นอกเหนือจากที่ทาง อีซูซุ จะได้เปิดตัว ISUZU D-MAX ใหม่ “THE ONE & ONLY” รุ่นไมเนอร์เชนจ์ใหม่ (Minorchange 2025)

ในงานเดียวกัน ISUZU MU-X PPV หรู ของทาง ISUZU ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยมีการเพิ่มออปชันเซฟตี้ในรุ่น ACTIVE และ Elegant พร้อมกับยกเลิกเครื่องยนต์ 3.0 ในรุ่น Elegant และ Ultimate ในขณะที่สนนราคาจำหน่ายนั้นยังคงราคาเดิมเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา
ชมรีวิวแบบจัดเต็มได้ที่


ISUZU MU-X THE NEXT PEAK มาพร้อมขุมพลัง 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE (ยกเลิกเครื่องยนต์ 3.0 ในรุ่น Elegant และ Ultimate) โดยจะได้รับช่วงล่างใหม่ ! ติดตั้งโช้กอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้ง ที่เข้าโค้ง (ในทุกรุ่นย่อย)
มาพร้อมช่วงล่างคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ครั้งแรกในรุ่น RS กับ Ultimate ด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ขับสบายเหนือกว่าคล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง
นอกจากนั้นยังได้รับเพิ่ม
- มาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว MID (ในรุ่น ACTIVE)
- ระบบควบคุมเกียร์บริเวณพวงมาลัย Paddle Shift (ในรุ่น ACTIVE และ ELEGANT)
- ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (ในรุ่น ACTIVE และ ELEGANT)
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (ในรุ่น ACTIVE และ ELEGANT)
- ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (ในรุ่น ACTIVE และ ELEGANT)
ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะได้รับ เพิ่ม กล้องรอบคัน 360 องศา (ในรุ่น ULTIMATE) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อม Stop&Go, ระบบช่วยเตือนขณะถอย RCTA (ในรุ่น ELEGANT), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินขณะถอย RCTB (ในรุ่น ELEGANT), ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน LDW, ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM, ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุด MSL, ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB, ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ MCB (ในรุ่น ELEGANT), ระบบเบรกฉุกเฉินเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยว TA-AEB



รวมทั้งยังเป็นครั้งแรกที่จะได้รับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS โดยมากับกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ครบในทุกรุ่นย่อย
ในด้านขุมพลังยังคงมากับมากับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS ขนาด 2.2 ลิตร รุ่น RZ4F-TC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ให้พลังแรงเพิ่มขึ้นสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600–2,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ REV TRONIC รุ่น L-B500 ครั้งแรกของอีซูซุให้อัตราทดเกียร์ต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็วในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อม Sequential Paddle Shift ออปชันใหม่ในรุ่น ACTIVE และ Elegant จากเดิมมีให้ในรุ่น Ultimate และ RS

นอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS 3.0 Ddi Blue Power รุ่น 4JJ3-TCX E5 ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift

ทั้ง 2 ขุมพลังากับกล่อง ECM แบบ MULTI-CORE เสื้อสูบแบบ EXTREME STRENGTH ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยวด้วยเฟือง และโซ่เหล็กกล้า TIMING GEAR & CHAIN แบบ Double Scissors Gear พร้อมระบบปรับความตึงของโซ่ขับเคลื่อนฟันเฟืองอัตโนมัติ และหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง 250 MPa.
ส่วนในรุ่น 2.2 Ddi MAX FORCE มาพร้อมห้องเผาไหม้แบบ HIGH SWIRL เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์แบบ มาพร้อมกับลูกสูบ ULTRA-LOW FRICTION ที่ให้แรงเสียดทานต่ำพิเศษ
ระบบขับเคลื่อนมีทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ Part Time มาพร้อม Rough Terrain Mode ทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L ลุยน้ำได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร

สำหรับ ISUZU MU-X THE NEXT PEAK เปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
- 2.2 ACTIVE 8AT 2WD ราคา 1,194,000 บาท (ราคาเดิม)
- 2.2 ELEGANT 8AT 2WD ราคา 1,429,000 บาท (ราคาเดิม)
- 2.2 ULTIMATE 8AT 2WD ราคา 1,554,000 บาท (ราคาเดิม)
- 2.2 RS 8AT 2WD ราคา 1,624,000 บาท (ราคาเดิม)
- 3.0 RS AT 2WD ราคา 1,659,000 บาท (ราคาเดิม)
- 3.0 RS AT 4WD ราคา 1,759,000 บาท (ราคาเดิม)
