บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ปรับรุ่นย่อยใหม่ให้กับ NEW MG S5 EV รถไฟฟ้าอเนกประสงค์ (B – SUV) ด้วยการถอดรุ่น D ออกเปลี่ยนมาเป็น รุ่น D+ ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา ปรับเปลี่ยนเพิ่มชุดอุปกรณื รวมทั้งยังต้องการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงง่ายขึ้น โดยเปิดราคาพิเศษเพียง 699,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท

ราคาจำหน่าย NEW MG S5 EV ในตลาดประเทศไทย
- NEW MG S5 EV รุ่น D+ จากราคาเดิมในรุ่น D อยู่ที่ 749,900 บาท ปรับลดราคาลงเหลือ 699,900 บาท (รุ่นย่อยใหม่)
- NEW MG S5 EV รุ่น X ราคา 799,900 บาท
- NEW MG S5 EV รุ่น V ราคา 899,900 บาท
ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2568 โดยจะได้รับ
- ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี มูลค่า 19,900 บาท
- ฟรี ค่าจดทะเบียน และกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่า 7,500 บาท
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี มูลค่า 7,500 บาท
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

สำหรับ NEW MG S5 EV รุ่น D+ ในด้านงานออกหแบบดีไซน์ยังคงเหมือนเดิม ตัวรถจะมากับความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้านหน้าจะมาในแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน 2 ชั้น ด้านบนจะเป็นไฟ DRL LED ที่เป็นกรอบทรงเรียวยาว ที่วางเรียวต่อกัน 3 ดวง สาวนชุดไฟส่องสว่างด้านล่างจะอยู่ในกรอบทรงสี่เหลี่ยมคางหมู มาพร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ โดยจะมีช่องดักอากาศต่อเชื่อมอยู่ด้านล่าง

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับช่องดักอากาศคู่ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active grille) เติมความสปอร์ต และดุดันด้วยชุดพาร์ทแต่งสีดำรอบตัวรถที่ชายด้านล่าง

เส้นสายด้านข้างตัวถังจะมีเส้นนำสายตาที่ลากยาวตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า ลากยาวไปจนถึงชุดไฟท้าย พร้อมตกแต่งชายประตูข้างด้วยแถบสีโครเมียม ขณะที่มือเปิดประตูมาในรูปแบบปกติที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ ตัดกับฝาครอบกระจกมองข้างที่เป็นสีดำมาพร้อมชุดไฟเลี้ยวในตัว

เพิ่มความหรูหราที่ขอบหน้าต่างบานข้างด้วยคิ้วโครเมียมที่ลากยาวตั้งแต่เสา A เลาะขึ้นไปตามขอบหน้าต่างไปจนถึงเสา C ด้านท้าย ส่วนชุดล้อในรุ่น D+ จะมีขนาด 17 นิ้วสีดำ ขณะรุ่นอื่น ๆ จะมีขนาด 18 นิ้ว

ในส่วนด้านบนหลังคายังคงมาพร้อมกับแล็คหลังคาที่เป็นสีโครเมียมเพื่อเสริมลุคให้เป็นรถสไตล์ครอสโอเวอร์ พร้อมกับรองรับใช้งานที่หลากหลาย อีกทั้งยังเสริมความสปอร์ตให้กับตัวรถด้วยนสปอยเลอร์หลังคา ที่มาพร้อมชุดไฟเบรกดวงที่ 3

ด้านท้ายติดตั้งชุดไฟท้ายทรงตัว Y ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ด้านหลัง โดยมีตราโลโก้ MG คั้นไว้ตรงกลาง มาพร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติกระจกบานหน้า นอกจากนั้นยังมากับฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิดอัตโนมัติ

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,476 มม. กว้าง 1,849 มม. สูง 1,621 มม. และมีระยะช่วงล้อกว้าง 2,730 มม.

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เรียบง่าย ตกแต่งด้วยสีทูโทน เทา-ดำ และวัสดุ Soft Touch ในทุกรุ่น ออกแบบโดยมุ่งเน้นความสะดวกสบายในทุกตำแหน่งที่นั่ง จัดวางทุกฟังก์ชันให้สะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด


เบาะที่นั่งรองรับได้ 5 ที่นั่ง ตัวเบาะหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ โดยในรุ่น V มาพร้อมกับรูระบายอากาศตัวเบาะนั่งฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางในทุกรุ่นย่อย ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เฉพาะในรุ่น X และ รุ่น V ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 มาพร้อมที่วางแขน และที่วางแก้ว (ในรุ่น X และ รุ่น V)

แผงคอนโซลหน้าจะมากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่หุ้มด้วยหนังปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์ในทุกรุ่นย่อย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android แบบไร้สาย รวมทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดที่ใช้งานง่าย และรวดเร็วขึ้น (รุ่น X และ รุ่น V)



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับกระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบ Intelligent smart access, ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (ในรุ่น X และ รุ่น V), ชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 จุด (ในรุ่น X และ V) สำหรับรุ่น D+ มาพร้อมลำโพง 4 จุด และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา


ส่วนพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะมีขนาดความจุที่ 453 ลิตร และเมื่อพับเบาะด้านหลังลงจะขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,441 ลิตร


NEW MG S5 EV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก การันตีด้วยการรับรองความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก EURO NCAP อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB, ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC, ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS, ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS, ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW, ระบบช่วยเบรก AEB, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA, ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้ขับเคลื่อนอยู่ในเลน LKA, ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน LDP, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK, ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD, ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA, ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB, ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW และระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW

อีกทั้งยังมาพร้อมระบบคันเร่งแบบ One Pedal ในทุกรุ่นย่อย, ฟังก์ชันปลดล็อคเกียร์ว่างจากหน้าจอ, กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (รุ่น X และ V) ส่วนใน รุ่น D+ จะเป็นกล้องมองหลัง
นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX, ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหลัง

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนของ NEW MG S5 EV จะมากับมอเตอรืไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหลัง รุ่น D+ และ รุ่น X ให้กำลัง 125kW / 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 8 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 50 kWh ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกล 416 กม. (NEDC)

ส่วนในรุ่น V จะให้กำลังมากถึง 180 kW / 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.1 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ NMC ขนาดความจุ 64 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะวิ่งไกล 550 กม. (NEDC) ถือเป็นยนตรกรรมในรุ่น B-SUV ที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส

นอกจากนี้ NEW MG S5 EV ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว Quick Charge DC 140kW ที่ให้กำลังไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาที รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 140 kW ในรุ่น V และ 88 kW ในรุ่น D+ และ X

อีกทั้งยังรองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6 kW

โดยทุกรุ่นจะมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ ได้แก่ Comfort / Normal / Sport / Snow และ Custom มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่ปรับได้4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่

NEW MG S5 EV จะได้รับการออกแบบให้กระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension มาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน




NEW MG S5 EV จะมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สี CHAMPAGNE TITANIUM, สีเทา ANDES GREY, สีดำ BLACK KNIGHT และ สีขาว ARCTIC WHITE
