หลังจากที่ทาง มาสด้า ได้เดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ด้วยการเปิดตัว New Mazda CX-3 Essential ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ล่าสุดได้เปิดตัว NEW Mazda CX-30 ESSENTIAL ตามออกมาอีกหนึ่งรุ่น ที่มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนใหม่หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับไลน์อัพใหม่จากเดิมที่มี 4 รุ่นปรับเหลือเพียง 3 ร่นย่อย นอกจากนั้นยังได้มีการปรับเพิ่มออพชัน และฟีเจอร์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกรุ่น ใส่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟแบบเต็มคัน ที่สำคัญมีการปรับราคาลดลงจากรุ่นที่ผ่านมาเกือบ 1 แสนบาท

ไลน์อัพ และราคาใหม่ Mazda CX-30 ESSENTIAL (MY2025) ประกอบด้วย
- รุ่น PRIME ราคาจำหน่าย 899,000 บาท (รุ่นเริ่มต้นใหม่ ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น)
- รุ่น ULTRA ราคาจำหน่าย 999,000 บาท (ปรับอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น C)
- รุ่น SIGNATURE ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท (ปรับเพิ่มอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น S ในราคาเท่าเดิม)

สำหรับ NEW Mazda CX-30 ESSENTIAL จะถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “LIVE A LIFE OF VALUE” เติมเต็มชีวิตให้คุ้มค่ากับเอสยูวีที่ใช่ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สง่างามด้วย โคโดะ ดีไซน์ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยว และทรงพลัง มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบสนองดีที่สุดให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า
ดีเทลรายละเอียดของ Mazda CX-30 ESSENTIAL (MY2025)

รุ่น PRIME ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นใหม่ ถูกออกแบบมาให้เป็นเจ้าของได้ง่าย มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน โดยรวบรวมทุกเอกลักษณ์ของดีเอ็นเอรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่มาไว้อย่างลงตัว กับสมรรถนะเหนือระดับของเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 13.0:1 ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร รองรับน้ำมัน E85 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร ให้อัตราเร่งและการตอบสนองดีเยี่ยม


งานดีไซน์มากับไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดและปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ มาพร้อมที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าปรับอัตโนมัติและที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทาง พนักพิงด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว พนักพิงเบาะหลังพับได้แบบ 60:40


แผงแดชบอร์ดหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า Windshield Active Driving Display มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus, เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold
ระบบความปลอดจะได้รับกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย Burglar Alarm ระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัตโนมัติ กล้องมองหลัง พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

รุ่น ULTRA มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัวกับทุกมิติของชีวิต ทั้งระบบ Infotainment ครบครัน มอบความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ผ่านระบบ Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่ออกแบบตามแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางเอกลักษณ์ของมาสด้า




ภายในตกแต่งอย่างประณีตมาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง



มอบความสะดวกสบายให้กับการใช้งานกับประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Keyless Entry ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control)

พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด มอบความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง ขณะทีชุดล้ออัลลอยจะมีขนาด 16 นิ้ว *สำหรับ Android เวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อได้ทันที

รุ่น SIGNATURE โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความครบครันในทุกฟังก์ชั่น มาพร้อมล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟท้ายแบบ LED Signature กระจังหน้าและวัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโน




ขับสนุกได้อย่างใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift และมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ครบครัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC, ระบบเตือนเมื่อมีรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS, ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC รบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยลัง ตอบรับความสุนทรีย์ได้ครบทุกจุดสัมผัสกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่พิถีพิถันเสมือนงานทำมือ เรียบหรูด้วยเบาะหนังสีดำ และเพิ่มอรรถรสให้การเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ประกอบด้วย
- ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sports Paddle Shift)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA
- ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC
- ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS
- ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS
- ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS
- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM
- ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R
- ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ
- ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA
- ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS
- ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนเนิน HLA
- ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
- ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC
- จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
- พวงมาลัยยุบตัวแปรผันตามการทำงานของถุงลมนิรภัย พร้อมแป้นเบรกยุบตัวได้
- คานเหล็กเสริมกันกระแทกด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
- กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง
- ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด
- ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด



สำหรับ New Mazda CX-30 ESSENTIAL มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย
- สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal) เพิ่ม 17,000 บาท
- สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray) เพิ่ม 15,000 บาท
- สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz)
- สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
- สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl) เพิ่ม 10,000 บาท
