หลังจากที่ทาง Mercedes-Benz ได้เผยโฉม CLA เจอเนเรชันที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ก่อนที่ในเจนฯ ใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายนั้น ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เตรียมนำ CLA รุ่นปัจจุบันมาปรับแต่งเป็นรุ่นพิเศษส่งท้ายอำลา โดยจะใช้ชิ่อรุนว่า Mercedes-AMG CLA 45 S Final Edition ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งตัวถัง Sedan และ Shooting Brake

สำหนรับ Mercedes-AMG CLA 45 S Final Edition จะมาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยสีภายนอก ที่มีให้เลือกทั้งสีเทา Manufaktur Mountain Grey Magno และสีดำ Night Black มาพร้อมแต่งด้วยสติกเกอร์ลายกราฟิกสีดำ -เหลือง ที่เป็นชื่อรุ่น 45 S ที่ด้านข้างประตูหน้า รวมทั้งแต่งด้วยโลโก้ AMG สีเหลืองที่กระจกข้าง

นอกจากนั้นในสีเหลือง – ดำ ยังถูกตกแต่งไว้บนล้อฟอร์จขนาด 19 นิ้ว มสพร้อมคาลิเปอร์เบรกสีดำเงาพร้อมโลโก้ AMG สีขาว อีกทั้งที่ฝาปิดที่เติมน้ำมันก็เปลี้่ยนมาเป็นวัสดโครเมียมพร้อมติดตราโลโก้ AMG

อีกทั้งรุ่นพิเศษส่งท้าย CLA 45 คันนี้ ยังมาพร้อมกับแพ็กเกจ AMG Night Plus และ AMG Aerodynamics Plus ที่มีการตกแต่งภายนอกด้วยสีดำเงา และโครเมียมดำ ทั้งที่ตัวกระจกมองข้าง, ปลายท่อไอ แต่หากต้องการความพิเศษเพิ่มขึ้นก็มีออปชัน AMG Night Package II และแพกเก็จแอโรไดนามิก AMG ให้เลือกเพื่อเสริมสมรรถนะสำหรับการขับรถที่ความเร็วสูง

ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG CLA 45 S Final Edition จะมากับเบาะที่นั่ง AMG Performance สุดพิเศษที่หุ้มด้วยหนัง Artico และวัสดุไมโครไฟเบอร์ Microcut สีดำ พร้อมเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีเหลือง รวมทั้งพนักพิงศรีซะก็ยังปักชื่อรุ่น 45 S ด้วยด้ายสีเหลือง

อีกทั้งยังตกแต่งภายในด้วยเส้นสายสีเหลืองที่แผงประตู และแผงแดชบอร์ด รวมทั้งงยังที่บริเวณธรณีประตูด้วยแผ่นแพลนครอบบันไดสีดำ ที่ปั้มตราโลโก้ AMG สีเหลืองแบบเรืองแสง มาพร้อมพรมปูพื้น AMG ที่ปักชื่อรุ่น 45 S และขอบตะเข็บด้วยด้ายสีเหลืองทั้งหมด

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อน ของรุ่นพิเศษจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 310 kW / 422 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ โดยจะมีอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 250 กม./ชม.
โดยในรุ่นพิเศษคันนี้นี้ทาง Mercedes ยังไม่มีการเปิดตัวเลขของราคาจำหน่ายออกมา เพียงแต่บอกว่าจะมีจำนวนจำกัด โดยการวางตลาดนั้นจะมีทั้งในอเมรกา และยุโรป โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2026 ที่จะถึงนี้
