เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ผ่านมาทางแบรนด์ MG ได้เผยภาพชุดรายละเอียดตัววถังภายนอกของ MG4 EV รุ่นใหม่ พร้อมกับบอกว่าเตรียมที่จะเปิดตัว เผยโฉมอย่างเป็นทางในวันที่ 5 ส.ค. 2025 ที่จะถึงนี้

ล่าสุดก่อนถึง Grand Opening ทางเอ็มจี ก็ได้ปล่อยภาพออกมาอีกชุด ซึ่งคราวนี้เผยให้เห็ยรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ของภายในห้องโดยสาร

จากภายที่ปล่อยออกมานี้จะเห็นถึงงานออกแบบใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัดใหม่ หน้าจออินโฟนเทนเมนต์ที่พัฒนาร่วมกับ Oppo และการออกแบบเบาะนั่งที่ใหม่ที่จะได้รับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดนั้นจะมากับหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ที่มาในแบบลอยตัว พร้อมโดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ที่มาในทรงตั้งสูง แทนที่จอแสดงผลแบบรวมเดิม พร้อิมกับระบบควบคุมส่วนใหญ่จะถูกตัดออก เหลือเพียงปุ่มฟังก์ชันหลัก 5 ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอส่วนกลาง อีกทั้งช่องแอรืยังออกแบบใหม่ให้มาในแบบซ่อนที่ดูเนียมตา และกลมกลืนไปกับแผงคอนโซลหน้า เพื่อคงความสวยงามในรูปแบบมินิมอล

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่นี้ จะเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างทาง เอ็มจี และ Oppo โดยจะถูกขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ที่รองรับการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังสามารถควบคุมตัวรถผ่านสมาร์ทโฟนได้ รวมทั้งยังมาพร้อมระบบนำทางด้วยท่าทาง



พร้อมกับยังมากับระบบการโต้ตอบด้วยเสียงแบบ AI, ระบบสะท้อนแอปพลิเคชัน รวมั้งยังรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้งยังมากับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จไฟ 50W มาพร้อมระบบระบายอากาศแบบแอคทีฟที่ติดตั้งอยู่ภายในคอนโซลกลาง


ภายในห้องโดยสารของ MG4 EV ใหม่จะมีให้เลือกสองโทนสีภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Morandi ได้แก่ Rose Purple และ Mountain Blue พร้อมกับตกแต่งด้วยวัสดุแบบบุนุ่มรอบห้องโดยสาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ MG เรียกว่า “Swan Wing” ซึ่งเป็นการผสมผสานโครงสร้างที่เรียบง่ายเข้ากับวัสดุสัมผัสนุ่ม

ด้านตัวเบาะที่นั่งได้รับการออกแบบใหม่ให้เหมาะกับสรีระศาสตร์มากขึ้น โดยเบาะนั่งแต่ละที่นั่งจะวามยาวของเบาะรองนั่งยาวถึง 503 มม. พร้อมระบบระบายอากาศ และระบบทำความร้อน อีกทั้งยังออกแบบพื้นที่วางเท้าของผู้ขับขี่ทำมุมเหยียบแป้นแบบแบน 46.4 องศา ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดแรงกดที่ขาในการเดินทางไกล ขณะที่พนักพิงศรีษะนั้นจะใช้โครงสร้างแบบชิ้นเดียวเพื่อการรองรับที่มากขึ้น

ส่วนในห้องโดยสารด้านหลัง MG ได้ขยายเบาะนั่งเป็น 522 มม. และสามารถปรับเอนพนักพิงได้ 27 องศา รวมทั้งยังดีไซน์ในส่วนของพื้นรถให้มาในแบบเรียบสนิทเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาด้านหลัง และตังเบาะยังออกแบบให้ปรับพับได้แบบ 60/40 เพื่อความยืดหยุ่นในการเก็บสัมภาระ มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก พร้อมม่านบังแดดในตัว (จะมีในรุ่นท๊อป)



ทั้งนี้ในส่วนงานออกบบดีไซน์ภายนอกตัววรถนั้น ตัวรถยังคงมาในรูปแบบ Hatchback 5 ประตู รูปลักษณ์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจาก Cyberster รถยนต์เปิดประทุนไฟฟ้าของ MG โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉียบคม ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน มาพร้อมโลโก้เอ็มจีด้านหน้าแบบเรืองแสง ขณะที่ในส่วนกันชนหน้ามาในแบบสปอร์ต มีช่องดักอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมู


เส้นสายด้านข้างออกแบบให้มีมีเส้นที่ดูคมชัด ซุ้มล้อดีไซน์เฉียบช่วยเพิ่มความกว้างให้กับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 ก้าน ด้านมือเปิดประตูเป็นแบบปกติ พร้อมตกแต่งกรอบกระจกบานข้าง และเสา B ของตัวรถด้วยเฉดสีดำ ส่วนพอร์ตชาร์จไฟตั้งอยู่ที่ซุ้มล้อหน้าด้านซ้ายของรถ


ด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้ายรูปทรงลูกศร 2 ดวงเชื่อมกันด้วยแถบไฟ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาที่มีไฟเบรกในตัว มาพร้อมใบปัดน้ำฝนด้ารหลัง กันชนหลังออกแบบให้เรียบง่าย โดยีไฟทับทิมเป็นแบบแนวตั้งวางอยู่องฝั่งซ้าย – ขวา


ด้านเฉดสีตัวถังทาง MG เปิดตัวสีภายนอกใหม่ 2 สี ได้แก่ สีม่วง Donglai Purple และสีเขียว Qingbo Green

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ MG4 EV ใหม่ จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาว 4,395 มม. และกว้าง 1,842 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,750 มม.

ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนเบื้องต้นเผยว่าจะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 120 kW / 160 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ขณะที่ชุดแบตเตอรี่จะเป็นแบบ Semi-Solid State ที่คาดว่าจะมีขนาดความจุอยู่ที่ 70 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 537 กม. (CLTC)

โดยตัวแบตเตอรี่นั้นจะเป็นของทาง QingTao Energy โดยจะจะใช้สารอิเล็กโทรไลต์เหลวเพียง 5% เท่านั้น โดยผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อาทิเช่นผ่านการทดสอบการเจาะทะลุ 360 องศา รวมทั้งยังสามารถทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นได้ถึง -7°C เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟต (LFP) ทั่วไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับ MG4 EV ใหม่จะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ.นประเทศจีนวันที่ 5 สิงหาคม 2025 ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่ารายละเอียดทั้งหมด รวมทั้งราคาจำหน่ายจะถูกเปิดเผยออกมาในวันนั้น
ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
