in , , ,

LeapMotor B10 เอสยูวีไฟฟ้าชาร์จไฟวิ่งไกล 516 กม. เริ่ม 6.88 แสนบาท

LeapMotor ประเทศไทย เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย LeapMotor B10 เอสยูวีไฟฟ้า รุ่นที่ 2 ในตลาดเมืองไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 516 กม. ราคาเริ่มต้น 6.88 แสนบาท

Leapmotor B10

LeapMotor ประเทศไทย หรือ กลุ่มพระนครยนตรการ (PNA Group) ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย LeapMotor B10 ครั้งแรกในย่ายอาเซียน และเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น 2 ในตลาดเมืองไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย มีราคาจำหน่ายดังนี้

Leapmotor B10

LeapMotor B10 เวอร์ชั่นไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย (นำเข้าจากประเทศจีน)

  • B10 Life 56.2 kWh ราคา 6.88 แสนบาท
  • B10 Style 67.1 kWh ราคา 7.48 แสนบาท 
  • B10 Design 67.1 kWh ราคา 7.88 แสนบาท

Leapmotor B10

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ โดย LeapMotor ประเทศไทย ดังนี้

  • รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

Leapmotor B10

สำหรับ LeapMotor B10 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มาในรูปแบบเอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้า (B-SUV) ในด้านงานดีไซน์ จะมีลักษณะที่ดูคล้ายกับ LeapMotor C10 ที่เป็นรถในรูปแบบเอสยูวีไฟฟ้าเหมือนกัน เส้นสายตัวรถเน้นความเรียบหรู พร้อมดีไซน์ให้สอดรับกับระบบแอร์โร่ไดนามิค เพื่อให้ลดแรงต้านอากาศ

Leapmotor B10

โดยในส่วนของด้านหน้าจะมาในแบบปิดทึบ มากับชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป็น แถบไฟ LED ที่ออกแบบให้มีความเรียวยาว โดยมีแถบสีดำเชื่อมต่อชุดไฟหน้าที่สองฝั่งข้าไว้ด้วยกัน ถัดลงมาด้านล่าง จะเป็นชุดไฟส่องสว่างที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ซึ่งเชื่อมต่อเป็นชุดเดียวกันกับ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ 

Leapmotor B10

Leapmotor B10

เส้นสายด้านข้างก็ยังออกแบบให้ยังดีไซน์ให้ลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูเป้นนแบบซ่อนที่ราบเรียบไปกับตัวรถ พร้อมติดตั้งกล้องไว้ที่ขอบซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง รวมทั้งยังมาเซ็นเซอร์ LiDAR ที่อยู่บนหลังคาด้านหน้า ขณะที่ชุดล้ออัลลอยเป็นแบบทูโทนปัดเงาขนาด 18 นิ้ว 

Leapmotor B10

ส่วนด้านท้ายติดตั้งชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ โดยมีชื่อแบรนด์ LeapMotor วางอยู่ด้านล่าง ขณะที่ด้านบนหลังคาด้านท้ายเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ โดยมีชุดไฟเบรกดวงที่สาม และกล้องติดด้านหลังติดไว้อยู่ที่่ด้านบน 

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,515 มม,. กว้าง 1,885 มม. สูง 1,655 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,735 มม. มาพร้อมระยะต่ำสุดถึงพื้น หรือ Ground Clearance ที่ 170 มม. และมีระยะยื่นด้านหน้า และด้านหลังอยู่ที่ 881 มม. และ 899 มม. (ตามลำดับ) ส่วนมุมเข้า และมุมออกอยู่ที่ 19 และ 24 องศา (ตามลำดับ) ส่วนน้ำหนักตัวรถน้ำ 1,780 กก. (รุ่น Life) / 1,845 กก. (รุ่น Style / Design)

Leapmotor B10

ภายในห้องโดยสารของ LeapMotor B10 จะมาในแบบมินิมอลที่จะลดการใช้ปุ่มสั่งงาน โดยจะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Dark Feather Black (Fabric) รุ่น Life และรุ่น Style, สีดำ Dark Feather Black ECO Leather รุ่น Design และสีเทา Bamboo Shadow Grey ECO Leather รุ่น Design

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียงแผงหน้าปัด LCD ขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงกรมแบบ 2 ก้าน ตรงกลางคอนโซลหน้าจะเป็นหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ ที่มาในแบบแขวนโดยมีขนาด 14.6 นิ้ว ความคมชัดระดับ 2.5K มาพร้อมระบบปฏิบัติการ LEAP3.5  ระบบตอบโต้ด้วยเสียงที่เป็น AI รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto สั่งงานด้วยเสียง ระบบนำทางแบบเรียลไทม และการเชื่อมต่อ 4G, WiFi Hotspot,

Leapmotor B10

นอกจากนั้นยังออกแบบช่องปรับอากาศให้มาในทรงรูปรี รวมทั้งตกแต่งในส่วนกรอบช่องแอร์ด้วยวัสดุสีทองแดง ที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้มากยิ่งขึ้น

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

ส่วนคอนโซลกลางจะมีเพียงแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังไฟ 15W นอกจากนั้นยังได้รับชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง (รุ่น Design) / 6 ลำโพง (รุ่น Life, Style) และยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟที่มีขนาดความกว้างมากถึง 1.8 ตร.ม. พร้อมม่านไฟฟ้า (รุ่น Life, Style และ Design) อีกทั้งยังได้รับชุดไฟ Ambient Light 64 สี (รุ่น Design)

Leapmotor B10

ในด้านพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะมีความจุอยู๋ที่ 420 ลิตร โดยจะสามารถขยายเป็น 515 ลิตรได้โดยการนำแผ่นรองพื้นออก และเมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,415 ลิตร 

Leapmotor B10

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ จะมากับระบบ ADAS 17 ฟังก์ชันขั้นสูง เช่น ACC (Adaptive Cruise Control), LCC (Lane Centering Control), ISA (Intelligent Speed Assistance), LKA (Lane Keep Assist), ELKA (Emergency Lane Keeping Assist), FCW (Front Collision Warning), RCW (Rear Collision Warning), AEBS (Autonomous Emergency Braking System), BSD (Blind Spot Detection), DOW (Door Open Warning), LDW (Lane Departure Warning), HOD (Hands-Off Detection), RCTA (Rear Cross Traffic Alert), RCTB (Rear Cross Traffic Braking), DDAW (Driver Drowsiness and Attention Warning), ADDW (Advanced Driver Distraction Warning) และTJA (Traffic Jam Assist)

Leapmotor B10

นอกจากนั้นยังมาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2, ด้านข้าง 2, ม่านนิรภัย 2 และถุงลมนิรภัยกลาง 1) มาพร้อมระบบกล้องรอบคัน 360°

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10 ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ Leap 3.5 พร้อมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 800V โดยสเปกเวอร์ชันที่จะเปิดวางจำหน่ายในไทยนั้นจะมีความแรงให้เลือก 2 ระดับ แบ่งเปป็น 3 รุ่นย่อย โดยทุกรุ่นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่ที่ล้อหลัง (RWD) ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 240 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8 วินาที ความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 170 กม./ชม.

Leapmotor B10

Leapmotor B10

ด้านชุดแบตเตอรี่จะมีให้เลือก 2 ขนาดความจุ โดยรุ่น Life ขนาดแบตเตอรี่ 56.2 kWhชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกล 442 กม. (NEDC) ส่วนในรุ่น Style & Design จะมีขนาดแบตเตอรี่ 67.1 kWh ชาร์จไฟต็มให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 516 กม. (NEDC) โดยทั้ง 2 รุ่นมีโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ

Leapmotor B10

พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 11 kW รวมทั้งรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 95 kW โดยแบตเตอรี่ขนาดเล็กจะชาร์จไฟจาก 30 – 80% ในเวลา 20 นาที มาพร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก

ส่วนระบบช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ได้รับการร่วมพัฒนากับทีม Stellantis Chassis Master พร้อมการกระจายน้ำหนักสมดุล 50:50

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

Leapmotor B10

ด้านเฉดสีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีม่วง Morning Dew Purple, สีน้ำเงิน Starry Night Blue ,สีเทา Tundra Grey, สีขาว Lightning White, สีเทา Skyfall Grey, สีดำ Metallic Black และ สีบรอนซ์เงิน Galaxy Silver