จากที่ก่อนหน้าไม่นานทาง Lynk & Co แบรนด์รถยนต์อยู่ในเครือของทาง Geely และ Volvo ได้เผยโฉมรูปร่าง และข้อมูลบางส่วนของ Lynk & Co 10 EM-P ว่าที่รถยนต์ซีดานตัวใหม่ของทางแบรนด์ บนทางโซเชียลมีเดียของบริษัทในจีน

ล่าสุดได้เริ่มเปิดจำหน่ายล่วงหน้า ก่อนเปิดตัวในประเทศจีนแล้ว ตั้งราคาจำหน่ายเริ่มที่ 192,000 หยวน หรือราว ๆ 8.64 แสนบาท โดยซึดานหรุตัวใหม่นี้จะชูไไลท์เด็ดที่มากับขุมพลัง PHEV ที่ให้กำลังแรงถึง 523 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ G-Pilot H7 พร้อม 700 TOPS เป็นมาตรฐาน


ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้นจะถอกแบบมาจาก Lynk & Co Z10 ที่เป็นเวอร์ชันไฟฟ้่า 100% ด้านหน้ามากับกระจังหน้าแบบปิดทำให้ดูโฉบเฉี่ยว และเรียบง่าย มาพร้อมชุดไฟ DRL แบบแนวตั้งคู่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ โดยแถบไฟด้านนอกจะลากยาวเลาะขอบฝากระโปรงหน้าไปจนเกือบจะถึงเสา A

ส่วนชุดไฟส่องสว่างจะอยู่ในแถบไฟ LED ที่วางพาดเต็มพื้ที่ส่วนหน้า บริเวณกันชนด้านล่างดีไซน์ให้มีช่องอากาศขนาดเล็กในแต่ละด้านตกแต่งด้วยแผงสีดำ ทำให้มีสไตล์ดุดัน ด้านล่างมีช่องดักอากาศทรงสี่เหลี่ยมแบนที่ใช้งานได้จริง ช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตโดยรวม


ด้านข้างออกแบบให้มีคามวเรียบหรูดูแพง มือเปิดประตูเป้นแบบซ่อนที่ราบไปกับตัวรถ หลังคารถเป็นแบบซีดานแบบฟาสต์แบ็ค และตัวถังสีทูโทน โดยตั้งแต่เสา A ไปถึงเสา C และหลังคาจะเป็นเฉดสีดำทั้งหมด ขณะที่ประตูเป็นแบบไร้กรอบ มาพร้อมล้ออัลลอยมาสในสไตล์ AERO Wheel แบบ 5 ก้านสีทูโทน เพื่อลดแรงต้านอากาศมีขนาด 19 และ 21 น้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)


ด้านท้ายมากับสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้า ชุดไฟท้าย LED ดอทเมทริกซ์ ที่วางพาดเต็มด้านท้ายตามแบบฉบับรถยนต์สมัยใหม่ เพิ่มความดุดันด้วยแผงสีดำบริเวณกันชนด้านล่าง

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 5,050 มม. กว้าง 1,966 มม. สุง 1,487 มม. และมีระยะพร้อมฐานล้อ 3,005 มม. เมื่อเปรียบเทียบกับ Lynk & Co Z10 แล้วในรุ่น PHEV จะทั้งยาว และสูงกว่า




ภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีส้ม Chixia Orange, สีขาว Sunlight Rice, สีดำ Moon Shadow Black และสีดำ-ทอง Glod Black โดยออกแบบให้เน้นความกว้างขวาง โดยมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารทั้งหมด 4.8 ตารางเมตร โดยมีระยะ Head Room ในแถวหน้าที่มากถึง 1,014 มม. ส่วน Head Room ที่แถวหลังจะมีระยะอยู่ที่ 951 มม.




ในด้านเบาะที่นั่งจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง แต่ก็มีรุ่นแบบ 4 ที่นั่ง เป็นอีกตัวเลือก โดยเบาะนั่งแถวที่สองทั้งซ้าย และขวา มาพร้อมระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันนวด แอีกทั้งเบาะหลังยังปรับเอนได้ตั้งแต่ 117° ถึง 124° นอกจากนั้นยังติตดั้งโต๊ะพับได้ที่ด้านหลังเบาะหน้าฝั่งขวา โดยสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 15 กิโลกรัม


ด้านงานออกแบบภายในก็จะคล้ายกับรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เน้นความเรียบหรู แผงคอนโซลหน้า และคอนโซลกลาง จะมีไม่มีปุ่มสั่งงานใด ๆ โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียง หน้าจอกลางแบบสัมผัสที่วางลอยตัวมีขนาด 15.4 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8295 และ Flyme Auto OS มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.66 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน โดยมีคันเกียรืแบบก้านอยู่ที่คอพวงมาลัย นอกจากนั้นยังมากับจอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) ขนาด 25.6 นิ้ว


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ช่อง ที่ให้กำลังไฟในการชาร์จ 50W, ชุดไฟ Ambient Light ส่องสว่างรอบห้องโดยสาร 256 สี, ชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง Harman Kardon จำนวน 23 ตัว ที่ให้กำลังขับ 1,600W , ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง


อีกทั้งยังมีตู้เย็นขนาด 5.7 ลิตร ที่อยู่ระหว่างเบาะคู่หน้า รองรับอุณหภูมิ -6℃ ถึง 10℃ สำหรับทำความเย็น และ 35℃ ถึง 50℃ สำหรับทำความร้อนและหลังคากระจกซันรูฟ

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช้่วยเหลือกการขับขี่ โดยบนหลังคาด้านหน้าติดตั้ง LiDAR เพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง G-Pilot H7 ที่พัฒนาโดย Zeekr และขับเคลื่อนด้วยชิป Nvidia Drive Thor ที่มีพลังประมวลผลสูงสุดอยู่ที่ 700 TOPS (ล้านล้านการดำเนินการต่อวินาที) มาพร้อมเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคาด้านหน้า และเซ็นเซอร์อื่นๆ อีก 28 ตัว เช่น กล้องความละเอียดสูง และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร ที่มีพลังประมวลผลสูงสุดอยู่ที่ 700 TOPS (ล้านล้านการดำเนินการต่อวินาที) ซึ่งสามารถรองรับระบบช่วยจอดรถ, ระบบนำทางบนทางหลวง และในเมืองที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ และระบบนำทางแบบ door-to-door โดยไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง




Lynk & Co 10 EM-P จะถูกสร้างขึ้นสถาปัตยกรรม CMA Evo มากับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ที่เป็นการทำงานเครื่องยนต์ 1.5T Evo ที่ให้กำลัง 120 kW / 161 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคุ่หน้าให้กำลัง 180 kW 241 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ล้อหลังให้กำลัง 90 kW / 121 แรงม้า ให้กำลังรวมทั้งะบบที่ 390 kW / 523 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดที่มาถึง 755 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ DHT 3 สปีด มีโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ PHEV, BEV, Performance และ Snow



มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาดความจุ ได้แก่ 18.4 kWh และ 38.2 kWh โดยแบตเตอรี่ขนาดเล็กจะมีมีอัตาเร่ง 0 – 100 กม./ชม.. ในเวลา 5.9 วินาที ส่วนรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 100 กม./ชม. ในเวลา 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 210 กม./ชม.



โดยจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 120 กม. และ 240 กม. ตามลำดับ (WLTC) พร้อมรองรับการชาร์จไฟ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10 – 60% ในเวลาเพียง 13 นาที


มาพร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 4.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ด้วยถังน้ำมันขนาด 60 ลิตร โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,400 กม.


ด้านระบบช่วงล่างจะมากับระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ที่เพลาหน้า และระบบกันสะเทือนอิสระแบบห้าลิงก์ที่เพลาหลัง นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการหน่วงต่อเนื่อง (CDC) 10 EM-P ใช้สถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ CMA Evo ตัวถังใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงพร้อมเสาหน้าซึ่งให้ความต้านทานแรงดึง 2,000 MPa



Lynk & Co 10 EM-P ที่เปิดวางจำหน่ายล่วงหน้าในจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี สีทอง Gilded Gold, สีเบจ Tianyunmi, สีม่วง Violet Purple, สีขาว Dawn White, สีเทา Fluid Gray และสีดำ Polar Night Black



Lynk & Co 10 EM-P จะมีให้เลือก 3 รุ่นเปิดราคาจำหน่ายล่วงหน้าไว้ดังนี้
- Lynk & Co 10 EM-P 120 Ultra ราคา 192,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 8.64 แสนบาท
- Lynk & Co 10 EM-P 240 Ultra ราคา 208,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.36 แสนบาท
- Lynk & Co 10 EM-P 240 Ultra Sport ราคา 222,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.99 แสนบาท
