บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้า และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GEELY (จีลี่) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดตัววางจำหน่าย GEELY EX5 เอสยูวีไฟฟ้าแบบ 5 ที่นั่ง สเปคพวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลกที่ในงาน Motor EXPO 2025 มีให้เลือก 2 รุ่น ย่อยเปิดราคาไว้ดังนี้

ราคาอย่างเป็นทางการ GEELY EX2 (นำเข้าจากประเทศจีน)
- GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท*
- GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท*
* ราคาพิเศษเฉพาะ 2,000 คันแรก
พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กม.
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

สำหรับ GEELY EX2 หรืออีกชื่อในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า Geely Xingyuan (จีลี่ ซิงหยวน) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบเอสยูวีขนาดเล็ก โดยถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้ออกมาเป็นคู่ต่อกรตัวใหม่ของทาง BYD Dolphin และ Wuling Bingo



ในด้านงานออกแบบดีไซน์ ตัวรถจะมีความกลมมนเกือบทุกสัดส่วน ด้านหน้าที่โค้งลาดเทลงมา มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิด ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ขณะที่ชุดไฟหน้ามาในแบบ Projector Lens แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED อยู่ในโคมเดียวกัน ชายล่างจะมีช่องรับลมขนาดเล็ก และมีช่องรับลมเทียมที่อยู่ด้านข้าง


เส้นสายด้านข้างตัวถังจะราบเรียบเพื่อให้ตังวรถนั้นมีความลู่ลม และลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน ด้านล้อจะมาในแบบ Aero Wheel สีทูโทนที่มีลวดลายเป็นรูปกากบาท โดยในรุ่น MAX จะเป็นล้อออัลลอยขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยางขนาด 235/50 R16 ขณะที่ในรุ่น MAX จะเป็นล้อเหล็กขนาด 15 นิ้ว มาพร้อมยาง 225/55 R15


ส่วนด้านท้ายจะดีไซนืให้แนวหลังคามีความลาดเท เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาสีดำ มาพร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ ชุดไฟท้าย LED ที่โค้งมนแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา มาพร้อมไฟเบรกดวงที่สามที่เป็นเส้นวางอยู่ด้านล่างขอบกระจกบานหลัง

ขณะที่ตัวกันชนท้ายจะเป็นชิ้นงานสีดำขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งไฟทับทิม 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา มาพร้อมไฟตัดหมอกหลัง

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,135 มม. กว้าง 1,805 มม. สูง 1,580 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. อีกทั้งยังมีรัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่ 4.95 เมตร ซึ่งแคบกว่ารถที่อยู่ที่ในเซกเมนต์เดียวกัน

ภายในห้องโดยสารจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยวัสดุแบบ Soft-Touch ทูโทน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง เบาะนั่งฝั่งผู้ขับในรุ่น PRO ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ส่วนในรุ่น MAX ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเช่นกัน ส่วนฝั่งผู้่โดยสารตอนหน้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก้จะปรับด้วยมือแบบ 4 ทิศทาง

ส่วนเบาะหลังพับได้แบบ 60/40 มาพร้อมหมอนรองศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง ด้านพิ้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย จะมีความจุ 375 ลิตร เมื่อพับเบาะลงจะขยายพิ้นที่ได้มากถึง 1,320 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 17 ใบ




นอกจากนั้นทางผู้ผลิตยังออกแบบให้มีช่องเก็บของในรถถึง 36 จุด กล่องเก็บของด้านหลังขนาด 28 ลิตร และช่องเก็บของขนาด 20 ลิตรใต้คอนโซลกลาง รวมทั้งยังมี Frunk หน้าที่มีความจุมากถึง 70 ลิตร

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดหน้า และที่แผงประตูข้างจะได้รับตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิก ที่เป็นลวยลายของตึกแบบเรืองแสงได้


นอกจากนั้นในส่วนของแผงคอนโซลหน้าจะได้รับการออกแบบ ให้เป็นทรง T-Shape โดยจะมากับ มาตรวัด Full Digital LCD แบบสี ขนาด 8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน ที่ปรับได้ 2 ทิศทาง (เข้า-ออก) มาพร้อมหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบตั้ง มาพร้อมระบบความบันเทิงแบบ Flyme Audio รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone ผ่าน Application CorbitLink รวมทั้ง ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth นอกจากนั้นในรุ่น MAX ยังรองรับการเชื่อมต่อ Internet 4G
รวมทั้งยังได้ระบบค้นหา และสั่งงานรถยนต์ผ่าน Smartphone ขณะที่การเขื่อมต่อแบบ Apple CarPlay / Android Auto จะเริ่มได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026


ในส่วนคอนโซลออกแบบให้เชื่อมต่อติดกับคอนโซลหน้า ในแบบเรเยล 2 ชั้น ด้านบน จะมากับชองแอร์ ที่วางอยู่ด้านบนของ แท่นชาร์จสมาร์ตฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จ 15W (รุ่น MAX) มาพร้อมชุดปุ่มควบคุมสั่งงานภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ, ปุ่ม Park และคันเกียร์ขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังมากับช่องวางแก้วน้ำ 2 ช่อง และช่องวางของแบบแนวยาว ส่วนที่ด้านล่างคอนโซลกลางจะเป็นชองวางสำหรับว่างของขนาดเล็ก

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับชุดไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี (รุ่น MAX), กระจกหน้าต่าง 4 บาน ขึ้น-ลง อัตโนมัติ One-Touch, ระบบปรับอากาศแสดงผลแบบดิจิตอล, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry, ระบบสั่งเปิด-ปิด กระจกหน้าต่างด้วยกุญแจรีโมท, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Brake Hold, ช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C, ช่องชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (รุ่น MAX) และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 ตำแหน่งในรุ่น PRO ส่วนในรุ่น MAX จะเป็น 6 ตำแหน่ง


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ในทุกรุ่นย่อยจะได้รับ จะมากับระบบเบรก ABS / EBD / BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC, ระบบป้องกันการลื่นไถล G-TCS, ระบบช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ ARP, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบเตือนคนเดินถนนขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ AVAS, ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD, ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน LCA, ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW, ระบบเตือนการเปิดประตู DOW, กล้องมองภาพขณะถอยจอด, เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)

โดยในรุ่น MAX จะได้รับเพิ่ม ระบบเปิด-ปิด ไฟสูง อัตโนมัติ IHBC, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC, ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW, ระบบตรวจสอบป้ายจราจร TSI, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ FVD และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา AVM พร้อมโหมด Transparent


ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ EX2 ทั้ง 2 รุ่นย่อย จะได้รับการติตดั้งมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (PMSM) แบบ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 85 kW / 116 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลา 11.0 วินาทีตังรถจะทำความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.

จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 39.4 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 395 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จทั้งแบบ Type 2 / CCS Combo โดยรองรับการชาร์จไฟแบบ กระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับการชาร์จกระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 70 kW ที่ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ภายในเวลา 25 นาที

ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และ ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link มาพร้อม ระบบเบรกด้านหน้ ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน ส่วนระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรก

GEELY EX2 ที่จะเปิดวางจำหน่ายในไทยจะมีเฉดสีตัวถังภายนอกให้เลือกทั้งแบบ โมโนโทน และ ทูโทน โดยในรุ่น MAX จะเป็นแบบโมโนโทนที่มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเบจ Nebula Beige, สีเทา Comet Grey, สีเงิน Star Silver และสีขาว Moon White

ส่วนในรุ่น PRO ก็จะมาในแบบทูโทน โดยทุกสีจะเป็นหลังคาดำ ได้แก่ สีเขียว / หลังคาดำ Aurora Green / Black Roof, สีเบจ / หลังคาดำ Nebula Beige / Black Roof, สีเทา / หลังคาดำ Comet Grey / Black Roof, สีเงิน / หลังคาดำ Star Silver / Black Roof และ สีขาว หลังคาดำ Moon White / Black Roof


ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 โทนสี (ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก)
- สีขาว Skyline White
- สีเทา Horizon Grey
