Dongfeng Nissan ในประเทศจีน ได้เปิดตัวประกาศจำหน่าย Nissan N6 เก๋งซีดานรุ่นใหม่ ขุมพลัง PHEV ชูจุดเด่นมาพร้อมงานออกแบบรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกล 170 และ 180 กม. ที่สำคัญเปิดราคามาพอ ๆ กับรถอีโคคาร์ที่ขายอยู่ในบ้านเรา มีทั้งหมด 5 รุ่นเกรด เปิดราคาจำหน่ายดังนี้

- รุ่น 180 Air ราคา 91,900 หยวน (ประมาณ 4.14 แสนบาท)
- รุ่น 180 Pro ราคา 101,900 หยวน (ประมาณ 4.59 แสนบาท)
- รุ่น 180 Max ราคา 106,900 หยวน (ประมาณ 4.81 แสนบาท)
- รุ่น 180 Max+ ราคา 113,900 หยวน (ประมาณ 5.13 แสนบาท)
- รุ่น 170 Max+ Flagship ราคา 121,900 หยวน (ประมาณ 5.49 แสนบาท)

สำหรับ Nissan N6 PHEV ถือเป็นรถรุ่นแรกที่มากับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ใน “ซีรีส์ N” นอกเหนือจาก N7 ที่เป็นเวอร์ชันไฟฟ้า 100 %

ด้านงานดีไซน์ตัวรถมาพร้อมภาษาการออกแบบเดียวกันกับ Nissan N7 ที่เป็นเวอร์ชันไฟฟ้า 100% กระจังหน้าแบบปิดทึบ มีชุดไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ด้านบนจะเป็นแถบไฟ LED DRL ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ โดยจะเลาะตามขอบของฝากระโปรงหน้า ส่วนชุดไฟส่องสว่างจะออกแบบ ให้มีลักษณ์เหมือนกับบูมเมอแรง แต่จะหันคนละฝั่งกับตัว N7 โดย N6 PHEV จะหันมุมปลายแหลมเข้าหาตราโลโก้ NISSAN แบบเรืองแสง ที่วางอยู่ตรงกลางกระจังหน้า

ส่วนเส้นสายด้านข้างตัวถังนั้นถอดแบบมาทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นมือจับประตูแบบซ่อน ตกแต่งเสา B ด้วยเฉดสีดำ รวมถึงในส่วนแนวหลังคาด้านท้ายที่มาในสไตล์คูเป้ รวมถึงชุดไฟท้ายก็มาในแบบทรงเดียวกัน ที่วางเต็มพื้นที่ด้านหลัง


พร้อมกับออกแบบด้านท้ายให้มีสปอยเลอร์แบบ Duck Trail ในตัวโดยจะติดดั้งอยู่ที่ฝากระโปงหลัง นอกจากนั้นยังมาพร้อมพอร์ตชาร์จไฟในตัวที่แผงด้านหลัง และกันชนที่ดูสะอาดตาที่ซ่อนท่อไอเสียไว้อย่างแนบเนียน

ทั้งนี้ถึงแม้งานดีไซน์จะมาในภาษาเดียวกัน แต่โครงสร้าง ของ Nissan N6 PHEV และ N7 BEV จะไม่ได้ใช้ร่วมกัน โดย N6 PHEV จะมีมิติตังงถังความยาวอยู่ที่ 4,831 มม. กว้าง 1,885 มม. สูง 1,494 มม. และมีพร้อมฐานล้อ 2,815 มม. โดยจะถูกจัดวางให้เป็นรถเก๋งซีดานขนาดกลาง ขณะที่ชุดล้ออัลอยนั้นจะมีให้เลือกทั้ง 17- 18 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)


ส่วนภายในห้องโดยสารของจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง มาในสไตล์มินิมอล ที่ดูราบเรียบ แต่แฝงความไฮเทค และล้ำสมัย โดยจะมีเฉดสีภายในให้เลือก 2 สี ได้แก่สีเบจ และสีดำ




แผงคอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสแบบลอยตัวกลางขนาด 14.6 นิ้ว ส่วนรุ่นท็อปสุด Max+ เปลี่ยนเป็นจอขนาด 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon 8155 มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง AI (ในรุ่นท๊อป) แผงหน้าปัดที่มาในทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 10.25 นิ้ว วางตั้งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape แบบ 2 ก้าน โดยมีปุ่มควบคุมสั่งงานเป็นแบบลูกกลิ้ง



คอนโซลกลางดีไซน์ให้เป็นเรเยล 2 ชั้นวางเขื่อมต่อกับคอนโซลหน้า ด้านบนจะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีมาให้ 2 ช่อง และวางแก้วน้ำ รวมทั้งกล่องเก็บของแบบมีฝาปิด ขณะที่ด้านล่างจะเป็นช่องวางสำหรับวางของขนาดไม่ใหญ่





ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับเบาะนั่ง AI Zero-Pressure Cloud Carpet Seat ที่รองรับระบบวัดแรงกดถึง 49 จุด ปรับด้วยไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง มาพร้อมระบบอุ่น / ระบายอากาศ และฟังก์ชันนวด, ปุ่ม Push Start, กล้องมองหลัง, ชุดไฟ Ambient light, หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาพร้อมม่านบังแดดแบบปรับเอง นอกจากนั้นช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายจะะมีความจุมากถึง 570 ลิตร




ส่วนระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะรองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) หลายรายการ มาพร้อมระบบลดอาการเมารถ, ระบบการจดจำใบหน้าผู้ขับขี่, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบช่วยจอด เป็นต้น



ขุมพลังขับเคลื่อน N6 เป็นแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 208 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 6.8 วินาที มาพร้อมชุดแบตเตอรี่แบบ LFP ความจุ 21.1 kWh ที่จะวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าได้ระยะทาง 170 – 180 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)

N6 ที่เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศจีนจะะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ประกอบด้วย สีทอง Sunlight Gold, สีบรอนซ์เงิน Mirage Silver, สีม่วง Wind Purple, สีเทา Rock Gray, สีดำ Black Obsidian และสีขาว Pearl White

โดยการวางจำหน่ายนั้นหลัก ๆ จะมีขายเฉพาะในประเทศจีน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางนิสสัน ในจีน กำลังอยู่ในช่วงการพิจารณาว่าจะนำซีดานปลั๊กอินไฮบริดตัวใหม่นี้ไปทำตลาดนอกประเทศจีนในอนาคต โดยเล็งไว้ที่แถบ ตะวันออกกลาง และบางส่วนของละตินอเมริกา รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในบ้านเราตลาดเมืองไทย ก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นเป็นไปได้
