นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ใช้เวทีที่ภายในงาน Japan Mobility Show 2025 เผยโฉม Nissan Elgrand เจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่มาพร้อมมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสุขให้กับการเดินทางของครอบครัว จ่อเปิดวางในญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อนปี 2026 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอีก 1 รุ่นที่มีลุ้นจะเข้ามาทำตลาดในไทย

สำหรับ Nissan Elgrand รถเอ็มพีวีสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่นี้ นับเป็นเจเนอเรชันที่ 4 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1997 และรออคอยการเปลี่ยนแปลงจาากเจนฯ ที่ 3 มาเจนฯ ที่ 4 เป็นเวลานานกว่า 15 ปี

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Nissan Elgrand ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ Hyper Tourer ที่ถูกเปิดตัวออกมาเมื่อปี 2023 โดยได้รับการผสานรวมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล่าสุดของนิสสัน เข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยที่พร้อมยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่ และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคนบนรถ โดย Elgrand ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2026

การออกแบบภายนอกของ Elgrand สะท้อนถึงภาษาการออกแบบ “Timeless Japanese Futurism” หรือ แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือ และสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น นำมารังสรรค์ใหม่ด้วยเทคนิค วัสดุ และเทคโนโลยีล่าสุดต่างๆ




โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้าอย่างลงตัว โดยมีสีภายนอกใหม่อาทิ สี Fuji Dawn เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงอรุณรุ่งเหนือภูเขาไฟฟูจิ และ สี Shigoku สีแดงม่วงเข้มที่สื่อถึงความสง่างาม



ขณะที่ภายในห้องโดยสารจะมาในรุปแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ เบาะนั่งแถวที่ 2 เป็นเบาะ Captain Seat แบบ Zero Gravity รวมถึงการใข้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูง และให้สัมผัสคล้ายกับหนังแนปปา

อีกทั้งยังตกแต่งด้วยวัสดุหนัง และลายไม้ พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะ บนแผงประตู และเบาะนั่ง





ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับได้ถึง 64 สี ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้น

ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ Nissan Elgrand จะมากับระบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) เจเนอเรชั่นที่ 3 ของนิสสัน โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

โดย Elgrand จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกในไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของบริษัทที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุดของนิสสัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร
สำหรับผู้ขับขี่ระบบจะใช้ประโยชน์จากแรงบิดของมอเตอร์ด้านหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น

ขณะที่ระบบช่วงล่างของ Elgrand จะมากับนระบบบอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

นอกจากนั้น Elgrand ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบ ProPILOT รุ่นล่าสุดของนิสสัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กม./ชม. อีกทั้งยังมีระบบ ProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

ทั้งนี้สำหรับรายละเอียกปลีกย่อย ทั้งหมด รวมทั้งราคาจำหน่ายของ Nissan Elgrand จะถูกเปิดเผยอีกครั้งในช่วงเปิดวางจำหน่าย ซึ่งจะมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการออีกครั้งในญี่ปุ่น ช่วงฤดูร้อนปี 2026 และคาดว่าจะเป็นรถอีก 1 รุ่นที่มีลุ้นจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย


ซึ่งหากมีข้อมุลเพิ่มเติมออหหกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ
