หลังจากที่ทาง LeapMotor ประเทศไทย หรือ กลุ่มพระนครยนตรการ (PNA Group) ได้นำรถของทาง Leapmotor แบรนด์รถ NEV จากประเทศจีนที่ได้รับการสนับสนุนจาก Stellantis บุกตลาดเมืองไทยครั้งแรกด้วยรุ่น Leapmotor C10 เมื่อปีที่ผ่านมา

ล่าสุดทาง LeapMotor ประเทศไทย เตรียมทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ในตลาดเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว Leapmotor B10 ในช่วงเดือน ต.ค. 2568 ที่จะถึงนี้ โดยเป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศจีนทั้งคัน ลุ้นตีตลาด B-SUV ไฟฟ้าที่กำลังคึกคักในบ้ายเราขณะนี้ คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6XX,XXX.-

โดยก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการทาง LeapMotor Thailand ได้เปิดจองสิทธิ์ Leapmotor B10 รุ่นใหม่ เพียง 1,010 บาท โดยมีจำนวนเพียง 1,000 สิทธิ์ เท่านั้น อีกทั้งยังรับส่วนลด 10,000 บาท ตั้งแต่วันนี้! จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568

สำหรับ B10 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด B-SUV โดยมีขนาดความยาวอยู่ที่ 4,515 มม,. กว้าง 1,885 มม. สูง 1,655 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,735 มม. และมีระยะยื่นด้านหน้าและด้านหลังอยู่ที่ 881 มม. และ 899 มม. ตามลำดับ ส่วนมุมเข้า และมุมออกอยู่ที่ 19 และ 24 องศา

ในด้านงานดีไซน์ จะมีลักษณะที่ดูคล้ายกับ Leapmotor C10 ที่เป็นรถในรูปแบบเอสยูวีไฟฟ้าเหมือนกัน เส้นสายตัวรถเน้นความเรียบหรู พร้อมดีไซน์ให้สอดรับกับระบบแอร์โร่ไดนามิค เพื่อให้ลดแรงต้านอากาศ โดยในส่วนของด้านหน้าจะมาในแบบปิดทึบ มากับชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป็น แถบไฟ LED ที่ออกแบบให้มีความเรียวยาว โดยมีแถบสีดำเชื่อมต่อชุดไฟหน้าที่สองฝั่งข้าไว้ด้วยกัน

ถัดลงมาด้านล่าง จะเป็นชุดส่องสว่างที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ซึ่งเชื่อมต่อเป็นชุดเดียวกันกับ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่



เส้นสายด้านข้างก็ยังออกแบบให้ยังดีไซน์ให้ลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูเป้นนแบบซ่อนที่ราบเรียบไปกับตัวรถ พร้อมติดตั้งกล้องไว้ที่ขอบซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่ชุดล้ออัลลอยเป็นแบบทูโทนปัดเงาขนาด 18 นิ้ว



ส่วนด้านท้ายติดตั้งชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ โดยมีชื่อแบรนด์ Leapmotor วางอยู่ด้านล่าง ขณะที่ด้านบนหลังคาด้านท้ายเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ โดยมีชุดไฟเบรกดวงที่สาม และกล้องติดด้านหลังติดไว้อยู่ที่่ด้านบน



ภายในห้องโดยสารของ Leapmotor B10 จะมาในแบบมินิมอลที่จะลดการใช้ปุ่มสั่งงาน โดยจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีม่วง และสีเทา


โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียงแผงหน้าปัด LCD ขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงกรมแบบ 2 ก้าน ตรงกลางคอนโซลหน้าจะเป็นหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ ที่มาในแบบแขวนโดยมีขนาด 14.6 นิ้ว ความคมชัดระดับ 2.5K ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8155 จาก Qualcomm Leapmotor OS 4.0 Plus มาพร้อมระบบตอบโต้ด้วยเสียงที่เป็น AI และรองรับการเชื่อมตจ่อทั้ง Huawei HiCar และ Apple CarPlay


นอกจากนั้นยังออกแบบช่องปรับอากาศให้มาในทรงรูปรี รวมทั้งตกแต่งในส่วนกรอบช่องแอร์ด้วยวัสดุสีทองแดง ที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนคอนโซลกลางจะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังไฟ 15W นอกจากนั้นยังได้รับชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟที่มีขนาดความกว้างมากถึง 1.83 ตารางเมตร



ในด้านพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะมีความจุอยู๋ที่ 420 ลิตร โดยจะสามารถขยายเป็น 515 ลิตรได้โดยการนำแผ่นรองพื้นออก และเมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,415 ลิตร

Leapmotor B10 ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ Leap 3.5 พร้อมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 800V โดยสเปกที่เปอดวางขายในจีนนั้นจะมีให้เลือก 2 ความแรง

ในรุ่นเริ่มต้นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่มีกำลังสูงสุด 132 kW (177 แรงม้า) ส่วนในรุ่นตัวแรงจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 160 kW (214 แรงม้า) ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.8 วินาที

ด้านชุดแบตเตอรี่จะมีให้เลือก 2 ขนาดความจุ โดยจะมากับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 56.2 kWh ชาร์จไฟเต็มจะให้ระยะทางวิ่งไกล 510 กม. (CLTC) ส่วนในรุ่น Long Range จะมากับแบตเตอรี่ขนาด 67.1 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 600 กม.

พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC โดยแบตเตอรี่ขนาดเล็กจะชาร์จไฟจาก 30 – 80% ในเวลา 19 นาที ส่วนแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าจะชาร์จจาก 30 – 80% ในเวลา 20 นาที



Leapmotor B10 ที่จะเปิดวางจำหน่ายในประเทศจียนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีม่วง / สีเทาอ่อน / สีขาว / สีเงิน / สีดำ และสีเทาเข้ม


ขณะที่ในบ้านเรานั้นต้องมารอลุ้นกันว่าทาง LeapMotor ประเทศไทย จะนำสเปกแบบไหนเข้ามาขายในบ้านเรา ทั้งนี้หากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบโดยทันที
