หลังจากที่ทางโตโยต้า ในยุโรปได้เปิดตัว Toyota bZ4X เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นปรับโฉม Minorchange ใหม่ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุด bZ4X ได้เปิดทางมาถึงตลาดอเมริกาแล้ว นอกเหนือจะมากับรูปโฉมภายนอก และห้แองโดยสาร ที่ถูกปรับใหม่แล้ว ยังได้รับการอัพเกรดขุมพลังขับเคลื่อนให้มีความแาง และวิ่งไกลกว่ารุ่นที่ผ่านมาด้วย นอกจากนั้นทาง Toyota ในสหรัฐอเมริกา ยังได้ปรับเปลี่ยนชื่อเอสยูวีไฟฟ้าโฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ใหม่ เพื่อให้ความง่ายต่อการสื่อสารและจดจำ โดยจะใช้ชือว่า Toyota bZ

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Toyota bZ ใหม่ จะมีรูปลักษณ์ที่ดูคมชัดขึ้น และดูสะอาดสะอ้านมากขึ้นด้านหน้ามากับกระจังหน้าแบบ Hammerhead มาพร้อมชุดไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL LED ที่เป็นรูปตัว C กันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมช่องรับลมขนาดใหญ่ อีกยังติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED ที่ช่องระบายอากาศด้านข้างที่ถูกออกแบบใหม่ มาในทรงหกเหลี่ยมแนวตั้ง

ด้านข้างยังคงดีเทลเดิมหลังคาด้านท้ายที่มานแบบลาดเท กระจกมองข้างสีดำ ซุ้มล้อด้านข้างสามารถเลือกเป็นสีเดียวกับตัวรถ (จากเดิมเป็นสีดำด้าน) เฉพาะในสีตัวถังสีขาว Wind Chill Pearl, สีเทา Heavy Metal และสีดำ Black เท่านั้น มาพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด ขนาด 18 นิ้ว และ 20 นิ้ว ด้านท้ายดีไซน์เดิมทั้งไฟท้าย LED รูปตัว C เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาหลังที่เป็นแบบแยก และสปอยเลอร์ที่ฝาประตูท้าย

Toyota bZ ยังคงถูกพัฒนาบนพื้นฐาน e-TNGA โดยจะมีความยาว 4,690 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,850 มม.

ภายในห้องโดยสารของ Toyota bZ ในตลาดเมืองลุงแซม ก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ในหลาย ๆ จุด โดยจะดีไซน์เหมือนกับ Toyota C-HR+ ที่มากับความเรียบง่าย รวมถึงจะเน้นให้มีความกว้างขวาง

แผงแดชบอร์ดจะมากับช่องแอร์ที่ออกแบบใหม่ให้เป็นแนวนอนแบบซ่อนทีดูกลมกลืนไปกับแผงคอนโซลหน้า มาพร้อมมาตรวัดดิจิทัลพร้อมจอ MID 7 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ 14 นิ้ว จสากเดิมที่มีขนาด 12.3 นิ้ว

คอนโซลกลางออกแบบใหม่ มาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายที่มีมาให้ 2 ตำแหน่ง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมเกียร์แบบ Shift-by-Wire ที่จากเดิมนั้นเป็นเป็นคันเกียร์ที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัย อีกทั้งยังได้รับชุดเครื่องเสียง JBL Premium Audio 9 ลำโพง และ ไฟ Ambient Light ตามสมัยนิย นอกจากนี้รถยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยขับล่าสุดจาก Toyota Safety Sense

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่น และไฮไลท์ของ Toyota bZ โดยจะได้่รับการอัปเกรดใหม่ ให้มีพละกำลังมากขึ้น อีกทั้งยังวิ่งได้ไกลกว่าเดิม โดยมีให้เลือก 3 รูปแบบ ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่

โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวจะมีให้เลือก 2 ความแรง เริ่มจากรุ่นเริ่มต้นที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 123 kW (167 แรงม้า) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.6 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 57.7kWh ให้ระยะทางวิ่งไกละ 380 กม. (EPA) รองรับการชาร์จไฟแบบ AC ที่ให้กำลังสูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 150 kW
ส้วนอีกรุ่นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 165 kW (224 แรงม้า) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 74.7kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งวิ่งไกล 505 กม. (EPA) พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 150 kW

ส่วนในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ จะมากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD พร้อมระบบควบคุมแรงบิด X-MODE โดยจะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังรวม 252 kW (342 แรงม้า) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.1 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 74.7kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้งที่ 463 กม. (EPA) พร้อมรองรับการชาร์จไฟ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จไฟ DC สูงสุด 150 kW
โดยในทุกรุ้่นจะมาพร้อมช่องชาร์จใหม่แบบ NACS charging port สามารถเข้าถึงเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ได้

สำหรับ Toyota bZ ใหม่ในตลาดอเมริกาจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 นี้ ส่วนราคาจำหน่ายจะถุกประกาศในวันที่ลงโชว์รูม โดยคาดว่าจะสูงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 37,070 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.23 ล้านบาท
