ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความนิยมของตลาด xEV และกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ได้ง่ายขึ้น ปรับราคาใหม่ สำหรับ Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี) ลงทุกรุ่นย่อย 40,000 บาท โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

ราคาอย่างเป็นทางการ
- e:HEV SV จากราคา 769,000 บาท ปรับลดลง 40,000 บาท เหลือราคา 729,000 บาท
- e:HEV RS จากราคา 839,000 บาท ปรับลดลง 40,000 บาท เหลือราคา 799,000 บาท

สำหรับ Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี) ที่ปรับลดราคาลงใหม่นี้ จะเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่ถูกเปิดตัวในไทยไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา


ในด้านงานออกแบบในรุ่น e:HEV SV จะมากับกระจังหน้าโครเมียม, ชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ DRL LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, มือจับประตูด้านนอกโครเมียม, กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว, ฝาครอบกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ, เสาอากาศแบบครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถ ส่วนล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

ส่วนในรุ่น e:HEV RS จะเพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วย กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่, กันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง ดีไซน์ใหม่ เสริมความสปอร์ตแบบ RS, สปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ตแบบ RS, มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED, ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำเงา


เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำเงา, ล้ออัลลอยแบบทูโทนสไตล์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว อีกทั้งยังได้รับระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาพร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

ภายในห้องโดยสารของในรุ่น e:HEV SV ภายในตกแต่งด้วยสีดำ / สีแดงเข้ม, เบาะมรานั่งหุ้มหนังแท้สลับหนังสังเคราะห์สีดำ ตัวเบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับสูง-ต่ำได้

ขณะที่ในรุ่น e:HEV RS จะตกแต่งด้วยตกแต่งคอนโซลด้วยวัสดุหน้าสีแดงเมทัลลิก พร้อมหุ้มเบาะด้วยหนังแท้ และหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง


แผงแดชบอร์ดของทั้ง e:HEV SV และ e:HEV RS จะมากับมาตรวัด TFT ขนาด 7 นิ้ว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้งยังได้รับระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth, พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์, พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง รวมทั้งยังได้รับระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย

นอกจากนั้นยังได้รับปุ่ม ECON, ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง, กระจกมองหลังแบบตัดแสง, ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร, ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย, พนักเท้าแขนด้านหน้า



โดยในรุ่น e:HEV RS จะได้รับเพิ่มระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) เครื่องเสียงพร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง (ส่วนในรุ่น e:HEV SV จะมากับลำโพง 4 ตำแหน่ง), แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิดด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า, พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว และช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคนขับและหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมช่องเก็บของขนาดเล็ก รวมถึงระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ



ในด้านระบบความปลอดภัยมากับระบบ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชัน ได้แก่ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก CMBS, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS, ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDW



ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ ACC with LSF (เฉพาะรุ่น e:HEV) และระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN

มาพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF), ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch, กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ, ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน Auto Brake Hold, ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อกุญแจอยู่ห่างจากตัวรถ, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมระบบปรับอากาศด้วยกุญแจ, ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางชัน และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน เป็นต้น


ด้านพละกำลังจะมากับระบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่เป็นการทำงานผสานกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด ที่ 253 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กม./ลิตร รองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ EV Drive Mode, Hybrid Drive Mode และ Engine Drive Mode


Honda City e:HEV จะมีสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
- สีเงิน Lunar Silver Metallic
- สีเทา Meteoroid Grey Metallic
- สีแดง Ignite Red Metallic
- สีดำมุก Crystal Black Pearl
- สีน้ำเงิน Obsidian Blue Metallic
- สีขาวมุก Platinum White Pearl
