Lynk & Co แบรนด์รถยนต์อยู่ในเครือของทาง Geely และ Volvo เผยโฉมรูปร่าง และข้อมูลบางส่วนของ Lynk & Co 10 EM-P ว่าที่รถยนต์ซีดานตัวใหม่ของทางแบรนด์ บนทางโซเชียลมีเดียของบริษัทในจีน

จากข้อมูลเบื้องต้นเผยว่า Lynk & Co 10 EM-P จะถูกสร้างขึ้นสถาปัตยกรรม CMA Evo มากับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ที่เป็นการทำงานเครื่องยนต์ 1.5T Evo ที่ให้กำลัง 120 kW / 161 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้า่คุ่หน้าให้กำลัง 180 kW 241 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ล้อหลังให้กำลัง 90 kW / 121 แรงม้า ฬฆ็กำลังรวมทั้งะบบที่ 390 kW / 523 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดที่มาถึง 755 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ DHT 3 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 5.1 วินาที



โดยมีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาดความจุ ได้แก่ 18.4 kWh และ 38.2 kWh ซึ่งทำให้สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 120 กม. และ 240 กม. ตามลำดับ พร้อมรองรับการชาร์จไฟ 15 นาที ให้กำลังไฟจาก 30% เป็น 80%


ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้นจะถอกแบบมาจาก Lynk & Co Z10 ที่เป็นเวอร์ชันไฟฟ้่า 100% ด้านหน้ามากับกระจังหน้าแบบปิดทำให้ดูโฉบเฉี่ยว และเรียบง่าย มาพร้อมชุดไฟ DRL แบบแนวตั้งคู่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ โดยแถบไฟด้านนอกจะลากยาวเลาะขอบฝากระโปรงหน้าไปจนเกือบจะถึงเสา A

ส่วนชุดไฟส่องสว่างจะอยู่ในแถบไฟ LED ที่วางพาดเต็มพื้ที่ส่วนหน้า บริเวณกันชนด้านล่างดีไซน์ให้มีช่องอากาศขนาดเล็กในแต่ละด้านตกแต่งด้วยแผงสีดำ ทำให้มีสไตล์ดุดัน ด้านล่างมีช่องดักอากาศทรงสี่เหลี่ยมแบนที่ใช้งานได้จริง ช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตโดยรวม

ด้านข้างออกแบบให้มีคามวเรียบหรูดูแพง มือเปิดผระตูเป้นแบบซ่อนที่ราบไปกับตัวรถ หลังคารถเป็นแบบซีดานแบบฟาสต์แบ็ก และตัวถังสีทูโทน โดยตั้งแต่เสา A ไปถึงเสา C และหลังคาจะเป้นเฉดสีดำทั้งหมด มาพร้อมล้ออัลลอยมาสในสไตล์ AERO Wheel แบบ 5 ก้านสีทูโทน เพื่อลดแรงต้านอากาศ ขณะที่ประตูเป็นแบบไร้กรอบ

ด้านท้ายมากับสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้า ชุดไฟท้าย LED ดอทเมทริกซ์ ที่วางพาดเต็มด้านท้ายตามแบบฉบับรถยนต์สมัยใหม่ เพิ่มความดุดันด้วยแผงสีดำบริเวณกันชนด้านล่าง


ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 5,050 มม. กว้าง 1,966 มม. สุง 1,487 มม. และมีระยะพร้อมฐานล้อ 3,005 มม. เมื่อเปรียบเทียบกับ Lynk & Co Z10 แล้วในรุ่น PHEV จะทั้งยาว และสูงกว่า

สำหรับเฉดสีตัวถังของ Lynk & Co 10 EM-P 2025 ใหม่จะมีสีภายนอกให้เลือก 3 สีใหม่ ได้แก่ สีม่วง, สีทอง และสีเบจ


ภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีส้ม,สีขาว, สีดำ และสีดำผสมทอง โดยออกแบบให้่เน้นความกว้างขวาง โดยมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารทั้งหมด 4.8 ตารางเมตร โดยมีระยะ Head Room ในแถวหน้าที่มากถึง 1,014 มม. ส่วน Head Room ที่แถวหลังจะมีระยะอยู่ที่ 951 มม.


ด้านงานออกแบบภายในก็จะคล้ายกับรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เน้นความเรียบหรู แผงคอนโซลหน้า และคอนโซลกลาง จะมีไม่มีปุ่มสั่งงานใด ๆ โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียง หน้าจอกลางแบบสัมผัสที่วางลอยตัวมีขนาด 15.4 นิ้ว มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิตอลแบบบาง ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน เสริมด้วยจอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD)

คอนโซลกลางสไตล์มินิมอล จะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ช่อง เท่านั้น ด้านเบาะที่นั่งทั้งด้านหน้า และด้านหลังมากับระบบระบายอากาศ ระบบทำความร้อน และฟังก์ชันการนวด เบาะที่นั่งด้านหลังปรับเอนได้ตั้งแต่ 117° ถึง 124°


นอกจากนั้นยังได้รับชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง Harman Kardon จำนวน 23 ตัว, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง อีกทั้งยังมีตู้เย็นขนาด 5.7 ลิตร ที่อยู่ระหว่างเบาะคู่หน้า รองรับอุณหภูมิ -6℃ ถึง 10℃ สำหรับทำความเย็น และ 35℃ ถึง 50℃ สำหรับทำความร้อน มาพร้อมโต๊ะเล็กที่ด้านหลังเบาะที่ที่นั่งด้านหน้า โดยเมื่อกางออกจะรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 15 กก.

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช้่วยเหลือกการขับขี่ โดยบนหลังคาด้านหน้าติดตั้ง LiDAR เพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง G-Pilot H7 ที่พัฒนาโดย Zeekr และขับเคลื่อนด้วยชิป Nvidia Drive Thor ซึ่งสามารถรองรับระบบช่วยจอดรถ, ระบบนำทางบนทางหลวงและในเมืองที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ และระบบนำทางแบบ door-to-door โดยไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง

สำหรับ Lynk & Co 10 EM-P จะเข้าสู่ตลาดในจีนช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 นี้ ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นนั้นจะมีึ้นในเร็ววันนี้ ขณะที่ด้านราคาจำหน่ายนั้นจากข้อมูลของสื่อในประเทศจีน คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 200,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.1 แสนบาท
ทั้งนี้หากมีข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
