หลังจากเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมาทาง โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile ได้เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางในประเทศไทย พร้อมประกาศเตรียมส่งรถยนต์ของทางแบนด์ทั้งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% และในรูปแบบไฮบริด รวมถึงแบบ PHEV ลงสู้ศึกในตลาดรถในประเทศไทย

ซึ่งในครั้งนั้นได้ยกทัพมาโชว์โฉมกันถึง 4 รุ่น จาก 2 แบรนด์ด้วยกันทั้ง OMODA C5 EV , JAECOO 6 EV รถไฟฟ้า100% หรืออีกชื่อก็คือ i-CAR03, JAECOO 8 และ JAECOO 7
ล่าสุด 1 ใน 4 รุ่นที่นำมาโชว์ตัวเมื่อต้นปีอย่าง OMODA C5 EV เตรียมจะถูกนำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในตลาดเมืองไทย โดยมีกำหนดการณ์ในวันที่ 6 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

สำหรับ OMODA C5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาในรูปแบบเอสยูวี โดยมีคู่แข่งในตลาดอย่างเพื่อนบ้านเดียวกันที่รอต้อนรับอยู่อย่าง BYD ATTO3 ที่ล่าสุดประกาศลดราคากระหน่ำแบบไม่ไว้หน้าใคร รวมถึง NETA X เอสยูวีไฟฟ้าตัวใหม่ล่าสุดของทางค่ายเนต้า ที่กำลังจะเปิดตัวประกาศในเดือน ก.ค. นี้
ซึ่งก่อนที่จะถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ OMODA C5 EV รถไฟฟ้า 100% ของทาง Chery เรามาทำความรู้จักเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม้ตัวนี้กันก่อนสักเล็กน้อย

OMODA C5 EV ถูกเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ในด้านงานออกแบบจะมาพร้อมสไตล์การออกแบบเทคโนโลยีแห่งอนาคตอันเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ภาษาการออกแบบ “LIGHT OF MOVEMENT”
อีกทั้งการออกแบบรูปลักษณ์ของ OMODA 5 EV แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นที่เดินอยู่ในแถวหน้า หรือที่เรียกว่า Avant-Garde (อาวองการ์ด) หรือแนวคิดที่ล้ำยุค แสดงให้เห็นบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์

ด้านหน้าจะมาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป็นไฟ DRL ขนาบข้างอยู่ระหว่างชื่อแบรนด์ O M O D A แบบเรืองแสง ขณะที่ด้านล่างเป็นชุดไฟส่องสว่าง ที่อยู่ในกรอบทรงหัวลูกศรขนาดใหญ่

ด้านข้างตัวรถออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย เพิ่มความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หลังคาด้านท้ายดีไซน์ให้มีความลาดเทในสไตล์รถคูเป้ มาพร้อมชุดไฟท้าย LED X-STYLE
ส่วนมิติตัวถังมีความยาว 4,400 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,588 มม. ระยะฐานล้อ 2,630 มม.

ภายในห้องโดยสารจะโดดเด่นด้วยหน้าจอดิจิทัลโค้งขนาดใหญ่ 24.6 นิ้ว นิ้ว ที่รวมเอาทั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และหน้าจออินโฟนเทมเมนต์เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ รองรับการเชื่อต่อทั้ง Apple CarPlay กับ Android Auto ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 มาพร้อมระบบ AI เป็นผู้ช่วยผู้ขับขี่
บริเวณคอนโซลกลางแบบลอยตัววางในตำแหน่งค่อนข้างสูงคั่นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารชัดเจน เบาะคู่หน้าเป็นแบบสปอร์ตมาพร้อมระบบระบายอากาศ ด้านชุดอุปกรณืภายในจะมากับชุดไฟ Ambient Light, แท่นชาร์จมือถือไร้สาย, ปุ่ม Push Start, กุญแจรีโมท Keyless Entry ที่สามารถล็อก และปลดล็อกรถอัตโนมัติเพียงเดินเข้าใกล้หรือเดินออกจากรถในระยะไกล

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ OMODA 5 EV เวอร์ชันสเปกที่จะเปิดตัวในบ้านเรานั้นคาดว่าจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้่าตัวเดี่ยวที่วางอยู่ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมดทั้ง ECO, Normal และ Sport ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. 7.6 วินาที

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ที่มีความจุ 61 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกล 460 กม. รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 110 kW ที่จะให้กำลังไฟจาก 0 – 80% ในเวลา 30 นาที นอกจากนั้นยังมากับระบบ V2L (Vehicle-to-load) ขนาด 3.3 kW ที่ปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรณืภายนอกได้

ในด้านระบบความปลอดภัยจะมากับระบบ ADAS อาทิ ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบป้องกันรถออกนอกเลน, ระบบ ตรวจสอบจุดอับสายตา, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เป็นต้น

ทั้งหมดก็เป็นนเพียงข้อมุลบางส่วน และสเปคที่อ้างอิงมาจากเวอร์ชันที่เปิดตัวในยุโรป ส่วนรายละเอียดโดยรวมทั้งหมดคงต้องรอในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

ส่วนจะออกมาสู้กับเพื่อน ๆ ร่วมชาติได้หรือไม่นั้นต้องมารอลุ้นดูราคาจำหน่ายกัน ว่าจะเปิดหน้าสู้ได้มากน้อยขนาดไหน โดยคาดการณ์กันไว้ว่าตัวรถอาจจะมีราคาเริ่มอยู่ที่ไม่เกิน 8 แสนบาท ถ้าเปิดสูงไปกว่านั้นบอกเลยว่าเหนื่อยน่ะ…..
