กม. (CLTC)


ส่วนในรูปแบบ PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด) จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5T ที่ให้กำลัง 110 kW / 148 แรงม้า งานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ามอเตอร์คู่ที่มีกำลังรวม 480 kW / 644 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 62.5 kWh วิ่งในโหใดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกล 350 กม. (CLTC)




สำหรับเฉดสีภายนอกจะมีให้เลือก 6 เฉดสีแบ่งเป้นสีโมโนโทนได้แก่ สีขาว Du Ruobai, สีม่วง Sunburst Purple, สีเขียว Huiyueqing และสีดำ Xuanying Black


นอกจากนั้นยังมีแบบทูโทนได้แก่สีเขียวหลังคาขาง Haiyuejin และ สีแดงหลังคาขาว Golden Red
