หลังจากที่ทางบริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้า และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GEELY (จีลี่) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดตัววางจำหน่าย GEELY EX5 เอสยูวีไฟฟ้าแบบ 5 ที่นั่ง สเปคพวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลกที่ในงาน Motor Show 2024

ล่าสุดทางธนบุรีนอยสเติร์น เตรียมเพิ่มไลน์อัพใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเมืองไทย ด้วยการเตรียมเปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย GEELY EX2 ซิตี้คาร์ไฟฟ้าใหม่ในตลาดเมืองไทย ที่ภายในงาน Motor Expo 2025 ในวันที่ 28 พ.ย. นี้

แต่ก่อนที่จะไปรับรู้ถึงราคาค่าตัวของ GEELY EX2 ว่าที่รถยนตืไฟฟ้าตัวงใหม่คันนี้ (ซึ่งคาดว่าจะมีราคาเริ่มอยู่ที่ราว ๆ 4 แสนบาท) ทางทีมงาน Autostation.com มีรายละเอียดสเปค ข้อมูล และภาพคันจริงของ GEELY EX2 มาให้ชมกันก่อน

สำหรับ GEELY EX2 หรืออีกชื่อในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า Geely Xingyuan (จีลี่ ซิงหยวน) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบเอสยูวีขนาดเล็ก โดยถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้ออกมาเป็นคู่ต่อกรตัวใหม่ของทาง BYD Dolphin และ Wuling Bingo โดยในเวอร์ชันที่จะเปิดตัวในไทยที่ภายในงาน Motor Expo 2025 จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย (นำเข้า CBU จีน)
- GEELY EX2 รุ่น PRO
- GEELY EX2 รุ่น MAX




ในด้านงานออกแบบดีไซน์ ตัวรถจะมีความกลมมนเกือบทุกสัดส่วน ด้านหน้าที่โค้งลาดเทลงมา มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิด ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ขณะที่ชุดไฟหน้ามาในแบบ Projector Lens แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED อยู่ในโคมเดียวกัน ชายล่างจะมีช่องรับลมขนาดเล็ก และมีช่องรับลมเทียมที่อยู่ด้านข้าง


เส้นสายด้านข้างตัวถังจะราบเรียบเพื่อให้ตังวรถนั้นมีความลู่ลม และลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน ด้านล้อจะมาในแบบ Aero Wheel สีทูโทนที่มีลวดลายเป็นรูปกากบาท โดยในรุ่น MAX จะเป็นล้อออัลลอยขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยางขนาด 235/50 R16 ขณะที่ในรุ่น MAX จะเป็นล้อเหล็กขนาด 15 นิ้ว มาพร้อมยาง 225/55 R15



ส่วนด้านท้ายจะดีไซน์ให้แนวหลังคามีความลาดเท เสริมความสปอรืตด้วยสปอยเลอร์หลังคาสีดำ มาพร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ ชุดไฟท้าย LED ที่โค้งมนแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา มาพร้อมไฟเบรกดวงที่สามที่เป็นเส้นวางอยู่ด้านล่างขอบกระจกบานหลัง

ขณะที่ตัวกันชนท้ายจะเป็นชิ้นงานสีดำขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งไฟทับทิม 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา มาพร้อมไฟตัดหมอกหลัง


GEELY EX2 จะเป็นรถที่มีขนาดที่ใหญ่ และไม่เล็กเกินไป โดยมีมิติความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,135 มม. กว้าง 1,805 มม. สูง 1,580 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. อีกทั้งยังมีระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 162 มม. ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับคู่แข่งอย่าง Dolphin ของทาง BYD จะมีระยะฐานล้อ และมิติที่ยาว และกว้างกว่าเล็กน้อย นอกจากนั้นยังมีมุมเข้า และมุมจาก ของตัวรถอยู่ที่ 19 องศา เพื่อให้รองรับกับกับเส้นทางที่งแบบออนโรด และออฟโรดแบบเล็ก ๆ ได้อย่างสบาย อีกทั้งยังมีรัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่ 4.95 เมตร ซึ่งแคบกว่ารถที่อยุ่ที่ในเซกเมนต์เดียวกัน


ภายในห้องโดยสารของ GEELY EX2 จะรองรับได้ 5 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยวัสดุแบบ Soft-Touch ทูโทน ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง เบาะนั่งฝั่งผู้ขับในรุ่น PRO ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ส่วนในรุ่น MAX ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเช่นกัน ส่วนฝั่งผู้่โดยสารตอนหน้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก้จะปรับด้วยมือแบบ 4 ทิศทาง



ส่วนเบาะหลังพับได้แบบ 60/40 มาพร้อมหมอนรองศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง ด้านพิ้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย จะมีความจุ 375 ลิตร เมื่อพับเบาะลงจะขยายพิ้นที่ได้มากถึง 1,320 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 17 ใบ



นอกจากนั้นทางผู้ผลิตยังออกแบบให้มีช่องเก็บของในรถถึง 36 จุด กล่องเก็บของด้านหลังขนาด 28 ลิตร และช่องเก็บของขนาด 20 ลิตรใต้คอนโซลกลาง รวมทั้งยังมี Frunk ที่มีความจุมากถึง 70 ลิตร

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดหน้า และที่แผงประตูข้างจะได้รับตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิก ที่เป็นลวยลายของตึกแบบเรืองแสงได้



นอกจากนั้นในส่วนของแผงคอนโซลหน้าจะได้รับการออกแบบ ให้เป็นทรง T-Shape โดยจะมากับ มาตรวัด Full Digital LCD แบบสี ขนาด 8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน ที่ปรับได้ 2 ทิศทาง (เข้า-ออก) มาพร้อมหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบตั้ง มาพร้อมระบบความบันเทิงแบบ Flyme Audio รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone ผ่าน Application CorbitLink รวมทั้ง ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth นอกจากนั้นในรุ่น MAX ยังรองรับการเชื่อมต่อ Internet 4G รวมทั้งยังได้ระบบค้นหา และสั่งงานรถยนต์ผ่าน Smartphone ขณะที่การเขื่อมต่อแบบ Apple CarPlay / Android Auto จะเริ่มได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026




ในส่วนคอนโซลออกแบบให้เชื่อมต่อติดกับคอนโซลหน้า ในแบบเรเยล 2 ชั้น ด้านบน จะมากับชองแอร์ ที่วางอยู่ด้านบนของ แท่นชาร์จสมาร์ตฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จ 15W (ในรุ่น MAX) มาพร้อมชุดปุ่มควบคุมสั่งงานภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ, ปุ่ม Parking และคันเกียร์ขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังมากับช่องวางแก้วน้ำ 2 ช่อง และช่องวางของแบบแนวยาว ส่วนที่ด้านล่างคอนโซลกลางจะเป็นชองวางสำหรับว่างของขนาดเล็ก


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับชุดไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี (ในรุ่น MAX), กระจกหน้าต่าง 4 บาน ขึ้น-ลง อัตโนมัติ One-Touch, ระบบปรับอากาศแสดงผลแบบดิจิตอล, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry, ระบบสั่งเปิด-ปิด กระจกหน้าต่างด้วยกุญแจรีโมท, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Brake Hold, ช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C, ช่องชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (ในรุ่น MAX) และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 ตำแหน่งในรุ่น PRO ส่วนในรุ่น MAX จะเป็น 6 ตำแหน่ง


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ในทุกรุ่นย่อยจะได้รับ จะมากับระบบเบรก ABS / EBD / BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC, ระบบป้องกันการลื่นไถล G-TCS, ระบบช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ ARP, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบเตือนคนเดินถนนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ AVAS, ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD, ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน LCA, ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW, ระบบเตือนการเปิดประตู DOW, กล้องมองภาพขณะถอยจอด, เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)


โดยในรุ่น MAX จะได้รับเพิ่ม ระบบเปิด-ปิด ไฟสูง อัตโนมัติ IHBC, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC, ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW, ระบบตรวจสอบป้ายจราจร TSI, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ FVD และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา AVM พร้อมโหมด Transparent




ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ EX2 ทั้ง 2 รุ่นย่อย จะได้รับการติตดั้งมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (PMSM) แบบ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 85 kW / 116 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลา 11.0 วินาทีตังรถจะทำความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.


จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 39.4 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 395 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) หรือ 325 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP)

รองรับการชาร์จทั้งแบบ Type 2 / CCS Combo โดยรองรับการชาร์จไฟแบบ กระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จกระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 70 kW ที่ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ภายในเวลา 25 นาที

ด้านระบบช่วงล่า่งด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และ ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link มาพร้อม ระบบเบรกด้านหน้ ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน ส่วนระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรก

GEELY EX2 ที่จะเปิดวางจำหน่ายในไทยจะมีเฉดสีตัวถังภายนอกให้เลือกทั้งแบบ โมโนโทน และ ทูโทน โดยในรุ่น MAX จะเป็นแบบโมโนโทนที่มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเบจ Nebula Beige, สีเทา Comet Grey, สีเงิน Star Silver และสีขาว Moon White

ส่วนในรุ่น PRO ก็จะมาในแบบทูโทน โดยทุกสีจะเป็นหลังคาดำ ได้แก่ สีเขียว / หลังคาดำ Aurora Green / Black Roof, สีเบจ / หลังคาดำ Nebula Beige / Black Roof, สีเทา / หลังคาดำ Comet Grey / Black Roof, สีเงิน / หลังคาดำ Star Silver / Black Roof และ สีขาว หลังคาดำ Moon White / Black Roof


ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 โทนสี (ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก สีขาว Skyline White และสีเทา Horizon Grey

ทั้งนี้ในด้านราคาจำหน่ายของ GEELY EX2 จะได้รับการเปิดเผยที่ภายในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย. ที่จะถึงนี้

โดยหากมีข้อมูลรายละเแอียดเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งโดยทันที
