ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เดินเกมรุกตลาดรถยนต์ต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวยานยนต์ D-SUV ใหม่ล่าสุด “The all-new SANTA FE” นับเป็นเจเนอเรชันที่ 5 ของ SANTA FE ภายใต้สโลแกน “Open for More Horizons โดยมีให้เลือก 2 รุ่น Exclusive และ Prestige

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Hyundai SANTA FE Hybrid
- Hyundai SANTA FE Hybrid รุ่น Exclusive ราคา 1,599,000 บาท
- Hyundai SANTA FE Hybrid รุ่น Prestige ราคา 1,749,000 บาท

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อออกรถภายใน 31 สิงหาคม 2568

สำหรับ The all-new SANTA FE นับเป็นเจเนอเรชันที่ 5 ของ SANTA FE รถเอสยูวีที่ได้รับความนิมยมเป็นอย่างมากของทางฮุนได โดยในรุ่นใหม่นี้มากับสไตล์ Boxy Design มาพร้อมห้องโดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง พ่วงด้วยขุมพลัง 1.6T Hybrid ที่ให้กำลังมากกึง 232 แรงม้า และมีประหยัดสูงสุดที่ 19.6 กม./ลิตร

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถของ Hyundai SANTA FE Hybrid จะมาในรูปแบบ Boxy Design ทรงกล่องที่ดูบึกบึน พร้อมใส่รายละเอียดของตัวอักษร H ซึ่งหมายถึงชื่อของแบรนด์ ไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของตัวบอดี้ โดยเฉพาะในส่วนของด้านหน้า โดยเริ่มจากชุดไฟหน้าแบบ H-shaped มาพร้อมกระจังหน้าสีดำ ที่คาดด้วยแถบไฟ LED เมื่อมองโดยรวมก็จะเป็นรูปตัว H

อีกทั้งที่ตัวกันชนหน้าก็มีการออกแบบให้เป็นตัวอักษร H ขนาดใหญ่ รวมถึงชุดไฟท้าย LED ก็มีลวยลายโคมที่เป็นตัว H ด้วยเช่นกัน

ด้านข้างตัวรถมากับเส้นสายที่คมชัด ด้วยงานออกแบบที่เน้นความแข็งแกร่ง ซุ้มล้อตีโป่งให้เป็นรูปทรงเหลี่ยม มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด18 นิ้ว รัดด้วยางขนาด 235/60 R18

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,830 มม. ความกว้าง 1,900 มม. ความสูง 1,720 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อที่ยาว 2,815 มม. และมีระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance ที่ 177 มม.

ภายในห้องโดยสารของ Hyundai SANTA FE Hybrid จะมากับห้องโดยสารที่กว้างขวาง หรูหรา เสมือนเลาจน์ส่วนตัว อีกทั้งยังมาพร้อมกับความอเนกประสงค์เกินคลาส ตกแต่งภายในด้วยหนังกลับ Suede


ในส่วนแผงแดชบอร์ดติดตั้งจอคู่ Panoramic Curved Display ขนาด 12.3 นิ้ว + 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อจอมาตรวัดและอินโฟเทนเมนต์อย่างไร้รอยต่อ Bi-directional Multi-console อีกทั้งยังมีการหักมุมทำองศาให้หันเข้ามาหาผู้ขับขี่ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสั่งงาน โดยรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA

มาพร้อมพวงมาลับมัลติฟังก์ชัน พร้อมคันเกียร์ที่คอพวงมาลัย แบบ Shift-by-wire และแป้น Paddle Shift-Regenerative Braking Mode


ส่วนคอนโซลกลางออกแบบให้เชื่อมต่อกับคอนโซลหน้าแบบเรเยล โดยมีช่องเก็บของด้านล่าง อีกทั้งยังออกแบบให้มีพื้นที่ใหญ่โต โดยสามารถติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ตโฟนได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง และวางขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ 2 ช่อง มาพร้อมพอร์ต USB-C ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงยังออกแบบช่องเก็บของที่เปิดได้ 2 ฝั่ง ทั้งด้านผู้ดดยสารตอนหน้า และผู้โดยสารแถวที่ 2

เบาะที่นั่งจะเป็นแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2) เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมระบบระบายอากาศ Seat Ventilation และระบบบอุ่น Heated Seat โดบเบาะฝั่งผู้ขับมากับระบบปรับดันหลัง 2 ทิศทาง

เบาะแถวที่ 2 จะเป็นแบบ Captain Seat ที่ปรับด้วยไฟฟ้า มาพร้อมปุ่มปรับเอนนอนด้วยระบบไฟฟ้า Relaxation Mode และฟังก์ชั่นพับเบาะแถวที่ 2 เพื่อเข้า-ออก Walk-in Switch นอกจากนี่ในส่วนเบาะที่นั่งแถวที่ 2 และ 3 ยังออกแบให้พับได้ราบเรียบ ด้วย สวิตซ์แบบ One-Touch ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกอิสระ 50 : 50 และสามารถปรับเอนได้


ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยู่ที่ 725 ลิตร และเมื่อปรับพับเบาะลงจะเพิ่มความจุที่มากถึง 1,275 ลิตร

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบกุญแจ Keyless Entry, ปุ่มสตาร์ท Push Start, ระบบสตาร์ทรถด้วยกุญแจรีโมท Remote Start, เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Hold, กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลง อัตโนมัติ 4 บาน, กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ, ม่านบังแดด ประตูด้านหลัง ซ้าย-ขวา, ระบบเครื่แงเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB Type C 6 ตำแหน่ง และช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง รวมทั้งยังเสริมบรรยากาศพรีเมียมด้วย Ambient Light 64 เฉดสี

ขณะที่ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone มาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสาร แถวที่ 2 และแถวที่ 3 ปิดท้ายด้วยฝาท้ายที่ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate มาพร้อมฟังก์ชัน Smart เปิด-ปิด ฝาท้ายไฟฟ้า แบบไม่ต้องใช้มือ




ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่มั่นใจด้วยระบบ Hyundai SmartSense ที่มาพร้อมกันถึง 13 ระบบ อาทิ Smart Cruise Control พร้อม Stop & Go, ระบบเบรกอัตโนมัติหากเสี่ยงต่อการชนปะทะด้านหน้า, ระบบเตือนและช่วยเบรกเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน, ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลังหรือมีรถวิ่งตัดหลัง, ระบบเตือนและล็อกประตูอัตโนมัติหากมีรถแล่นผ่านขณะเปิดประตู, กล้องรอบคันช่วยให้จอดได้อย่างมั่นใจ และ ระบบช่วยเบรกเมื่อมีสิ่งกีดขวางขณะถอยจอด


ในด้านขุมพลังของ The all-new SANTA FE Gen 5 ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด ที่เป็นการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Smartstream T-GDI ขนาด 1.6 ลิตรเทอร์โบ ที่ให้กำลัง 180 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 61 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้พละกำลังรวม 235 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ไปยังคู่ล้อหน้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer ขนาด 1.49 kWh และความจุถังน้ำมัน 67 ลิตร โดยทาง Hyundai เคลมไว้ว่าจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 19.6 km/l

มาพร้อมพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ขฯะที่ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ เพิ่มความมั่นใจมุกการเบรกด้วยดิสก์เบรกทั้งหน้า และหลัง พร้อมช่องระบายความร้อน



Hyundai SANTA FE Hybrid จะมีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีทอง Beach Sand, สีขาว Pearl White และสีดำ Space Black ส่วนภายในห้องโดยสารจะมีเพียงโทนสีดำ Black สีเดียวเท่านั้น
