โตโยต้า ประเทศไทย สร้างเซอร์ไพรส์เปิดตัว Toyota HILUX TRAVO-e รถกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของ HILUX มาในรูปแบบ Double Cab 4TREX 4 ประตู ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Dual Motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ All-Wheel Drive ที่ให้กำลัง 144 kW / 196 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออขนาดความจุ 59.2 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 315 กม.

ราคาจำหน่าย Toyota HILUX TRAVO-e (ผลิตในประเทศไทย)
- Toyota HILUX TRAVO-e Double Cab 4TREX ราคา 1,491,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ จาก โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota care PHYD
จองภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 รับฟรี ! คูปองชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท จาก EV Station PluZ และ Luxury Hotel Voucher ของ The Standard Pattaya Na Jomtien มูลค่า 7,700 บาท

สำหรับ Toyota HILUX TRAVO-e เป็นรถกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของ HILUX ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งตามแบบฉบับ HILUX เข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนแนวคิด Muli-Pathway สมรรถนะสูง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดย HILUX TRAVO-e มีให้เลือกเฉพาะรุ่น Double Cab 4TREX เท่านั้น


งานออกแบบดีไซน์ภายนอก กระจังหน้าแบบปิดมทึบ โดยมีแถบสีดำวางอยู่ด้านบน พร้อมติดชื่อแบรนด์ T O Y O T A ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว มาพร้อม Daytime Running Light ที่วางอยู่ใมนโคมเดียวกัน

ถัดลงมาด้านล่างจะมีช่องรับลมขนาดใหญ่ โดยมีไฟตัดหมอกหน้า LED อยู่ในกรอบทรงเหลี่ยมอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง เสริมลุคแบบรถสายนลุยด้วยการ์ดกันกระแทกสีเงิน






เส้นสายด้านข้างมากับฝาครอบกระจกมองข้างสีดำเงาพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว และปรับพับ ด้วยระบบไฟฟ้า, มือเปิดประตูภายนอก สีดำเงา มาพร้อมคิ้วขอบกระจกประตูสีดำ นอกจากนั้ยังติดตั้งบันไดข้าง และบันไดข้างที่กระบะท้าย ขณะที่ชุดล้อออัลอยจะมีขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 265/65 R17

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 5,320 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,800 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,085 มม. โดยมีระยะต่ำสุดถึงพื้นอยู่ที่ 215 มม. รองรับการลุยน้ำลึกได้ถึง 700 มม.

ขณะที่กระบะท้ายมีความยาว 1,555 มม. กว้าง 1,540 มม. สูง 480 มม. มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.4 เมตร และรองรับน้ำหนักบรรทุก 715 กม.



ภายในห้องโดยสารจะออกแบบให้มีความกว้างขวาง มาพร้อมชุดอุปกรณ์ที่ไฮเทค แผงแดชบอร์ดติตดตั้งมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 3 ก้านขนาดใหญ่ ทีเป็นพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS =โดยมีหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว วางตรงกลางคอนโซลหน้า รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย มาพร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และระบบ T-CONNECT


ตัวเบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Softex เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลัง ยกพับขึ้น แยก 60 : 40 มาพร้อมที่วางแขนตรงกลาง



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ คันเกียร์ไฟฟ้า e-Shifter, ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ด้านหน้า-ด้านหลัง 5 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ 12V 1 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ 220V 1 ตำแหน่ง, ชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง, แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Brake Hold, ปุ่มสตาร์ท Push Start Button และระบบกุญแจ Smart Keyless Entry

ด้านขุมพลังขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์คู่ Dual Motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ All-Wheel Drive ที่ให้กำลัง 144 kW /196 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออขนาดความจุ 59.2 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 315 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) มีโหมดการขับขี่ Eco / Normal / Sport

มีหัวชาร์จแบบ Type 2 / CCS Combo รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุดที่ 10 kW และ แบบ DC สูงสุดถึง 125 kW ให้กำลังไฟจาก 20-80% ในเวลา 30 นาที

มาพร้อมกับ DIAMOND GUARD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปกป้องแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแผ่นปิดเสริมความปลอดภัย ทั้งด้านหน้า และใต้ท้องรถ แบตเตอรี่ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูป Diamond Shape ช่วยลดความเสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรมระหว่างการใช้งาน เสริมความปลอดภัยจากการกระแทกรอบทิศทางด้วยโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก

นอกจากนั้นเทคโนโลยี Dynamic Cloud สำหรับ TRAVO-e ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุม การทรงตัว และความนุ่มนวลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะ และความสบายในทุกมิติ เพิ่มจุดเชื่อมพื้นตัวถัง เพื่อเสริมความแข็งแรงของห้องโดยสาร ปรับปรุงการทรงตัว และเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
อีกทั้งยางรองตัวถังยังมาในแบบ Shear Type ที่ลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร แกนพวงมาลัยขนาดใหญ่ ช่วยให้ควบคุมได้เฉียบคม ตอบสนองดี และลดแรงสั่นสะเทือนระบบ

ขณะที่ระบบช่วงล่างออกแบบใหม้มีความนุ่ม หนึบ เกาะถนน ด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และ เหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบ De-Dion ที่ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง นุ่มนวล เสริมสมรรถนะการควบคุม มาพร้อมระบบเบรกด้านหน้าทั้งด้านหน้า และหลัง
โดยตัวแบตเตอรี่จะติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเฟรม ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มความมั่นคงและสมดุลของรถ มาพร้อมระบบ MTS (Multi-Terrain Select) ที่ปรับการทำงานของรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวถนนที่หลากหลาย

ด้านระบยบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะได้รับระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC แบบ A-TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDA พร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ, ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน, ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน, ระบบควบคุมเฟืองท้าย, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยลดความเร็วอัตโนมัติก่อนเข้าโค้ง , ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติด้านหน้า-ด้านหลัง, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-หัวเข่าคนขับ)


Toyota HILUX TRAVO-e ที่เปิดวางขายในไทยจะมาพร้อม 2 สีให้เลือก ใหม่! สีเทา ASH และสีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA
