หลังจากที่ทาง Mazda และ ChangAn ที่เป็นบริษัทร่วมทุนได้ปล่อยภาพ Mazda EZ-6 Sports Edition รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษ ที่มาในสไตล์สปอร์ต ด้วยชุดแต่งดำรอบคัน ล่าสุดทางผู้ผลิตอย่างมาสด้า และฉางอันได้เปิดราคาจำหน่ายของ EZ-6 Sports Edition ออกมาแล้ววในตลาดเมืองจีน โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อยทั้งในรูปแบบ BEV และ EREV ที่เป็นแบบขยายระยะทาง

ราคาจำหน่าย Mazda EZ-6 Sports Edition ในตลาดเมืองจีน
- Mazda EZ-6 Sports Edition รุ่น Smart Elegant (EREV รุ่นขยายระยะทาง) ราคา 161,800 หยวน (7.29 แสนบาท)
- Mazda EZ-6 Sports Edition รุ่น Extreme (EREV รุ่นขยายระยะทาง) ราคา 171,800 หยวน (7.74 แสนบาท)
- Mazda EZ-6 Sports Edition รุ่น Pure Electric Zhiga ราคา 171,800 หยวน (7.74 แสนบาท)
- Mazda EZ-6 Sports Edition รุ่น Pure Electric Supreme ราคา 181,180 หยวน (8.16 แสนบาท)

สำหรับในด้านงานออกแบบของ Mazda EZ-6 Sports Edition ยังคงเหมือนกับในรุ่นปกติ มาพร้อมปรัชญาการออกแบบ ‘Soul of Motion‘ ของทาง Mazda กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางมาสด้า แต่ปรับให้เป็นแบบปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ตรงกลางคิดโลโก้มาสด้า แบบเรืองแสง มาพร้อมกรอบกระจังหน้าแบบเรืองแสง

โดยมีไฟหน้า LED Wings of Light ทรงเพรียวบาง อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม

เส้นสายด้านข้างตัวรถจะจะมาพร้อมกับความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ



ด้านท้ายจะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ โดยในส่วนของชุดไฟด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม อีกทั้งยังได้รับการติตดั้งสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้าเมื่อมีความเร็วสูงกว่า 90 กม./ชม.



เสริมความสปอร์ตด้วยชุดพาร์ทแต่งสีดำรอบคัน ไมว่าจะเป็นชุดสเกิร์ตหน้า /กาบข้างประตู นอกจากนั้นยังมาพร้อมล้อออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้ว โดยที่ด้านในมากับชุดคาร์ลิปเปอร์เบรกสีแดง

ในด้านขนาดตัวรถยังคงมีความยาวอยู่ที่ 4,921 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,485 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,895 มม.



ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Mazda EZ-6 Sports Edition ก็ปรับให้มีความสปอร์ต และดุดันมากขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐายน โดยตัวเบาะที่นั่งจะหุ้มด้วยหนัง Alcantara สีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยสีเข้มที่บนคอนโซลกลาง และช่องระบายอากาศ

ส่วนชุดอุปกรณ์ภายในอื่น ๆ นั้น แผงคอนโซลหน้าจะมากับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง นอกจากนี้ยังได้รับการติตดั้งจอ AR-HUD ที่แสดงผลแบบเสมือนจริงขนาด 50 นิ้ว

คอนโซลกลางจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องวางแก้ว หรือขวดน้ำขนาดใหญ่ 2 ช่อง มาพร้อมชุดเครื่องเสียงของทาง Sony พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง นอกจากนี้ทาง มาสด้ายังได้เพิ่มไฟแบ็คไลท์สีแดงรอบห้องโดยสาร

ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่พับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้า (ในรุ่น BEV) ที่มีความจุ 99 ลิตร



ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบอัจฉริยะ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าพร้อม Stop & Go, ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคมุ รถให้อยู่ในเลน,ระบบช่วยควบคมุ ความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, ระบบช่วยเตือนเมื่อ รถออกนอกเลน ล ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนนเลน, ระบบช่วยเตือนเหากเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง, ระบบเตือนเมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัย 9 ใบ

Mazda EZ-6 Sports Edition ยังคงถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม EPA โดยขุมพลังยังคงมีให้เลือก 2 รูปแบบทั้ง BEV และ EREV
- รุ่น BEV ที่ขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% จะได้รับการติตดั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดจะถูกจำกัดไว้ที่ 170 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. ตามลำดับ (CLTC) โดยจะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลา 15 นาที
- รุ่น EREV (ขยายระยะทาง) จะมากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีกำลัง 70 kW (94 แรงม้า) มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหลังที่ให้กำลัง 160 kW (218 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion phosphate ที่จะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 130 กม. หรือ 200 กม.และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถังจะมีระยะทางขับขี่ไกลถึง 1,301 กม. (CLTC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟ 30% ถึง 80% ใน 20 นาที โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 3.6 ลิตรต่อ 100 กม. นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังได้รับการติดตั้งระบบ V2L ที่จ่ายไฟภายนอกสูงสุด 3.3 kW
เบื้องต้น Mazda EZ-6 Sports Edition ยังคงจะมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีน ส่วนจะขยายไปยังต่างประเทศด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอดูว่า Mazda EZ-6 หรือที่บ้านเราในไทย รวมทั้งในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกจะใช้ชื่อว่า Mazda 6e จะมีผลตอบรับในทางที่ดีมากน้อยเพียงใด
