ที่ภายในบูธ Mazda ภายในงาน Motor Expo 2025 ปีนี้ สิ่งที่ดูจะดึงดูดความสนใจของผู้ที่เข้าชมภายในงานคงหนีไม่พ้น Mazda 6e สปอร์ตซีดานไฟฟ้า ที่ทางมาสด้าได้นำาดชว์ตัวเป็น ๆ ให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสกัน โดยเป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีน ก่อนที่จะมีการเปิดตัวประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงปี 2569 ที่จะถึงนี้

สำหรับ Mazda 6e ที่นำเข้ามาโชว์ตัวในไทยครั้งนี้ยังเป็นเวอร์ชันพวงมาลัยซ้าย ในด้านงานออกแบบ ตัวรถ จะเป็นความร่วมมือระหว่าง Mazda และทาง Changan โดยเป็นการนำเอาแพลตฟอร์มของ Deepal L07 มาพัฒนาใหม่ ซึ่งในตลาดประเทศจีนจะใช้ชื่อรุ่นว่า Mazda EZ-6 โดยจะมีขุมพลังให้เลือกใช้ทั้งแบบ EV ไฟฟ้า 100% และ EREV ส่วนในตลาดโลกนั้นใช้ชื่อว่า Mazda 6e

งานดีไซน์ตัวรถจะมาพร้อมปรัชญาการออกแบบ ‘Soul of Motion’ ของทาง Mazda กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางมาสด้า แต่ปรับให้เป็นแบบปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ตรงกลางติดตรามาสด้ แบบเรืองแสง ที่จะเป็นเม็ดสีแบบนาโน เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์ โดยสามารถปรับเปลี่ยนสีได้ 2 สี ได้แก่ สีเทา moon grey และ สีทอง radiant gold ซึ่งใช้เม็ดสีระดับนาโนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์

ส่วนด้านข้างตัวกระจังหน้ามาพร้อมไฟเมทริกซ์แบบเรืองแสงเช่นกัน โดยมีไฟหน้า LED ทรงเพรียวบาง โดยทาง Mazda เรียกกลุ่มไฟ LED ว่า Wings of Light อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม

เส้นสายด้านข้างตัวรถจะจะมาพร้อมกับความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ที่รัดดด้วยยางขนาด 245/45 R19

ด้านท้ายของ Mazda 6e จะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ ชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ ด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม มาพร้อมสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟ

ในด้านขนาดตัวรถของจะมีความยาว 4,921 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,485 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2895 มม.


ภายในห้องโดยสาร จากภาพจะมาในเฉดสีน้ำตาล / ดำ มาพร้อมงานออกแบบมาในสไตล์มินิมอลที่เรียบหรู ลดการใช้ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ โดยในแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติตดั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว ที่ถูกฝั่งไว้บนแผงคอนโซลหน้ามาพร้อมปีกบังแดดที่ด้านบน อีกทั้งยังได้รับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว

ส่วนช่องแอร์ออกแบบให้มาในทรงเรียวเล็ก โดยคู่กลางจะวางอยู่ใต้หน้าจออินโฟรเทนเมนต์ มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ที่หุ้มด้วยหนังแบบทูโทน
ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่อพับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้าที่มีความจุ 99 ลิตร

ด้านระบบระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมาระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าพร้อม Stop & Go, ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลื่อนเลน, ระบบช่วยเตือนเหากเสี่ยงต่อการโดนชนดา้นหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด, ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า

ส่วนพละกำลังขับเคลื่อนของ Mazda 6e สเปคที่จะนำมาเข้ามาในตลาดประเทศไทยนั้น คาดว่าจะมีเฉพาะรูปแบบ BEV ไฟฟ้า 100 % เท่านั้น ซึ่งถ้าอ้างอิงจากเวอร์ชันที่เปิดตัววางจำหน่ายในจีน จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ที่คู่ล้อหลัง ให้กำลัง 190 kW / 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. (ตามลำดับ CLTC)
ขณะที่สเปคที่จะวางขายในยุโรปจะมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Standard Range และ Long Range
- รุ่น Standard Range จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 190 kW (255 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด จะอยู่ที่ 175 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ความจุ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 483 กม.
- รุ่น Long Range จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 177 kW (241 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.8 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion NMC ที่มีความจุ 80 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 555 กม.

สำหรับ Mazda 6e จะมีเฉดสีตัวถังภายนอก ให้เลือก 6 สี ได้แอก่ สีขาว Crystal White Pearl,สีเทา Aero Grey, สีดำ Jet Black, สีเทา Machine Grey, สีแดง Soul Red Crystal และสีทอง Melting Copper
ส่วนสนนราคาในด้านราคาจำหน่ายของ Mazda 6e สเปคไทย คาดจะถูกประกาศในช่วงเดือนมีนาคม 2569 (2026) นี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีอยู่ที่ 1,xxx,000 บาท ซึ่งจะแพงกว่า Depal L07 ที่เป็นคู่แฝดกัน

และนอกจากนี้ทาง Mazda ประเทศไทย ยังได้ประกาศภายในงาน Motor Expo ว่าพร้อม “เปิดรับจองสิทธิ์” แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้ที่สนใจสามารถลงชื่อจองสิทธิ์ เพื่อรับข้อเสนอพิเศษ และคิวรับรถเป็นกลุ่มแรก ๆ ได้เลย
ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจ และอยากสัมผัสตัวจริงของ Mazda 6e สามารถเข้าไปได้ที่บูธมสาด้าภายในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธ.ค. 2568
