หลังจากที่ทาง NIO แบรนด์รถหรูจากจีน ได้เปิดตัววางจำหน่าย Onvo L90 เมื่อเ้ดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของทางแบรนด์ ซึ่งจากข้อมูลจากทาง China EV DataTracker (แผนกติดตามข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน) ระบุว่าเจ้า Onvo L90 มียอดขายไปกว่า 33,294 คัน ระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ปี 2568

และเพื่อเป็นการต่อยอดกระแสความแรงของ Onvo L90 ทางนีโอ จีงได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ มาเอาใจแฟนคลับของ Onvo L90 ด้วยรุ่น Black Knight ที่ตกแต่งด้วยเฉดสีดำรอบคัน โดยรุ่นพิเศษคันดังกล่าวนี้จะถูกผลิตออกมาในแบบจำนวนจำกัดเพียง 999 คันเท่านั้น โดยทาง NIO ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 220,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.96 แสนบาท โดยจะมาในแบบ Battery as a Service หรือมีเฉพาะตัวรถ ส่วนแบตเตอรี่จะมาในแบบเช่าซึ่งจะเสียค่าแบตเตอรี่เป็นแบบรายเดือน โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 899 หยวน (ประมาณ 4,000 บาท)


สำหรับ NIO Onvo L90 Black Knight จะมีเฉพาะในรุ่น 6 ที่นั่ง (2+2+2) ด้านงานออกแบบตัวรถจะเหมือนกับในรุ่นมาตรฐานทั้งหมด เพียงแต่ชุดพาร์ททั้งหมด รวมทั้ตัวบอดี้จะมาในเฉดสีดำ รวมทั้งตราสัญลักษณ์รอบคันก็จะเป้นสีดำทั้งหมด

งานดีไซน์ฝากระโปรงหน้าที่โค้งมนแบบลาดเท กระจังหน้าแบบปิดทึบ มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน 2 ชั้น ด้านบนเป็นไฟ DRL LED ที่มาในรูปทรงบูมเบอแรง ส่วนชุดไฟส่องสว่าง LED ด้านล่างจะดีไซน์ให้มีลักษณะที่เรียวแหลม
ในส่วนตัวกันชนหน้าจะถูกคาดด้วยแถบเส้นสีดำรูปทรงตัว H ที่ใต้ชุดไฟหน้า แบบยาวเต็มความกว้างของในส่วนด้านหน้ารถ มาพร้อมช่องอากาศเข้ารูปสี่เหลี่ยมอยู่บริเวณด้านล่าง


ด้านข้างตัวรถมือเปิดประตูเป็นซ่อนที่ราบสนิทไปกับตัวถัง มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 21 นิ้ว นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับบันไดข้างไฟฟ้า “Step by Step” ที่มีความสูงจาก พื้นที่ 16 ซม. ช่วยให้ผู้สูงอายุ และเด็กขึ้นลงรถได้ง่าย มาพร้อมระบบป้องกันการหนีบแบบสองทางอัจฉริยะ และรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 300 กก. อีกทั้งยังเสริมความหรูหราระะดับรถไฮเอนท์ด้วย ประตูดูดไฟฟ้า

ส่วนด้านหลังมาพร้อมไฟท้าย LED ที่เป็นแถบเส้นแยกออกจากกันโดยมีชื่อแบรนด์ ONVO และตราโลโก้คั้นไว้ตรงกลาง มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคาด้านท้าย นอกจากนั้นยังติดตั้งกล้องไว้ที่มุมหลังคาหน้าทั้ง 2 ฝั่ง รวมทั้งด้านหลัง และเหนือซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง
ในด้านขนาดมิติตัวรถของ Onvo L90 Black Knight Edition มีคุณสมบัติเทียบเท่ารุ่นมาตรฐาน โดยมีขนาดความยาว 5,145 มม. กว้าง 1,998 มม. สูง 1,786 มม. ระยะฐานล้อ 3,110 มม.

ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราเฉดเช่นรุ่นมาตรฐาน โดยจะมาเฉดสีน้ำตาล เบาะที่นั่งเป็นแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2)
งานดีไซน์ภายในเน้นยังคงความกว้างขวาง เบาะที่นั่งปรับด้วยไฟฟ้าทั้งหมด โดยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ 10 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาพร้อมระะบบทำความร้อน ระบายอากาศ และฟังก์ชันนวด
เบาะแถวที่ 2 จะมาเป็นเบาะนั่งแบบ Zero-Gravity มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ 2 จอที่วางอยู่หลังเบาะคู่หน้า

นอกจากนั้นเบาะแถวแรกยังสามารถปรับพับได้แบบราบเพื่อให้ต่อเชื่อมกับเบาะนั่งแถวที่ 2 จนกลายเป็นที่นอนขนาดยาว ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 มาพร้อมที่วางแก้วมาพร้อมช่องใส่โทรศัพท์มือถือ และพอร์ตชาร์จ Type-C 27W อีกทั้งยังปรับพนักพิงสูงสุดได้ถึง 38° และมีพื้นที่ Head Room ถึง 962 มม. โดยมีตำแหน่งที่นั่งสูงจากพื้น 330 มม. และมีพื้นที่วางเท้าแนวตั้ง 92 มม. ซึ่งช่วยให้คนที่มีความสูง 185 ซม. ก็สามารถนั่งได้อย่างสบาย
ขณะที่ในส่วนแผงเดชบอร์ดจะมีเพียงหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 17.2 นิ้ว ความคมชัดระดับ 3K ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295P cockpit ที่ทรงพลังด้วยพลังประมวลผล AI 60 TOPS มาพร้อม RAM DDR4 ระดับรถยนต์ 24GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Coconut 2.0.0 มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape และหน้าจอ AR-HUD ขนาด 35 นิ้ว
ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบเสียง Onvo Sound Premium ซึ่งประกอบด้วยลำโพง 23 ตัว, ระบบปรับอากาศแบบ 3 โซน มาพร้อมระบบปรับกลิ่นภายในห้องโดยสาารที่มีมาให้ถึง 3 กลิ่น
พร้อมติดตั้งตู้เย็นไว้ที่ด้านหลังคอนโซลกลาง ที่มีขนาด 8.8 ลิตร โดยสามารถบรรจุกระป๋องขนาด 330 มล. ได้ 10 กระะป๋อง พร้อมปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0 ~ 50° โดยมีโหมดจัดเก็บ 6 โหมด รองรับพลังงานอย่างต่อเนื่องเมื่อออกจากรถ และใช้คอมเพรสเซอร์เกรดยานยนต์ ซึ่งตู้เก็บความร้อน-เย็นนี้0tใช้พลังงาน 2 kWh ต่อสัปดาห์ และยังคงทำงานแม้ในขณะที่ล็อกรถ

จอภาพติดเพดานแบบพับได้ขนาด 17.3 นิ้ว ที่มีความละเอียด 3K, หลังคาซันรูฟที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนแบบอิสระ รวมทั้งยังมาพร้อมกับชุดไฟ Ambient Light ที่ส่องสว่างรอบห้องโดยสาร, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีให้ 2 ช่อง,ระบบเครื่องเสียง Dolby Atmos 7.1.4 พร้อมลำโพง 23 ตัว มาพร้อมลำโพงที่พนักพิงศีรษะของผู้ขับขี่ และเบาะหลังยังสามารถเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธเพื่อดื่มด่ำกับเสียง และวิดีโอที่สมจริง

ในส่วนพื้นที่เก็บของมากับ Frunk ด้านหน้าที่มีความจุมากถึง 240 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ 2 ใบ และกระเป๋าเดินทางของเด็ก 1 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 30 นิ้ว 1 ใบ
ขณะที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถยังมีพื้นที่กว้างขวางถึง 430 ลิตร โดยเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ลง ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียวจะช่วยขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,214 ลิตร มาพร้อมพื้นที่เก็บของที่ซ่อนอยู่ 106 ลิตร ช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของรถให้กับผู้ใช้รถครอบครัว อีกทั้งที่ด้านท้ายยังติดตั้ง ปลั๊กไฟ 220V แบบ 5 รู ที่ช่วยจ่ายไฟไปยังชุดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้

ด้านระบบความปลอดภัย แลระบบช่วยเหลือดการขับขี่ จะมากับเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 4 มิติ อัตราการตรวจจับสูงสุด 370 เมตร ด้วย 48 ช่องสัญญาณ, ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน รวมทั้งยังมากับ ยางคู่หน้ากว้างพิเศษ 255 มม. และหลังกว้าง 275 มม. ที่ช่วยให้การขับขี่ง่าย และนั่งสบาย

ด้านพละกำลังขับเคลื่อน NIO Onvo L90 Black Knight รุ่นพิเศษ จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวม 440 kW / 590 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที โดยตัวรถจะถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 200 กม./ชม.

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่มีความจุ 85 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่ง 570 กม. (CLTC) พร้อมรองรับระบบการเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swap) เหมือนกับรถ NIO รุ่นอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดด้วยแบตเตอรี่เต็ม ได้ที่สถานีสับเปลี่ยนพลังงาน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจีนประมาณ 2,000 แห่ง
