อีซูซุกระตุ้นตลาดโค้งสุดท้าย ในปี 2568 ด้วยการเปิดตัว ISUZU D-MAX ใหม่ “THE ONE & ONLY” รุ่น ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ (Minorchange 2025) โดยในครั้งนี้เป็นการปรับครั้งที่ 4 ในรอบ 6 ปี ทั้งในรุ่น ISUZU D-MAX SPACECAB, ISUZU D-MAX SPARK, ISUZU V-CROSS 4×4, ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS และ ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER โดยเปิดราคาเริ่มไว้ที่ 5.58 – 9.37 แสนบาท
ชมคลิปรีวิวแบบจัดเต็มได้ที่ ![]()
![]()
![]()
![]()
ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY”

ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด! หนึ่งเดียว ที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นของอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ ผู้บุกเบิกตลาด รถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยสมรรถนะที่แกร่งทนทาน พร้อมเทคโนโลยีเคริ่องยนต์ดีเซล แห่งอนาคตใหม่ล่าสุด ISUZU Ddi MAXFORCE ตอบโจทย์ทุกการขับขี่รอบด้าน ด้วยสมรรถนะ แรงจัดเร้าใจ แต่ประหยัดน้ามันเหนือชั้น แบบฉบับ ISUZU พร้อมเทคโนโลยี 4×4 ล่าสุดที่ครบครัน แบบฉบับของ Professional 4×4 และระบบความปลอดภัยที่มั่นใจ ยิ่งกว่าใคร มาพร้อม สีใหม่ อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque)



งานดีไซน์ภายนอกจะมากับ ISUZU V-CROSS PACKAGE โดยจะได้รับชุดกระจังหน้าแบบ Multi-layer

มาพร้อมไฟหน้าดีไซน์ใหม่พิเศษ โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าทั้ง Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว




ส่วนที่ด้านท้ายจะได้รับชุดไฟท้าย LED แบบ Clear Lens ใหม่ มาพร้อมชุดกันชนท้ายทรงสปอร์ต เท่ ทุกมุมมอง เสรทิความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Matte Black ดีไซน์แบบ Metal Claw


ส่วนภายในห้องโดยสารมาในแบบระดับ FIRST CLASS เริ่มจากเบาะนั่งทูโทนดีไซน์เท่ โอบกระชับทุกสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ




ในส่วนแผงแดชบอร์ฺดจะได้รับ หน้าจอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูลกับ Infotainment Display มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว ที่แสดงผลได้หลากหลาย ฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอื ่น ๆ รองรับ ระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ควบคุมอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5 มาพร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้า และด้านหลัง แบะระบบเสียงรอบทิศทาง 8 ลำโพงแบบ Dynamic Surround Sound


นอกจากนั้นยังพร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย อาทิ พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera, กุญแจรีโมททุกรุ่น และ Isuzu Genius Entry พร้อมฟังก์ชัน Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรีโมทในระยะ 20 เมตร และระบบ Walk Away Auto Lock ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร


สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” จะมากับเครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบสปอร์ต Rev Tronic และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ที่สุดแห่งพลัง

มาพร้อมระบบ Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ ทั้ง 2H, 4H และ 4L และระบบ Rough Terrain Mode ช่วยเพ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้ง 2 และ 4 ล้อ ด้วยการควบคุมการกระจายกำลังทุกช่วงความเร็ว

นอกจากนั้นนยังได้รับระบบ Electronic Diff-Lock ช่วยล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้าให้เคริ่งงยนต์ส่งกำลังไปยัง ล้อหลังด้านซ้าย และขวาเท่ากัน รวมถึงระบบแสดงองศามุมปีนไต่ ลาดเอียง และทิศทางการเลี้ยวของล้อ ที่หน้าจอ Integrated MID และ Infotainment Display ปิดท้ายด้วยการลุยได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ที่สามารถลุยน้าได้ลึกสุด 800 มม.

ขณะที่ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” จะได้รับการติดตั้งเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมอาทิ
- ใหม่ ! LKAS (Lane Keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู ่ในเลน
- ใหม่ ! TJA (Traffic Jam Assist) ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถ ตามรถคันหน้า
- ใหม่ ! ELK (Emergency Lane Keeping) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ใหม่ ! LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน พร้อม LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน


นอกจากนั้นยังมากับ
- ระบบ ACC ระบบช่วยควบคุมความเร็ว อัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go
- FCW ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB และ TA-AEB ระบบช่วยเบรก ฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา
- BSM ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา
- RCTA & B ระบบช่วยเตือนและระบบช่วย เบรกฉุกเฉินขณะถอย
- AHB ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ
- PMM ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบ คันเร่งผิดพลาด
- MCB ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ
- MSL ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง
- Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์
- จุดยึดเบาะนั่งสeหรับเด็ก (Isofix) ที่เบาะนั่งตอน 2
สำหรับ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” เปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
V-Cross 2 ประตู
- 2-Doors 3.0 Z 6MT 4×4 ราคา 937,000 บาท (ราคาเดิม)
V-Cross 4 ประตู
- 4-Doors 3.0 Z 6MT 4×4 ราคา 1,054,000 บาท (ราคาเดิม)
- 4-Doors 3.0 M 6AT 4×4 ราคา 1,297,000 บาท (เพิ่ม 20,000 บาท)
ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY”

ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY”
ปิกอัพ 4 ประตู รุ่นใหม่ล่าสุด! หนึ่งเดียว… ที่สืบทอด DNA ความเชือมั่นของอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ ด้วยความเป็นผู้นำ เปิดตลาดรถปิกอัพ 4 ประตู รายแรกของประเทศไทย ด้วยความทันสมัย หรูหราและสะดวกสบาย ที่ตอบไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานมาทุกยุคทุกสมัย พร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีเครื ่องยนต์ ดีเซลแห่งอนาคต ISUZU Ddi MAXFORCE มีให้เลือกทัั่ง เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และ เครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE


ด้านงานออกแบบดีไซน์ของ ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY” ภายนอกจะได้รับ ชุดกระจังหน้า ใหม่! แบบ Multi-layer ที่ดุเท่ สปอร์ตเร้าใจ มาพร้อมใหม่! ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าทั้ง Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว


รวมทั้งยังมาพร้อมชุดไฟท้าย LED แบบ Clear Lens ใหม่ พร้อมชุดกันชนท้ายทรงสปอร์ต โดดเด่น ทุกมุมมอง และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน ดีไซน์แบบ Active Blade



ส่วนภายในห้องโดยสารของ ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY“ จะมาในแบบ TOP CLASS โดยจะได้รับ ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ต ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX และระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตำแหน่งคนขับ


แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อ ข้อมูลกับ Infotainment Display มาพร้อมหน้าจอInfotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แบบสัมผัสแสดงผลได้หลากหลาย ฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และอื่น ๆ พร้อมรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะมากับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ควบคุมอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา สามารถ กรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5, ระบบเสียงรอบทิศทาง 8 ลำโพงแบบ Dynamic Surround Sound มาพร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้า และด้านหลัง


นอกจากนั้นยังมาพร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย ที่ได้รับเพอิ่มเติมจากรุ่นที่ผ่านมา
- ใหม่! EPS (Electric Power Steering) พวงมาลัยไฟฟ้า
- ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ
- กุญแจรีโมททุกรุ่น และ Isuzu Genius Entry พร้อมฟังก์ชัน Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรีโมทในระยะ 20 เมตร
- ระบบ Walk Away Auto Lock ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร



ขุมพลังขับเคลื่อนของ ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY” จะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และ เครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE
- เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบสปอร์ต REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย
- เครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบสปอร์ต Rev Tronic และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย

ส่วนระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะได้รับ
- ใหม่! LKAS ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู ่ในเลน
- ใหม่! TJA ระบบช่วยควบคุมทิศทาง ของรถตามรถค้นหน้า
- ใหม่ ! ELK (Emergency Lane Keeping) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ใหม่! LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน พร้อม LDW ระบบช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน

นอกจากนั้นยังมากับระบบ ACC ระบบช่วยควบคุมความเร็ว อัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go, FCW ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า พร้อม ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, TA-AEB ระบบช่วยเบรก ฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา, BSM ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา, RCTA & B ระบบช่วยเตือนและระบบช่วย เบรกฉุกเฉินขณะถอย, AHB ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, PMM ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบ คันเร่งผิดพลาด, MCB ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ, MSL ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง, Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (Isofix) ที่เบาะนั่งตอน 2
สำหรับ ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 DOORS “THE ONE & ONLY” เปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
- Hi-Lander CAB4 2.2 MAXFORCE L 6MT ราคา 885,000 บาท (ราคาเดิม)
- Hi-Lander CAB4 2.2 MAXFORCE L 8AT ราคา 924,000 บาท (ราคาเดิม)
- Hi-Lander CAB4 2.2 MAXFORCE Z 6MT ราคา 952,000 บาท (ราคาเดิม)
- Hi-Lander CAB4 2.2 MAXFORCE Z 8AT ราคา 991,000 บาท (ราคาเดิม)
- Hi-Lander CAB4 2.2 MAXFORCE M 8AT ราคา 1,157,000 บาท (เพิ่ม 20,000 บาท)
- Hi-Lander CAB4 3.0 MAXFORCE M 6AT ราคา 1,184,000 บาท (เพิ่ม 20,000 บาท)
ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER

ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER 2 COOL… 2 STOP!
ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ที่ออกแบบชุดแต่งให้ดูเฟิร์มและกว้าง ตามแบบฉบับรถแรง มีระดับ โดยทุก accessories รอบคัน ช่วยเสริมหลักการ aerodynamic ให้ลู่ลม และเกาะถนนยิ่ขึ้น พร้อมภายในสไตล์พรีเมียมสปอร์ต ดุดันแต่ภูมิฐานน่าค้นหา






สำหรับ ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER จะมากับชุดแต่ง The X Package ทั้งภายนอก และภายใน โดยภายนอิกตัวรถ จะมากับกระจังหน้าใหม่ แบบ Multi-layer โทนเข้ม พร้อมตัดด้วยเส้นสีแดง Garnet Red มาพร้อมไฟหน้าใหกม่ดีไซน์พิเศษโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Stylish Red Line และไฟท้าย LED ใหม่ แบบ Clear Lens




นอกจากนั้นยังถูกคาดด้วยสติกเกอร์ Uptown Vibe ทั้งด้านหน้า และหลัง เสริมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวด้วยกันชนพร้อมสเกิร์ตหน้า-หลัง สไตล์ Integrated เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต


มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว สี Gloss Black และยังได้รับ Aerodynamic Sport Bar ใหม่ ที่เหนือกระบะท้าย


ส่วนภายในห้องโดยสารของ ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER โดยภายในจะตกแต่งด้วยโทนดำ-เทา ให้อารมณ์พรีเมียม ดุดัน มาพร้อมเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ มาพร้อมโลโก้ X





ในส่วนของคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจอแสดงข้อมูล Integrated MID 7 นิ้วโทนแดง ที่ให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม พร้อมโลโก้ X มาพร้อมหน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว แบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง ที่รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay นอกจากนั้นยังมากับ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย และกุญแจรีโมทแบบ Integrated พร้อมระบบสตาร์ทแบบ Push Start



ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนของ ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER จะไกด้รับการติตดั้งเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ที่ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2400 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบสปอร์ต REV TRONIC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราทดใหม่ แบบ Genius Sport Shift พร้อมระบบ แจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์ในรอบความเร็วที่เหมาะสม Safety System

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับกล้องมองภาพขณะถอยจอด แบบ Built-in พร้อมเส้นกะระยะ Lane Guide, ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS), ระบบเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (BA), ไฟฉุกเฉินกระพริบอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS), ระบบช่วยกระจายแรงเบรกให้สัมพันธ์กับน้าหนักบรรทุกของรถ (EBD), ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว (TCS), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), ระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน (HDC), โครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็ก Ultra-High Tensile และแอร์แบคคู่หน้า Dual SRS Airbags
สำหรับ ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER “THE ONE & ONLY“ เปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
X-SERIES SPEED
- 2Doors X-SERIES SPEED 2.2 L 6MT ราคา 768,000 บาท
- 4Doors X-SERIES SPEED 2.2 L 6MT ราคา 864,000 บาท
X-SERIES Hi-Lander
- 4Doors X-SERIES SPEED 2.2 Z 6MT ราคา 1,002,000 บาท
- 4Doors X-SERIES SPEED 2.2 Z 8AT ราคา 1,041,000 บาท
