สำหรับการแข่งขันรายการ IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHEAST ASIA TROPHY 2023 ที่จัดขึ้น ณ สนามแข่ง Chang International Circuit จ.บุรีรัมย์ ในปีนี้ ROOKIE RACING TEAM จากประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งทัพรถแข่งพลังงานทางเลือก นำโดย Toyota GR COROLLA H2 CONCEPT และ Toyota GR86 CNF CONCEPT พร้อมด้วยรถแข่งคันใหม่ล่าสุด Toyota PRIUS CNF-HEV GR CONCEPT เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ความเป็นกลางทางคาร์บอน
โดยรถแข่งที่ใช้เชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนทั้ง 3 คัน ได้แก่
- Toyota GR COROLLA H2 CONCEPT ซึ่งใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV)
- Toyota GR86 CNF CONCEPT ใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
- Toyota PRIUS CNF-HEV GR CONCEPT ระบบขับเคลื่อนไฮบริด พร้อมเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ ที่นำมาเปิดตัว และลงทดสอบเป็นครั้งแรกของโลก

ทั้งนี้ Morizo หรือ Mr. Akio Toyoda ประธานใหญ่ Toyota ได้ลงทำการแข่งขันด้วยตัวเอง โดยจะขับเพื่อทดสอบสมรรถนะของรถแข่งพลังงานทางเลือก 2 รุ่น ได้แก่ Toyota Corolla H2 Concept ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ที่ผลิตจากมูลไก่จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group หนึ่งในพันธมิตร ที่พร้อมจะพัฒนาสังคมประเทศไทยให้มุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
และลงแข่งในรถ Toyota Prius CNF-HEV GR CONCEPT เพื่อทดสอบระบบพลังงานไฮบริด และเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ด้วยตัวเอง

อีกทั้งในรถแข่ง Toyota Prius GR Concept คันใหม่นี้ คุณขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ก็จะลงทำการแข่งขันด้วย ในฐานะนักแข่งใน ROOKIE RACING TEAM

โดยเป้าหมายในการนำรถพลังงานทางเลือกรูปแบบใหม่ทั้ง 3 คัน ลงทำการแข่งขันในครั้งนี้ของ Toyota ก็เพื่อ สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มต้นจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ใช้งานได้จริง และทันท่วงที

อีกทั้งภายในรายการแข่งขันดังกล่าว Toyota ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยจัดนิทัศการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าชมได้
โดยกิจกรรมดังกล่าวเผยให้เห็นว่า Toyota ได้ขยายพันธมิตรในการขับเคลื่อนความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย โดยใช้รถแข่งเครื่องยนต์สันดาปภายในพลังงานไฮโดรเจนซึ่งผลิตจากก๊าซชีวภาพจากแหล่งพลังงานที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดย CP Group

ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ที่ผลิตเป็นพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจนครั้งนี้ทั้งหมด ถูกผลิตมาจากมูลไก่ที่ฟาร์มของ CP Group อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเชื้อเพลิง FCEV นี้ มีการทดสอบใช้งานจริงแล้วกับรถบรรทุก 6 ล้อขนาดเล็กที่ใช้ขนส่งของห้างสรรพสินค้า Makro โดยปัจจุบันสามารถผลิตเชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกขนาดเล็กได้ 100,000 คัน/ปี จากมูลไก่จำนวน 29 ล้านตัวของฟาร์ม CP Group


นอกจากนั้นแล้ว Toyota ยังมีการนำซีรีย์รถกระบะ Hilux ที่มาพร้อมทางเลือกของระบบส่งกาลังอันหลากหลาย (Multiple Pathway) พร้อมด้วย All-New Toyota Prius 2024 ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้ทดลองขับเป็นครั้งแรก




Toyota Hilux REVO E
รถกระบะไฟฟ้า 100% ต้นแบบ ที่ใกล้เคียงเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ถูกนำมาให้ขับทดสอบอีกครั้ง โดยมาพร้อมระยะทางการขับขี่ที่ 300 กม./การชาร์จไฟเต็ม ซึ่งคาดว่า Toyota จะพร้อมเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้า Toyota Hilux REVO E อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2024




Toyota Hilux FCEV Concept
รถกระบะต้นแบบพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจน FCEV ที่เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย มาพร้อมระยะทางการขับขี่ 600 กม./เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเต็มถัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาท้าย (พื้นฐานเดียวกับ Toyota Hilux REVO E) แต่มีการถอดชุดแบตเตอรี่ออก เปลี่ยนเป็นถังก๊าซไฮโดรเจนแทน มาพร้อมความสามารถในการลากจูงที่มากถึง 1,500 กก.


Toyota Hilux Diesel HEV Concept
ปิดท้ายด้วยรถกระบะพลังงานทางเลือกใหม่รูปแบบ Mild Hybrid โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 48v และชุดแบตเตอรี่ ที่เข้ามาเสริมกำลังในช่วงออกตัว และมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น สามารถขับได้ไกล 1,200 กม./เชื้อเพลิงเต็มถัง และสามารถลากจูงได้ถึง 3,000 กก. โดยใช้เชื้อเพลิงแบบ ไบโอดีเซล/e-fuel



All-New Toyota Prius 2024
และเซอร์ไพรส์คันสุดท้าย คือ All-New Toyota Prius 2024 (สเปคญี่ปุ่น) ที่ยกมาให้สื่อมวลชนไทยได้ทำการทดลองขับเป็นครั้งแรก มาพร้อมระบบไฮบริดเจเนอร์เรชั่นที่ 5 และโครงสร้างตัวถัง TNG-A เวอร์ชั่น 2 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Hybrid กำลัง 196 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และประหยัดน้ำมันสูงสุด 28.6 กม./ลิตร ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2024


สำหรับการแข่งขันรายการ IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHEAST ASIA TROPHY 2023 ถือเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจของ Toyota ที่ต้องการจะมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
โดยรถแข่งพลังงานทางเลือกทั้ง 3 คัน จากทีม ORC Rookie สามารถจบการแข่งขันได้สำเร็จครบทุกคัน

Toyota GR86 CNF concept สามารถจบการแข่งขัน Endurance 10 ชั่วโมง ในอันดับที่ 4 Overall วิ่งไปทั้งหมด 289 รอบสนาม Chang International Circuit จ.บุรีรัมย์


และ Toyota PRIUS CNF-HEV GR concept จบการแข่งขันในอันดับที่ 11 Overall และที่ 6 ในคลาส D2 วิ่งไปทั้งหมด 272 รอบ

ส่วน Toyota GR Corolla H2 concept ที่เป็นรถพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดเจน ปีนี้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สามารถเติมเชื้อเพลิงได้ไวยิ่งขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที และมีการใช้เชื้อเพลิงได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนึ่งถังสามารถขับได้เกินกว่า 10 รอบสนาม ส่งผลให้จบการแข่งขันในอันดับที่ 8 คลาส D2 โดยวิ่งไปทั้งหมด 161 รอบสนาม

และนี่ก็คือพัฒนาการ และวิสัยทัศน์ของ Toyota ที่ต้องการมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยใช้กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นบททดสอบ ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคต พลังานทางเลือกอย่าง FCEV หรือ ไฮโดรเจน จะพัฒนาต่อยอดไปได้ไกลถึงขนาดไหน ไม่แน่ว่าปีหน้า เราอาจได้เห็นรถโปรดัคชั่นที่ใช้พลังงานทางเลือกใหม่นี้ก็เป็นได้
