Nissan Rogue หรือในบ้านเราจะรู้จักกันในชื่อ X-Trail ซึ่งเป็นรถเอสยูวีที่ได้โบกมือลาจากตลาดเมืองไทยไปหลายปีแล้ว แต่ล่าสุดมีข่าวแว่ว ๆ ว่า อาจจะมีการรื้อฟื้นกลับนำ Nissan X-Trail มาทำตลาดในบ้านเราอีกครั้งหนึ่ง ส่วนความแน่ชัดทางทีมงาน Autostation.com จะติดตามข่าวสารมานำเสนอให้หากมีการยืนยันที่แน่ชัดออกมา

แต่ในขณะที่อีกฝากฝั่งตลาดต่างประเทศยนอกเมืองไทย X-Trail หรือชื่อ Nissan Rogue นั้นกลับถูกทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งเปิดตัวรุ่นใหม่ รุ่นปรับโฉม และล่าสุดที่ในตลาดอเมริกาทางนิสสันได้เปิดตัว Nissan Rogue รุ่นพิเศษที่ใช้ชื่อรุ่นว่า Nissan Rogue Rock Creek Edition ออกมาเพื่อที่จะเอาใจสายลุยโดยเฉพาะ

สำหรับ Nissan Rogue Rock Creek Edition มาพร้อมงานออกแบที่แตกต่างจาก Nissan Rogue เวอร์ชั่นสหรัฐฯ ที่ล่าสุดได้รับการปรับหน้าใหม่ พร้อมเพิ่มชุดอุปกรณ์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา


โดย Rogue Rock Creek Edition จะมากับกระจังหน้าใหม่แบบรมดำ ที่ตกแต่งแถบสีเหลี่ยม 3 ชิ้นที่วางบนขอบด้านบนตัวกระจัง ส่วนโลโก้มาในแบบตัวหนังสือแดง Lava Red นอกจากนี้ยังมีแถบสีแดง ที่บริเวณตัวกันชนหน้า และหลัง รวมทั้งที่ฐานราวแล็คหลังคา

พร้อมติดตั้งป้ายบ่งบอกชื่อรุ่น ROCK CREEK ไว้ที่ประตูคู่หน้าโดยตัวอักษรสีดำเงา พร้อมแถบสีแดงตามมาอยู่ด้านหลัง


นอกจากนั้ยังมาพร้อมกระจกมองข้างสีดำเงา และล้อสีดำขนาด 17 นิ้ว ด้านตกแต่งด้วยโลโก้สีแดง Lava red หุ้มด้วยยาง Falken Wild Peak all-terrain ขนาด 235/65R-17

ขณะที่ด้านท้ายติดโลโก้ Nissan สี Lava Red มาพร้อมคำว่า AWD สีดำ และตราสัญลักษณ์รูปภูเขาสีแดง Lava Red ที่บริเวณด้านหลัง ซึ่งบางบอกว่าเป้นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ


นอกจากนี้ยังเสริมลุคออฟโรดด้วย แล็คหลังคาขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมคานขวางเพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้


ภายในห้องโดยสารของ Rogue Rock Creek Edition เบาะนั่งที่จะหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นหนังเทียมสีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง พร้อมปักตรา โลโก้ Rock Creek ไว้ที่กลางตัวเบาะนั่ง โดยในส่วนของตัวเนื้อวัสดุที่นำมาหุ้มตัวเบาะนั้นจะกันน้ำ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งตัวเบาะนั่งยีงสามารถปรับอุณหภูมิได้อีกด้วย


ขณะที่ในส่วนแผงคอนโซลหน้าก็ถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black พร้อมเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง Lava Red รอบห้องโดยสาร ด้านชุดอุปกรณืจะได้รับการติดตั้งหน้าจอกลางขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนั้นยังติดตั้งชุดปลั๊กไฟ 12 โวลต์ ไว้ที่ด้านหลังบริเวณห้องเก็บสัมภาระ




ในด้านขุมพลังของ Nissan Rogue Rock Creek Edition ยังคงมากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic พร้อมขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีโหมดการขับขี่ Off-Road

นอกจากนั้นยังติดตั้งฟังก์ชั่น Off-Road view ที่เพิ่มความสามารถให้ผู้ขับขี่มองทะลุฝากระโปรงหน้าไปที่พื้นผิวขรุขระด้านล่าง ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด 19 กม. /ชม. เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงหินบนเส้นทางออฟโรด


รวมไปถึงยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot Assist โดยระบบนี้จะช่วยให้ขับขี่บนทางด่วนเลนเดียวโดยไม่ต้องใช้มือควบคุม ซึ่ง Rogue จะควบคุมการเร่งความเร็ว การบังคับเลี้ยว และการเบรก อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบ Nissan Safety Shield® 360 เป็นชุดอุปกรณ์มาตรฐาน

นอกจากนี้ Rock Creek ยังเพิ่มระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขาอีกด้วย แพ็คเกจเสริมมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ เช่น แผ่นชาร์จไร้สาย พวงมาลัยแบบปรับอุณหภูมิได้ กระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ และไฟ LED สำหรับส่องสว่างภายในห้องโดยสาร

Nissan Rogue Rock Creek Edition 2025 จะมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Everest White, สีดำ Super Black, สีเทา Boulder Gray และสีน้ำตาล Baja Storm

Nissan Rogue Rock Creek Edition 2025 จะวางจำหน่ายในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ราคาจำหน่ายนั้นจะถูกประกาศในที่ลงโชว์รูมจำหน่าย ซึ่งถ้าหากมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมา ทางทีมงานจะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งหนึ่ง
