จากที่ก่อนหน้านี้ทาง GWM (Thailand) ได้ปล่อยข้อมูล และสเปครายละเอียดของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ออกมาก่อนล่วงหน้า ล่าสดทาง GWM พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว และประกาศราคา NEW GWM TANK 500 DIESEL รถยนต์ PPV ระดับพรีเมียม ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ! โดยจะมีมีการ LIVE สด พร้อมกันทั่วประเทศได้ทาง Facebook หรือ YouTube หรือ TikTok : GWM Thailand ในช่วงเวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

สำหรับ NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T จะมากับหัวใจดวงใหม่ที่เหมือนกับรุ่นน้องอย่าง GWM TANK 300 DIESEL ที่มากับขุมพลังดีเซล 2.4T โดยมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่
- รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO
- รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA
- รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD
โดยทั้งรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD จะมาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior
สามารถชมรีวิวรายละเอียด และคลิปทดสอบ ได้ที่

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถของ NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T นั้นจะเหมือนกับ GWM TANK 500 HEV ตัวรถยังคงได้รับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตาม DNA ของ TANK ที่มีความบึกบึน แกร่ง แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความเรียบหรู สง่างาม




ด้านหน้าออกแบบภายใต้ปรัชญาของ “ความหรูหราที่แข็งแกร่ง” ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ผสานช่องระบายอากาศแนวนอนและโลโก้ TANK ที่ลงตัวรับเส้นสายที่นูนขึ้นของฝากระโปรง ชุดไฟหน้า Intelligent LED ดีไซน์โดดเด่น ให้ความสว่างชัดเจน มาพร้อมกับระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และไฟ Follow me home พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอก LED


ด้านข้างตัวรถมาพร้อมกับลายเส้นที่เรียบง่าย แต่สะท้อนถึงพลังที่ดูแข็งแกร่ง ในด้านชุดล้ออัลลอยในรุ่น 2.4T PRO มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว จับคู่กับยาง Westlake ขนาด 265/60 R18 พร้อมยางอะไหล่ ขณะที่รุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20 และยางอะไหล่

ดีไซน์ด้านหลัง ออกแบบภายใต้แนวคิดออฟโรด ด้วยประตูท้ายแบบ horizontal พร้อมระบบดูดไฟฟ้า ที่ช่วยผ่อนแรง และอำนวยความสะดวกสบายในการปิดประตูท้าย

แต่สิ่งที่แตกต่างของในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล กับ HEV จะอยู่ที่ยางอะไหล่ โดยในตัว TANK 500 DIESEL 2.4T จะย้ายชุดล้ออะไล่จากเดิมที่อยู่ด้านท้ายฝากระบะไปเก็บไว้ด้านล่างตัวรถแทน เพื่อจะช่วยในเรื่องของการเปิดประตูหลังในพื้นที่ ที่จำกัดหรือแคบ

ขณะที่ชุดไฟท้ายยังคงเดิมที่เป็นแบบ Vertical LED ดีไซน์โดดเด่นมาในแบบแนวตั้ง มาพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟตัดหมอกแบบ LED ขณะที่ในส่วนหลังคาซันรูฟมาในแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ เปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

มาพร้อมราวหลังคาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน เสาอากาศแบบ shark fin และสปอยเลอร์ท้าย ซึ่งช่วยในเรื่องแอร์โรไดนามิค

นอกจากนั้น ชุดบันไดข้างจากเดิมที่เป็นบันไดข้างไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเปิด-ปิดประตู จะเปลี่ยนมาเป็นแบบขึ้นรูปตายตัว

ด้านมิติขนาดตัวของ NEW GWM TANK 500 DIESELจะมีความยาวตัวรถที่สั้นกว่าในรุ่น HEV โดยมีความยาวอยู่ที่ 4,886 มม. (ลดลงจากรุ่น HEV 192 มม.) ส่วนอื่น ๆ นั้นเท่าเดิม โดยมีความกว้าง 1,934 มม., สูง 1,905 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,850 มม. มาพร้อมระยะต่ำสุดจากพื้น 224 มม. โดยมีน้ำหนักรถอยู่ที่ 2,585-2,635 กก. และมีความจุถังน้ำมัน 78 ลิตร (เพิ่มจากเดิม 3 ลิตร)




ภายในห้องโดยสารของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ยังคงถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงความหรูหราและความทันสมัย ตกแต่งภายในด้วยหนัง Nappa แผงแดชบอร์ดหน้าจะมากับหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนต์แบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับระบบ Smart Dual Screen Interaction ช่วยให้การใช้งานทั้งสองจอมีความสะดวกและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี Windshield Head-Up Display ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนหน้ากระจกเพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ในส่วนเบาะที่นั่งในรุ่น 2.4T ULTRA และ ULTRA 4WD สามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบ Welcome Seat, Massage Seat และ VIP Switch นอกจากนั้นเบาะนั่งแถว 1 และแถว 2 ยังติดตั้งระบบเบาะระบายอากาศ (เฉพาะรุ่น ULTRA 4WD)

นอกจากนี้ในเบาะแถวที่ 2 ของ TANK 500 DIESEL 2.4T ยังได้รับการปรับปรุง ด้วยการใส่วัสดุโฟมเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการนั่ง ทำให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้ยาวนาน โดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า


ห้องโดยสารกว้างขวางยิ่งขึ้นด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,850 มม. และ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 795 ลิตร ทำให้สามารถจัดเก็บสัมภาระได้อย่างสะดวกสบาย

ด้านชุดอุปกรณ์จะได้รับระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศด้านหลัง พร้อมด้วยระบบกรองอากาศ N95 และ ระบบ ionizer, แท่น Wireless Charging ขนาด 50W ที่ด้านหน้า, ชุดไฟ Multi-color ambient lighting ช่วยเพิ่มบรรยากาศสุดพิเศษภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนสีแสงได้ตามความต้องการ




ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจากลำโพง 12 ตัว พร้อมระบบ Surround sound (รุ่น PRO 8 ตำแหน่ง), กระจกสองชั้นแบบ Double Layer Laminated Glass นอกจากนี้ยังมากับระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ และหลังคาซันรูฟ


รวมทั้งยังมากับระบบกล้องแสดงภาพ 540 องศา (กล้อง 360 องศา และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) ที่เพิ่มความสะดวกในการมองเห็นรอบทิศทาง มาพร้อมระบบการควบคุมรถจากทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน GWM และระบบสั่งงานด้วยเสียง

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ L2+ ที่รวมระบบ ACC, Lane Change Assist, Forward Collision Warning, Lane Keeping Assist, และ Intelligent Cruise Assist/Traffic Jam Assist ช่วยให้การขับขี่ในเมือง, ทางด่วน, และการจราจรติดขัดเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยระบบเตือนการชนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ RCTA + RCTB, MEB, กล้องรอบคัน 540 องศา, และเซนเซอร์ 12 จุด

อีกทั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ ด้านโครงสร้างตัวถังของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกออกแบบให้แข็งแกร่งและทนทาน สามารถทนต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยตัวถัง Cage-Type ผลิตจากเหล็กกล้าแรงดึงสูงพิเศษ รองรับแรงกดหลังคาได้ถึง 96.58 กิโลนิวตัน และแรงบิดสูงสุด 23,076 นิวตันเมตร พร้อมระบบปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่มอบความปลอดภัยแบบครบวงจร เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง


ด้านไฮไลท์หลักของ TANK 500 DIESEL จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 2.4 พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT และหัวฉีดแรงดันสูง 2,000 บาร์ ที่ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้สวยชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด มาพร้อมเทคโนโลยี NVH ลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม มีระดับเสียงในห้องเครื่องที่ idle time ต่ำกว่า 68 เดซิเบล โดยในรุ่น 2.4T PRO และ ULTRA มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดประหยัด


ส่วนในรุ่น 2.4T ULTRA 4WD มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 8 โหมด ได้แก่ โหมด 2H /4H/ 4L, โหมดพื้นหิมะ, โหมดพื้นโคลน, โหมดพื้นทราย, โหมดพื้นหิน และโหมดผู้เชี่ยวชาญ มาพร้อมฟีเจอร์ออฟโรดสุดล้ำ เช่น Tank Turn ที่ช่วยให้การกลับรถในที่แคบเป็นเรื่องง่าย, Off-road Cruise Control, และ ระบบล็อกเฟืองหน้า-หลัง สำหรับการจอดรถ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD ยังมีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบอีกด้วย


NEW GWM TANK 500 DIESEL จะมีสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) โดยในรุ่นสีดำ Black Warrior ดีไซน์ภายนอกจะตกแต่งด้วยเฉดสีดำเงาเข้มขรึม ทั้งในส่วนกระจังหน้าสีดำพิเศษ ผสานกับล้ออัลลอยสีดำ และห้องโดยสารภายในโทนสีดำที่สะท้อนความพรีเมียม และความดุดันในทุกมุมมอง

เตรียมนับถอยหลังไปด้วยกัน กับการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ยนตรกรรม PPV พรีเมียมอัจฉริยะ ที่พร้อมจะปลดล็อกทุกข้อจำกัดและเขียนนิยามบทใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ PPV เมืองไทย ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นี้! โดยคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.4 – 1.5 ล้านบาท
