หลังจากที่ทาง Leapmotor ในประเทศจีน ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Leapmotor C10 เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดในปีนี้ทางแบรนด์ลีฟมอเตอร์ ได้เปิดตัว Leapmotor C10 เอสยูงีไฟฟ้า 100% รุ่นปรับปรุงใหม่ โมเดลปี 2025

โดยในรุ่น BEV จะมากับสถาปัตกรรม 800V พร้อมได้รับการปรับเปลี่ยนขุมพลังใหม่ให้แรงขึ้นกว่าเดิมโดยจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าลูกใหม่ ที่แรงถึง 295 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 74.9 kWh ชาร์จไฟวื่งไกล 605 กม. (CLTC) เปิดราคาจำหน่ายในจีนเริ่มที่ 122,800 หยวน หรือราว ๆ 5.68 แสนบาท



ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Leapmotor C10 รุ่นปรับปรุงใหม่นั้น ยังคงเดิม ตัวรถมาในรูปแบบเอสยูวีขนาดกลาง เส้นสายตัวรถเน้นความเรียบหรู ดูแพง พร้อมดีไซน์ให้สอดรับกับระบบแอร์โร่ไดนามิค เพื่อให้ลดแรงต้ายอากาศ ชุดไฟหน้าตามแบบสมัยนิยมที่เป็นแถบไฟ LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ส่วนหน้า เช่นเดียวกับด้านท้ายที่มากับแถบไฟ LED ที่วางเต็มพื้นที่ส่วนท้าย



ในส่วนหลังคารถจะออกแบบให้เป็นแบบแขวน เพื่อทำให้ตังรถนั้นดูมีความกว้าง และดูใหญ่ขึ้น มือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว


ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,739 มม. ความกว้าง 1,900 มม. ความสูง 1,680 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,825 มม.

สำหรับเฉดสีตัวรถของ Leapmotor C10 MY2025 ในตลาดเมืองจีนจะมีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาว, สีเทา, สีฟ้าอ่อน, สีเทาเข้ม, สีเขียวหยก โดยจะเพิ่มเฉดสีดำเข้ามา


เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารก็ยังคงเดิม เบาะที่นั่งจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง โดยมีเฉดสีภายในให้เลือก 2 สีได้แก่ สีส้ม และสีม่วง


แผงแดชบอร์ดจะมาในแบบมินินอล เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความไฮเทค โดยจะไม่มีปุ่มสั่งงานใด ๆ โดยจะติดตั้งเพียง แผงหน้าปัด LCD ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางแบบลลอยตัวอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบก้านคู่ท้ายตัด


ขณะที่หน้าจอส่วนกลางจะมีขนาด 14.6 ความคมชัดระดับ 2.5K มาพร้อมกับชิป Qualcomm Snapdragon 8295 อีกทั้งยังถูกเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Leapmotor OS 4.0 และสามารถรับรู้การโต้ตอบด้วยเสียง


คอนโซลกลางจะออกแบบใหม้มีเพียงช่องวางแก้วน้ำ และจุดแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนเท่านั้น รวมทั้งยังได้ติดตั้งชุดเครื่องเสียงที่มากับลำโพง 12 ตำแหน่ง



นอกจากนั้นทาง Leapmotor ยังออกแบบให้ C10 มีพื้นที่ด้านหลังที่กว้างขวาง โดยเบาะแถวสองจะมีพื้นที่ Legroom ที่กว้างมากถึง 1,050 มม. อีกทั้งเบาะคู่หน้าสามารถปรับเอนได้ถึง 180° นอกจากนั้นยังปรับให้เชื่อมต่อกับเบาะแถวหลังให้กลายเป็นโซฟาขนาดใหญ่ที่มีความยาวเกือบ 1.8 เมตร และสามารถสร้างเตียงได้กว้างกว่า 2.7 เมตร อีกทั้งในส่วนเบาะนั่งคู่หน้ายังปรับด้วยไฟฟ้า มาพร้อมระบบระบายอากาศ และระบบปรับทำความร้อน

ขณะที่เก็บสัมภาะระด้านท้ายสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 7 ใบ และสามารถขยายได้ถึง 835 ลิตรหลังจากพับเบาะหลังลงเพื่อรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สูงสุด 15 ใบ

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Level 3 ที่เรียกว่า Leapmotor Pilot ที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชัน 25 ฟังก์ชัน จากเซ็นเซอร์ทั้งหมด 30 ตัว กล้องที่ด้านหน้า ด้านท้าย รวมทั้งบริเวณซุ้มล้อรวมทั้งหมด 11 ตัว และ LiDAR บนหลังคา รวมทั้งเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว อีกทั้งยังมากับเรดาห์คลื่อน 5 มิลลิเมตร และ NVIDIA Orin-X


Leapmotor C10 ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม LEAP 3.0 (Four Leaf Clover) ซึ่งจะรองรับทั้งระบบ BEV และ EREV โดยในรุ่นไฟฟ้า 100% จะได้รับการติตดั้งสถาปัตกรรม 800V โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยให้แบตเตอรี่ชาร์จ และปล่อยประจุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนั้นยังปรับเปลี่ยนขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีพละกำลังแรงมากกว่ารุ่นที่ผ่านมากำลังสูงสุด 220 kW (295 แรงม้า) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้กำลัง 170 kW (228 แรงม้า) โดยจะให้กำลังเพิ่มขึ้น 50 kW (67 แรงม้า) ส่งผลทำให้มีอัตราเร่งที่เร็วชึ้นโดย 0 – 100 กม.ชม.จะทำเวลาอยู่ที่ 5.9 วินาที โโยในรุ่นที่ผ่านมาจะทำได้เพียง 7.3 วินาที เท่านั้น


อีกทั้งยังมากับแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตลูกใหม่ที่มีขนาดความจุ 74.9 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกล 605 กม. (CLTC) พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลาเพียง 16 นาที



ขณะที่ในรุ่น EREV จะมากับเครื่องยนต์ H15R ขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลัง 70 kW หรือ 94 แรงม้า ที่ทำหน้าที่ในการปั่นพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 170 kW (228 แรงม้า)

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตขนาด 28.4 kWh วิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 140 กม. (WLTC) โดยมีขนาดถังน้ำมันขนาด 50 ลิตร โดยในรุ่น EREV จะมีระยะครอบคลุมการวิ่งอยู่ที่ 1,020 กม.




สำหรับราคาจำหน่ายของ Leapmotor C10 MY2025 ในตลาดเมืองจีน รุ่น BEV มีราคาอยู่ที่ 122,800 – 142,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5.68 – 6.61 แสนบาท

ส่วนรุ่น EREV เปิดราคาไว้ระหว่าง 122,800 – 132,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5.68 – 6.15 แสนบาท
