หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง GWM ในประเทศจีนได้ทำตลาด Haval Raptor ที่มีเพียงขุมพลัง PHEV ล่าสุดทางแบรนด์ผู้ผลิตรถรายใหญ่จากจีน ก็ได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในเมืองจีน ด้วยการประกาศเปิดตัว GWM Haval Raptor รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซิน (ICE) มีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่น โดยเปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้
.
- GWM Haval Raptor 2.0T 4WD Pro ราคา 156,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.12 แสนบาท
- GWM Haval Raptor 2.0T 4WD Ultra ราคา 166,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.58 แสนบาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถ GWM Haval Raptor ใหม่ จะมากับหน้าตาใหม่ ที่แตกต่างจากในรุ่น PHEV โดยเฉพาะในส่วนด้านหน้าของตัวรถ แต่ในส่วนรูปลักษณ์ฺโดยรวมนั้นยังคงเดิมโดยมาในรูปทรงแบบกล่อง

ในส่วนด้านหน้าของจากในรุ่น PHEV ที่มาในแบบแนวนอน ถูกเปลี่ยนใหม่ให้แถบโครเมียมที่มาในแบบแนวตั้ง ที่วางเรียวต่อกัน 9 แถว โดยมีชื่อรุ่น H A V A L อยู่ตรงกลาง

นอกจากนั้นในส่วนของชุดไฟหน้า LED แบบทรงกลม ก็ปรับมาเป็นแบบทรงสี่เหลี่ยมได้รับแรงบันดาลใจมาเทคนิค “การสลักและเดือย” ที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนแบบคลาสสิก โดยมีไฟ DRL LED เป็นเส้นวางอยู่ด้านล่าง ขณะที่ในส่วนของตัวกันชนหน้ายังคงมาในแบบเดิม ที่มีขนาดใหญ่สีดำมาพร้อมการ์ดกันกระแทกสีเทา



เส้นสายด้านข้างนั้นยังคงเดิม ที่เน้นความแกร่งแข็ง และดุดัน มือจับประตูแบบดั้งเดิม เสริมมาดออฟโรดด้วยซุ้มล้อสำที่มาในแบบหมุดเย็บ นอกจากนั้นยังตกแต่งชายล่างรอบคันด้วยชิ้นงานสีดำ ขณะที่กาบประตูบานข้างเติมความหรูหราด้วยแถบเส้นโครเมียม ในส่วนชุดล้ออัลลอยจะมีให้เลือกทั้งขนาด 18 -19 นิ้ว ที่รัดด้วยยาง AT


ในส่วนด้านท้ายชุดไฟท้ายมากับชุดไฟท้าย LED ในแบบแนวตั้ง ที่ด้านในประกอบไปด้วยหลอด LED สีแดง จำนวน 300 ดวง ที่ถูกจัดเรียงเป็นเมทริกซ์เหมือนรูปเพชร ให้แสงสะท้อนที่เป็นลวดลายคล้ายอัญมณีที่งดงาม


อีกทั้งที่ด้านหลังยังสามารถเลือกว่าจะติดตั้งแบบยางอะไหล่ หรือจะติตดั้งกล่องใส่ของอเนอกประสงค์ โดยตัวกล่องดังกล่างนั้นจะมีความจุอยุ่ที่ 2.7 ลิตร และรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 15 กก.


นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นออปชันเสริม ให้เลือกตกแต่งเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นราวแล็คหลังคา, หลังคา Panoramic และบันไดข้าง

ในด้านขนาดมิติตัวถในรุ่นที่ติดตั้งยางอะไหล่ไว้ที่ด้านหลังจะมีความยาว 4,800 มม. ส่วนในรุ่นเวอร์ชันที่ติดตั้งกล่องอเนกประสงค์จะมีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,680 มม.

ขณะที่ความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อจะเท่ากันโดยอยู่ที่ 1,950 มม. / 1843 มม. / 2,738 มม. (ตามลำดับ)



สำหรับ Haval Raptor ICE จะถูกวางตำแหน่งให้เป็น SUV ออฟโรด โดยจะมีมุมเข้า (Approach Angle) ที่ 25° มุมออก (Departure Angle) ที่ 32° โดยมีระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า-หลังอยู่ที่ 606 และ 1,036 มม. และมีระยะห่างจากพื้นต่ำสุด 223 มม. (ไม่มีสัมภาระ) อีกทั้งตัวรถยังสามารถลุยน้ำลึกได้สูงสุด 580 มม. และมีพละกำลังในการลากจูงที่มากถึง 1,600 กก.


ภายในห้องโดยสารจะปรับเปลี่ยนจากรุ่น PHEV เล็กน้อย โดยจะมากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ใหม่



ส่วนในแผงแดชบอร์ดนั้นจะได้รับการติตดั้งแผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมหน้าจออินโฟนเนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว



ขณะที่คอนโซลกลางจะมากับควบคุมสั่งงานของรถที่เป็นแบบมือหมุน มาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย ขณะที่ถอดคันเกียร์ขนาดใหญ่จากในรุ่ยน PHEV นั้นจะถูกถอดออก โดยย้ายไปไว้ที่ด้านหลังพวงมาลัยที่เป็นแบบก้านแทน อีกทั้งยังติตตั้งชุดไฟ LED ไว้ที่ด้านข้าง


ในส่วนตัวเบาะที่นั่งจะถูกผลิตขึ้นจากฟองน้ำ พร้อมหุ้มด้วยหนัง PVC ตัวเบาะคู่หน้าพร้อมฟังก์ชั่นทำความร้อน และระบบระบายอากาศ




ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับม่านกันแดด, ระบบเครื่องเสียงแบบ Coffee AI Sound มาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง อีกทั้งยังได้รับ ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ของ GWM, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่มาพร้อมระบบ AQS (ระบบควบคุมคุณภาพอากาศ) + เครื่องกำเนิดพลาสม่าสร้างบาร์ออกซิเจนแบบป่า รวมทั้งยังติตตั้ง ช่อง Power Outlet ขนาด 220V ไว้ที่ด้านหลังของตัวรถ


นอกจากนี้ทาง GWM ยังออกแบบให้ Haval Raptor ใหม่มีช่องเก็บของตามจุดต่าง ๆ รอบคันที่มากถึง 45 ช่อง รวมทั้งยังออกแบบในส่วนช่องวางแก้วน้ำ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 90 มม. และความสูงของสายรัด 120 มม. มาพร้อมสายรัดแบบปรับได้ ไว้ที่แผงประตูหน้า และหลัง



ขณะที่พื้นที่เก็บสาัมภาระด้านท้ายจะมีความจุ 586 ลิตร และสามารถเพิ่มเป็น 1,404 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง



สำหรับ GWM Haval Raptor รุ่นใหม่นี้จะมากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 175 kW (235 แรงม้า) แรงบิด 385 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 9DCT มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD



มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า รองรับการใช้งานทั้งเส้นทาง Off Road และ On Road ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.1 วินาที มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 9 โหมด โดยตัวรถมีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 60 ลิตร และทางผู้ผลิตเคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันไว้ที่ 8.65 ลิตร/100 กม. (WLTC)





ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับระบบช่วยเหลือขับขี่ขั้นสูง Level 2 อาทิ ระบบเบรกอัตโนมัติฉุกเฉิน, ระบบจดจำป้ายจราจร, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ และระบบเตือนการชนด้านหลัง เป็นต้น





สำหรับ GWM Haval Raptor ที่เปิดวางขายในจีนจะสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว Moss Rock Green, สีเทาดำ Cloud Gray, สีดำ Dark Night, สีเทา Ink Jianguan Gray และสีขาว Moonlight White



สำหรับ GWM Haval Raptor รุ่นเครื่องยนต์สันดาปจะถูกวางจำหน่ายควบคู่ไปกับในรุ่น PHEV โดยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะนเมืองจีน ส่วนในบ้านเราที่ตลาดเมืองไทยนั้นยังไม่มีข่าวว่าจะนำเข้ามาแต่อย่างใด
