Leapmotor แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติจีนที่ได้การสนันสนุนจากทาง Stellantis ได้เปิดภาพชุดแรกของ Leapmotor D19 ว่าที่เอสยูวีขนาดใหญ่ของทางค่าย ออกมาสู่โลดกออนไลน์ ซึ่งเผยให้เห็นทั้งรูปลักษณ์หน้าตาภายนอก และรายละเอียดภายในห้องโดยสาร ก่อนที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทาการในช่วงครั้งแรกของปี 2026 ที่จะถึงนี้

สำหรับ D19 ที่มาพร้อมขนาดตัวถังระดับฟูลไซส์ โดยมีทั้งระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้ง EREV ที่ทางผู้ผลิตเผยว่าจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลถึง 500 กม. และขุใพลังไฟฟ้า 100 % ชาร์จไฟจะให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 720 กม. มาพร้อมเครื่องสร้างออกซิเจนในตัวไว้พื่อตอบรับการผจญภัยบนภูเขาสูง รวมทั้งยังติดตั้ง ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8797 ที่มามาให้ถึง 2 ตัว

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ภายนอก จะมากับภาษาการออกแบบที่เรียกว่า Technology Natural Aesthetics 2.0 กระจังแบบปิดทึบ ตามแบบรถยนตืไฟฟ้ารุ่นใหม่ มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป็นแถบเส้นไฟ LED ที่วางเลาะตามขอบฝากระโปรงหน้าส่วนชุดไฟส่องสว่างจะอยู่ในกรอบทรงสี่เหลี่ยมที่สามารถใช้เป็นไฟโปรเจคเตอร์ได้

นอกจากนั้นในส่วนของชายด้านล่างจะมากับช่องดักอากาศที่สามารถเปิด – ปิดได้โดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม เพิ่มเทคโนโนยีความปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์ LiDAR ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาด้านหน้า

เส้นสายด้านข้างดีไซน์ให้สอดรับกับระบบแอร์โนไดนามิค ด้วยตัวถังที่ราบเนียน มือเปิดประตูเป็นแบบซ่อน มาพร้อมชุดล้ออัลลอยแบบ Aero Wheel ที่ลดแรงต้านอากาศ นอกจากนั้นตัวรถยังมาแบบทูโทนหลังคาขาว โดยในส่วนของเสา B และ C จะตกแต่งด้วยเฉดสีดำ


ส่วนที่ด้านหลังของตัวรถ โดดเด่นด้วยชุดไฟท้าย LED ที่มีความยาว 1958 มม. ที่ยาวเต็มความกว้างของรถโดยจะประกอบไปด้วยหลอดไฟมากถึง 11,025 ดวง

ในด้านขนาดมติตัวรถของ Leapmotor D19 จะมีความยาวมากกว่า 5.2 เมตร กว้างเกือบ 2 เมตร และมีฐานล้อมีความยาวมากกว่า 3.1 เมตร

ส่วนภายในห้องโดยสารของ D19 จะมีให้เลือกทั้งแบบ 5 / 6 และ 7 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 จะมาในแบบ Zero-Gravity ที่ปรับเอนได้มากถึง 120 องศา มาพร้อมที่พักขาปรับได้ 4 ทิศทาง และเข็มขัดนิรภัย ABTS ในตัว


ในส่วนค็อกพิทจะดีไซน์ให้เป็นทรงตัว T โดยคอนโซลกลางจะเชื่อมต่อกับคอนโซลด้านหน้า ขณะที่ในส่วนแผงแดชบอร์ดหน้านั้นจะมากับจอแสดงผลมาตรวัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางตั้งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ขนาดใหญ่แบบ 4 ก้าน มาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางแบบลอยตัวขนาดใหญ่ 17.3 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8797 ที่มีมาให้ถึง 2 ตัว นอกจากนั้นผู้ขับขี่จะได้รับประโยชน์จากจอแสดงผล AR-HUD ขนาดใหญ่ 60 นิ้ว ที่มีความสว่างสูง ที่ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ

ส่วนผู้โดยสารด้านหลังจะได้รับความสะดวกสบายจาก หน้าจอควบคุมมัลติฟังก์ชันขนาด 6 นิ้ว และจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 21.4 นิ้ว ที่มีความละเอียดมระดับ 3K ขณที่ชุดอุปกรณ์ภายในของ D19 ว่าที่เอสยูวีตัวใหม่ของทางลิปมอเตอร์ จะมีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายให้ 2 แท่นที่วางอยู่บนคอนโซลกลาง มาพร้อมระบบน้ำหอมอัจฉริยะที่ให้กลิ่นหอมให้เลือก 3 กลิ่น พร้อมปรับระดับความเข้มข้นได้ นอกจากนี้ยังมีมีที่วางแก้วสองอัน และช่องเก็บของ มาพร้อมระบบเสียงที่ติดตั้งไว้เป็นมาตรฐานบริเวณพนักพิงศีรษะของคนขับ
นอกจากนี้ยังมากับเครื่องสร้างออกซิเจนในตัวซึ่งสามารถสร้างออกซิเจนได้ถึง 8 ลิตรต่อนาที เพื่อรองรับการท่องเที่ยวบนพื้นที่สูงที่ออกซิเจนเบาบาง, โต๊ะพับได้คู่สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2, ที่จับบริเวณเสา B และกระจกกันเสียงแบบลามิเนตเพื่อเพิ่มความเงียบสงบ, ตู้เย็นไฟฟ้าขนาด 8.1 ลิตร สามารถบรรจุขวดน้ำแร่ขนาด 380 มล. ได้ 9 ขวด และปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 50°C รวมทั้งยังสามารถเปิดจากระยะไกลผ่านเสียงหรือแอปพลิเคชันได้


ด้านขุมพลังขับเคลื่อนจะมีให้เลือกทั้ง EREV (range-extender) ขยายระยะทางวิ่งและ ขุพลังไฟฟ้า 100% (BEV)
- รุ่น EREV (range-extender) จะให้กำลังสูงสุด 400 kW / 536 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 80.3 kWh ให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 500 กม. (CLTC) มาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V รองรับการชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาที
- รุ่น BEV จะได้ระบการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังมากถึง 540 kW / 724 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3 วินาที จับคู่กับชุดแบตเตอรีที่มีความจุ 115 kWh ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 720 กม. โดยตัวรถมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม 1,000V High-voltage ชาร์จไฟ 15 นาทีสามารถเดินทางได้เพิ่ม 350 กม.

จากข้อมูลเบื้องต้นเผยว่า Leapmotor D19 จะมีเฉดสีตัวถังภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว Pine Valley Green, สีเงิน Liquid Silver, สีดำ Metallic Black, สีเทา Sky Grey และสีขาว Photoelectric White

ส่วนกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Leapmotor D19 คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้ ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ
