Maextro แบรนด์รถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่าง Huawei และ JAC ได้ฤกษ์เปิดตัว Maextro S800 อัครยานยนต์ซีดาน ที่มีความหรูหราเทียบชั้น Maybach ของทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบรนด์รถหรูจากเยอรมนี

Maextro S800 จะมาในตัวถังซีดานขนาดใหญ่ ที่มีให้เลือกทั้งรูปแบบไฟฟ้า 100% BEV และ EREV ที่เป็นแบบขยายระยะทาง


สำหรับ Maextro S800 จะเป็นรถซีดานสุดหรูขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยถูกวางตำแหน่งให้ออกมาแข่งขันประชันกับ Mercedes-Benz Maybach และ Nio ET9 ในประเทศจีน โดยมีขนาดความยาวที่มากถึง 5,480 มม. กว้าง 2,000 มม. สูง 1,536 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 3,370 มม. โดยในด้านน้ำหนักตัวรถในเวอร์ชัน BEV จะอยู่ที่ 2,731 กก. ส่วนในแบบ EREV จะมีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 2,859 กก.


ในด้านงานออกแบบดีไซน์ ดูเหมือนว่าจะเป็นการหยิบยืมดีไซน์เด่น ๆ ของแต่ละแบรนด์หรูมาไว้บนตัว เริ่มจากช่องรับลมด้านหน้าที่เป็นโครเมียม โดยมีลักษณะที่ดูคล้ายกับทาง Bentley ตัวรถจะมาในแบบทูโทนที่ชวนให้นึกถึงรถหรูอย่าง Maybach มาพร้อมฝากระโปรงหน้ายาว หลังคาโค้งมนที่ไหลลื่นไปทางด้านหลัง และฐานล้อที่ยืดออก




ขณะที่ชุดล้อจะได้รับแรงบันดาลใจจาก Rolls-Royce โดยจะมีให้เลือก 3 รูปแบบ ขนาด 20 – 21 นิ้ว มาพร้อมคาลิปเปอร์ Brembo แบบ 4 พอต ที่จัดการเบรกด้วยเซ็นเซอร์ความเร็วล้อชิปคู่ และระบบไฟฟ้าไฮดรอลิก


นอกจากนั้นยังเพิ่มทั้งความรู้สึกหรู และไฮเทคด้วยการตกแต่งจุดไฟขนาดเล็กที่ดูเหมือนดวงดาว ตามส่วนต่าง ๆ ทั้งที่รอบกรอบไฟหน้า มือจับเปิดประตู และบริเวณไฟท้ายที่เป็นแถบยาว



ส่วนด้านท้ายมาในแบบสไตล์ฟาสต์แบ็ก ที่มีสัดส่วนที่ดูคล้ายกับทาง Porsche Panamera พร้อมติดตั้งแถบไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ พร้อมติดชื่อแบรนด์ M A E X T R O ไว้ตรงกลาง


เสริมความหรูราไฮไทคโดยไฟหน้า และไฟส่องสว่างด้านข้างปีก จะเปิดออกเมื่อเจ้าของรถเข้าใกล้ มาพร้อมไฟเอฟเฟกต์ไฟต้อนรับ ที่ไม่ซ้ำใคร อีกทั้งในส่วนประตูคู่บานท้ายยังเป็นแบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่เปิด -ปิดแบบอัตโนมัติ




ภายในห้องโดยสารจะตกแต่งภายในด้วยวัสดุุระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นหวัสดุหนังลูกวัวแบบแรกเกิด และวัสดุลายไม้ที่นำมาเรียงแบบไร้รอยต่อ อีกทั้งยังตกแต่งด้วยคริสตัล ต่างจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้, โคมไฟ และปุ่มควบคุม







เบาะที่นั่งจะมีให้เลือกทั้งรุ่น 4 และ 5 ที่นั่ง ตัวเบาะหุ้มด้วยหนังกึ่งอะนิลีนแบบฟูลเกรน โดยเฉดสีภายในของ Maextro S800 จะมีให้เลือก สีขาว Misty Cloud Elegant White, สีขาว / น้ำตาล Morning and evening white brown, สีขาว / ม่วง Sunlight white purple, สีน้ำตาลดำ Night Dark Brown, สีน้ำตาล Sunlight Brown

เบาะผู้โดยสารด้ารหลังเป็นแบบ Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 20 ทิศทาง อีกทั้งยังปรับเอนได้สูงสุด 148.5° พร้อมฟังก์ชันนวดหลายจุด ระบบระบายอากาศ และระบบทำความร้อน

นอกจากนั้นยังติดตั้ง“ฉากกั้นแบบนุ่มขนาดใหญ่” ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวรวมทั้งยังกลายเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ ที่ไว้สำหรับให้กลายเป้่นดรงภาพยนตร์ส่วนตัว




ขณะที่คอนโซลกลางมาในแบบ “Executive Island” ประกอบด้วยถาดวางของบนเครื่องบินแบบพับได้ 2 ชั้น, ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิแบบ 2 โซนพร้อมระบบฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี, ตู้เซฟป้องกันลายนิ้วมือ, ที่วางแก้วแบบ 2 ช่องพร้อมระบบทำความร้อน/ทำความเย็น และพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่

ด้านระบบปรับอากาศเป็นแบบแบ่งโซนเป็น 4 พื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่สามารถปรับอุณหภูมิได้อิสระ และปรับให้เข้ากับสภาพภายนอกได้โดยอัตโนมัติ


แผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอแสดงผลแบบพาโนรามา 3 จอที่วางเรียงเต็มพื้นที่คอนโซลหน้า ขับเคลื่อนด้วยระบบ Harmony ALPS 2.0 มาพร้อมกับ Huawei XHUD อีกทั้งยังมีหน้าจอที่สะท้อนภาพจากกระจกมองข้าง ที่อยู่มุมทั้ง 2 ฝั่ง


ส่วนเบาะที่นั่งด้านหลังจะมากับระบบไฟส่องสว่าง ที่ปรับแต่งได้ โดยสามารถปรับไฟได้ด้วยทาทาง ส่วนขณะที่เพดานหลังคาจะเป็นแบบเรืองแสง เมหือนท้องฟ้าในยามคาำคืน พร้อมกับปรับ 3 โหมด มาพร้อมเอฟเฟกต์ที่เป็นแบบฝนดาวตก


รวมทั้งซีดานหรูคันนี้ยังมีกระจกแบบ Privacy Glass ที่สามารถควบคุมการเปิด – ปิด ด้วยท่าทาง ส่วนพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะถูกบุด้วยกำมะหยี่ และมีความจุสามรถเก็บสัมภาระได้มากถึง 445 ลิตร


อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ โดยจะมากับระบบเสียงของทาง Huawei ซึ่งเป็นระบบเสียงที่หรูหราที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Harmony Intelligent Mobility โดยจะติดตั้งลำโพงรอบคันถึง 43 ตัว โดยจะมีลำโพง 4 ตัวที่อยู่บนพนิงพงศรีษะ

นอกจากนั้น Maextro S800 ยังมาพร้อมระบบกุญแจรถดิจิทัล “Star-flash” ของ Huawei ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมกับ Huawei Watch 5 ที่กำลังจะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ โดยกุญแจนี้สามารถตรวจจับผู้ใช้ได้ในระยะ 20 เมตร ปลดล็อคได้ในระยะ 3 เมตร


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับระบบขับขี่อัจฉริยะ ADS 4 ล่าสุดของ Huawei ซึ่งมีคุณสมบัติ “AI trains AI” ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ LiDAR 4 ตัว และเซ็นเซอร์อื่นๆ อีก 32 ตัว มาพร้อมขับขี่อัตโนมัติระดับ 3

Maextro S800 จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Tuling Intelligent Chassis ของ Huawei ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน S800 จะมีให้เลือกทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน BEV และรุ่นไฟฟ้าขยายระยะทาง (EREV)


โดยในรุ่นไฟฟ้า 100% จะมากับมอเตอร์คู่ที่ให้กำลัง 390 kW / 523 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 95 kWh ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางไกล 702 กม. (CLTC) ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที มาพร้อมสถาปัตกรรม 800V รองรับการชา์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก จาก 10% ถึง 80% ในเวาลเพียง 12 นาที



ขณะที่ในรูปแบบ EREV หรือระบบขยายระยะทางขับขี่ โดยจะเป็นการผสานกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่ให้กำลัง 115 kW / 154 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และ มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาด 65 kWh ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V รองรับการชาร์จไฟแบบ DC 6C ให้กำลังไฟจาก 10% ถึง 80% ในเวลา 10.5 นาที

โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่จะให้กำลังขับ 390 kW / 523 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ ชม. ในเวลา 4.9 วินาที วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนให้ระยะทางไกลถึง 400 กม. ระยะทางรวม 1,333 กม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 0.09 ลิตร/100 กม.

ส่วนในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวให้กำลังรวมที่มากถึง 635 kW / 852 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ ชม. ในเวลา 4.7 วินาที วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 365 กม. โดยจะมีระยะทางรวม 1,200 กม. ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 0.25 ลิตร/100 กม. โดยรถยนต์ทุกรุ่นจะใช้เทคโนโลยี Whale Battery 2.0 ของ Huawei

นอกจากนั้น Maextro S800 จะมีระยะเบรกจาก 100 กม./ชม. คือ 34.5 เมตร รวมทั้งระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังจะอยู่ที่ ±12° ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.05 เมตร และมีระบบ Crab-Walk ที่ 16°

สำหรับ Maextro S800 ที่เปิดตัวในจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ทั้งแบบทูโทน และโมโนโทน ได้แก่ สีม่วง / สีเงา Cloud Realm Silver Purple, สีดำ / ทอง Dawn Gold and Black, สีเทา / ดำ Lingyun Mobai, สีครีม Yunxiahui, สีน้ำตาลทอง Wilderness Brown Gold และสีดำ Star Black




ด้านราคาจำหน่ายทาง Huawei และ JAC Motors เปิดราคาจำหน่าย Maextro S800 ไว้ระหว่าง 708,000 – 1,018,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 3.21 – 4.62 ล้านบาท โดยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะในเมืองจีน
