หลังจากที่ทาง มาสด้าในประเทศจีนได้เผยโฉม Mazda EZ-6 ที่ในงาน Auto China หรืองาน Beijing Auto Show เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Mazda และ Changan ที่เป็นบริษัทร่วมทุนได้เปิดจำหน่ายล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับซีดานตัวใหม่คันนี้ โดยจะมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้งแบบ EV ไฟฟ้า 100% และรูปแบบ EREV (Extended-range EV) เคาะราคาจำหน่ายล่วงหน้าไว้ระหว่าง 160,000 – 200,000 หยวน หรือคืดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.39 – 9.24 แสนบาท

สำหรับ Mazda EZ-6 ถือว่ารถยนต์รุ่นที่ 3 ของ Mazda ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดย EZ-6 จะเป็นผลงานความร่วมมือกันระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น และจีนอย่างทาง มาสด้า และ ฉางอัน

โดยรถยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวนี้ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Deepal SL03 หรือ ในบ้านเราจะรู้จักกันในชื่อ Deepal L07 โดย Mazda EZ-6 ตัวใหม่นี้ถูกวางแผลนให้เข้ามาทำตลาดแทนที่ Mazda 6 ที่ได้โบกมือลาไปแล้ว

ในด้านงานดีไซน์ตัวรถยังคงมาพร้อมปรัชญาการออกแบบ ‘Soul of Motion‘ ของทาง Mazda กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางมาสด้า แต่ปรับให้เป็นแบบปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ตรงกลางตีตรามาสด้า แบบเรืองแสง ในส่วนด้านข้างตัวกระจังหน้ามาพร้อมไฟเมทริกซ์แบบเรืองแสงเช่นกัน โดยมีไฟหน้า LED ทรงเพรียวบาง โดยทาง Mazda เรียกกลุ่มไฟ LED ว่า Wings of Light อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม



ในส่วนเส้นสายด้านข้างตัวรถจะถูกออกแบบให้ดูสมูท และเนียนตากว่า พร้อมเพิ่มความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง รวมทั้งในส่วนพื้นที่หน้าต่างระหว่างเสา C และ D จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า SL03 หรือ L07 นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว



ส่วนด้านท้ายของ EZ-6 จะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ โดยในส่วนของชุดไฟด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม อีกทั้งยังได้รับการติตดั้งสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้าเมื่อมีความเร็วสูงกว่า 90 กม./ชม.



ในด้านขนาดตัวรถของ EZ-6 จะมีความยาว 4,921 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,485 มม. และมีนระยะฐานล้ออยู่ที่ 2895 มม. ซึ่งจะขนาดที่ใหญ่กว่า SL03


ในด้านห้องโดยสารจะลดการใช้ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ แผงแดชบอร์ดจะได้รับการติตดั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว อีกทั้งยังได้รับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผลแบบเสมือนจริงขนาด 50 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 มาพร้อมระบบตรวจเช็คระบบจากสมารืตโฟนได้



มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Hi MAZDA ที่สามารถสั่งงานได้จากทุกตำแหน่งภายในห้องโดยสาร อีกทั้งยังสามารถใช้คำสั่งเสียงจากภายนอกรถเพื่อเปิดฝากระโปรงหลัง


ส่วนช่องแอร์ออกแบบให้มาในทรงเรียวเล็ก โดยคู่กลางจะวางอยู่ใต้หน้าจออินโฟรเทนเมนต์ มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ที่หุ้มด้วยหนังแบบทูโทน



ด้านตัวเบาะที่นั่งจะเน้นความพรีเมียม โดยจะถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa สลับหนังกลับที่ถูกตัดเย็บด้วยลวดลายตะเข็บไขว้ เบาะนั่งคู่หน้ามาในแบบ Zero-Gravity ซึ่งสามารถปรับเอนจนเกือบราบเรียบได้ รวมทั้งยังปรับระดับไฟฟ้า 14 ทิศทาง มาพร้อมฟังก์ชันนวด 8 จุด



คอนโซลกลางออกแบบให้แตกต่างจาก SL03 หรือ L07 อย่างชัดเจน โดยจะถูกดีไซน์ให้เป็นแท่งยาวเชื่อมต่อกับคอนโซลหน้า ด้านบนจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องวางแก้ว หรือขวดน้ำขนาดใหญ่ 2 ช่อง



ด้านชุดอุปกรณ์ภายใน จะได้รับชุดเครื่องเสียงพร้อใมลำโพง 14 ตำแหน่ง, ชุดไฟ Ambient Light รอบห้องโดยสารที่ปรับได้ 64 สี ขณะที่ภายในห้องโดยสารจะรองรับการสลับโหมดฉากได้ 13 โหมด นอกจากนี้ยังมีหลังคาพาโนรามิก


ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่พับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้า (ในรุ่น EV) ที่มีความจุ 99 ลิตร




สำหรับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะได้รัการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบช่วยเตือนเมื่อ ต้องการเปลื่อนเลน, ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา และระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ เป็นต้น

ในด้านระบบขับเคลื่อนสำหรับรุ่น EV จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดจะถูกจำกัดไว้ที่ 170 กม./ชม.

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. ตามลำดับ (ตามมาตรฐาน CLTC) โดยจะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลา 15 นาที


ขณะที่ในรุ่น EREV จะมากับเครื่องยนต์ JL473QJ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีกำลัง 70 kW มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 kW (218 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion phosphate ที่จะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 130 กม. หรือ 200 กม.และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถังจะมีระยะทางขับขี่ไกลถึง 1,301 กม. นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังได้รับการติดตั้งระบบ V2L ที่จ่ายไฟภายนอกสูงสุด 3.3 kW

สำหรับ Mazda EZ-6 รถซีดานใหม่รุ่นนี้ปัจจุบันจะมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น
