หลังจากที่ปล่อยให้เพื่อนบ้านเปิดตัววางจำหน่าย All-New Mitsubishi Xforce กันไปเป็นปี ๆ ล่าสุดได้ข่าวว่าทางมิตซูบิชิประเทศไทย เตรียมที่จะเปิดตัว Mitsubishi Xforce ใหม่แล้ว ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

โดยเหตุผลหลักที่ทาง Mitsubishi ประเทศไทยเปิดตัว Mitsubishi Xforce ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในย่านอาเซียนก็อาจจะเป็นเพราะจะมีการปรับเปลี่ยนนเรื่องของขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ ที่จากเดิมที่มีวางจำหน่ายทั้งในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งเวียดนา่ม จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่วนเวอร์ชั่นที่จะเปิดตัวในบ้านเรานั้นจะเป็นขุมพลังไฮบริด ที่คาดว่าจะเป็นบล็อกเดียวกันกับที่อยู่ในตัว Mitsubishi XPANDER HEV รวมทั้งจะเข้ากับคำประกาศของทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่บอกว่าจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์กลุ่มใหม่ ในแบบรถยนต์ลูกผสม หรือที่รู้จักกันในระบบไฮบริด



สำหรับ All-New Mitsubishi Xforce HEV นั้นคาดว่าในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถนั้น คงจะเหมือนกับในรุ่นเครื่องยนต์ ICE โดยตัวรถจะถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Mitsubishi XFC Concept ในด้านงานดีไซน์ด้านหน้ายังคงมาในแนวทางงงานออกแบบที่เรียกว่า Dynamic Shield มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ ติดตรา โลโก้ทรีไดมอนด์สีเงิน ขณะที่ชุดไฟหน้า และไฟท้ายมาในทรง T-Shape ดีไซน์ล้ำสมัย


ดีไซน์ด้านข้างออกแบบให้มีเส้นสายที่ดูคมชัด มาพร้อมโป่งซุ่มล้อขนาดใหญ่ที่สอดรับเข้าชุดกับล้อขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 225/50/R18

ส่วนด้านท้ายจะติดตั้งกันชนท้านขนาดใหญ่ เสริมคววามสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาและเสาอากาศแบบครีบฉลาม

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะเป็นเอสยูวีขนาด B- Senment โดยมีความยาว 4,390 มม., กว้าง 1,810 มม., สูง 1,660 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,650 มม. นอกจากนั้นยังออกแบบให้มีความสูงจากพื้นถนนหรือ Ground Clearance ถึง 222 มม. มาพร้อมมุมไต่ 21.0 องศา, มุมจาก 30.5 องศา, มุมคร่อม 20.5 องศา เพื่อให้สามารถรองรับการขับขี่ในเส้นทางออฟโรดได้เป็นอย่างดี



ภายในห้องโดยสารก็คาดว่าจะยกดีเทล รายละเอียดจาสกเวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาปล้วนมาทั้งชุด โดยตัวเบาะที่จะรองรับได้ 5 ที่นั่ง ซึ่งทางมิตซูบิชิ เคลมว่าจะมีความกว้างขวางมากกว่าในรถกลุ่มเดียวกัน เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุ Mélange ที่ถูกเคลมว่ากันน้ำได้ เบาะด้านหลังที่สามารถปรับพับแยกแบบ 40:20:40



แผงแดชบอร์ดมาพร้อมความล้ำสมัย โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Driver Display ที่มีขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ในแผงเดียวกัน รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium มาพร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บความเย็น, แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, พอร์ต USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง, ชุดไฟสร้างบรรยากาศโดยรอบ, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ระบบ Brake Auto Hold มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้า EPB, ชุดไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมเทคโนโลยี Nanoe-X รวมทั้งยังได้รับฟังก์ชัน Hands-free Power Liftgate เปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนถ้าเป็นรุ่นที่วางขายในเพื่อนบ้านย่ายอาเซียนด้วยกัน จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร



ส่วนสเปคที่คาดว่าจะเปิดตัวในไทย มี.ค. นี้ จะมากับขุมพลัง HEV ที่อาจจะเป็นบล็อกดียวกันกับที่อยู่บนตัว Mitsubishi Xpander HEV ที่มากับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 kW ที่ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า 255 นิวตันเมตร Full Hybrid ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ไปยังคู่ล้อหน้า

มาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมดได้แก่ Normal, Wet, Gravel, Mud และโหมด Wet เป็นโหมดที่พัฒนาขึ้นสำหรับสภาพอากาศและสภาพถนนของภูมิภาคอาเซียนเป็นหลัก รวมถึงอาจยังจะได้รับการติดตั้งระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่จะช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ที่เป็นระบบท๊อปฮิต สร้างชื่อของทางมิตซูบิชิ
ขณะที่ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังแบบทอร์ชันบีม มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ คงยกชุดใหญ่มาทั้งระบบ ไม่วาจะเป็นถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, ระบบเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง, ระบบเตือนเมื่อมีรถขณะถอยหลัง, กล้องหลัง, เซ็นเซอร์ช่วยจอด, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมช่วยชะลอความเร็ว,ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา, ระบบเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจร,ระบบลดกำลังเครื่องยนต์ เพื่อช่วยเบรก และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go ที่ความเร็วต่ำ

สำหรับ Mitsubishi XForce HEV จะเป็นรถรุ่นใหม่ที่ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานในไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคม 2025 นี้ หรืออย่างช้าก็อาจจะเป็นที่ในงาน Bangkok International Motor Show 2025
ทั้งนี้หากมีข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะรีบนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบโดยทันที
