ในช่วงปลายปีบรรดาค่ายรถ (จากประเทศจีน) ส่วนใหญ่มักจะปรับลดราคาจำหน่ายลง หลังจากที่ทางแบรนด์ BYD ได้นำร่องปรับลดราคา BYD Dolphin แฮทช์แบ็กไฟฟ้า 5 ประตู ลดสูงสุดถึง 1.4 แสนบาท และปรับ เคลียร์สต็อก BYD ATTO3 รุ่นประกอบในประเทศ โดยปรับลดมากถึง 2 แสนบาท

ล่าสุดทาง AION อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในสังกัดของทาง GAC จากประเทศจีน ก็ได้ปรับราคาลงด้วยเช่นกัน โดยปรับลดราคาจำหน่าย GAC AION UT รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 100% ลงสุงสุด 70,000 บาท

ราคาจำหน่าย GAC AION UT (นำเข้าจากประเทศจีน)
- GAC AION UT 420 รุ่น Standard จากราคา 519,900 บาท ปรับลดลง 50,000 บาท เหลือ 469,900 บาท
- GAC AION UT 500 รุ่น Premium จากราคา 669,900 บาท ปรับลดลง 70,000 บาท เหลือ 599,900 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 8 ปี 160,000 ก..
- รับประกันแบตเตอรี่ และ มอเตอร์ ตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
- ฟรี ฟิล์มกรองแสง และ พรมปูพื้น
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- เลือกรับ ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง หรือ ฟรี สายชาร์จติดรถ AC Portable Charger + สายต่อพ่วง V2L
มีผลตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2025

สำหรับ AION UT นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นแรกของทางแบรนด์ที่จะทำตลาดในไทย ในด้านงานแออกแบบดีไซน์ของ AION UT มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Futuristic Minimalism” ซึ่งผสานระหว่างความล้ำยุคและความเรียบง่ายอย่างลงตัว


ไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่คมชัด พร้อมเส้นสายของตัวรถที่เฉียบคม ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ส่วนถัดลงมาด้านล่าง จะเป็นชุดไฟตัดหมอกที่เป็น LED วางเรียงซ้อนกัน 4 ดวงในกรอบทรงเหลี่ยมสีดำ มาพร้อมไฟเลี้ยวหน้าทรงคิวบิก

ด้านเส้นสายด้านข้างมากับความเรียบเนียม มือเปิดประตูเป็นแบบกึ่งซ่อน พร้อมดีไซน์ให้หลังคามาในแบบลอยตัว โดยตกแต่งเสา B และ C ด้วยแถบสีดำ


ด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้ายทรง ทรงคิวบิก เสริมความสปอร์ตให้กับตัวรถด้วยสปอยเลอร์หลังคาขนาดใหญ่ ส่วนชุดล้อจะมาในแบบ Aero Wheel ที่จะช่วยลดแรงต้านอากาศ โดยจะมีขนาด 16 นิ้วในรุ่นรุ่น Standard หรือ 17 นิ้ว ในรุ่น Premium

AION UT เป็นรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตูขนาดเล็ก โดยมีตัวถังขนาดความยาว 4,270 มม. กว้าง 1,850 มม. สูง 1,575 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม.



ภายในห้องโดยสารเป็นแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ลดการใช้ปุ่มสั่งงงาน ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางตั้งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสองก้าน ส่วนตรงกล่งคอนโซลหน้าจะเป็นหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่ถูกวางแบบแขวน มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงรองรับ 2 ภาษา (ไทย / อังกฤษ) รับคำสั่งได้ทั้งจากผู้โดยสารแถวหน้า และแถวหลัง


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังไฟ 50W (จะมีในรุ่น 500 Premium) มาพร้อมช่องเสียบ USB สูงสุด 4 จุด และชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง, หลังคากระจก Panoramic Sunroof พร้อมม่านบังแดดเปิด – ปิดด้วยไฟฟ้า, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างบริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง และระบบเปิด – ปิดฝาท้ายด้วยไฟฟ้า Power Tailgate


ส่วนตัวเบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังพรีเมียมรูปทรงผีเสื้อ โอบรับทุกสัมผัสได้อย่างนุ่มนวล อ่อนโยน ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เบาะคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมระบบนวด เบาะที่นั่งแถวหลังมีพื้นที่กว้างถึง 1,385 มม. พร้อมพื้นที่วางขาที่สะดวกสบายมากขึ้นถึง 905 มม.รองรับผู้โดยสาร 3 คนได้สบายๆ กว้างขวางเกินคาดหมาย เบาะนั่งด้านหลังปรับพับได้แบบ 60/40 นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งที่พิงศีรษะตรงกลาง มาพรน้อมที่เท้าแขนพร้อมที่วางแก้วในเบาะหลัง เพื่อเสริมความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารตอนหลัง

ด้านพื้นที่เก็บของด้านท้ายที่มีความจุอยู่ที่ 440 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,600 ลิตร


นอกจากนั้นปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารทั้งแถวหน้าและแถวหลังได้ตามความต้องการ หรือเลือกเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นเตียงกว้างได้อย่างง่ายดาย ผสานความสนุกสนานเข้ากับประโยชน์ใช้สอยสูงสุด



สำหรับระบความปลอดภัย และระบบ่วยเหลือการขับขี่ จะากับ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, เซนเซอร์กะระยะ ด้านหน้า 4 จุด / ด้านหลัง 4 จุด, ระบบ AUTOHOLD, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนการเปิดประตู, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้, ปิดเครื่อง และปลดล็อคด้วยสัมผัสเดียวหลังจากการชน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go, ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ, ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า, ระบบเตือนการชนด้านหลัง, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน, ระบบป้องกันการหนีบของกระจกไฟฟ้า 4 บาน และ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและคนขับ; ถุงลมนิรภัย ระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าและคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ AION UT
- รุ่น Standard ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 kW) แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 11.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 145 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 50 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 420 กม. (NEDC)
- รุ่น Premium ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า (150 kW) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. แบตเตอรี่ขนาด 60 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 500 กม. (NEDC)


มาพร้อมหัวชาร์จไฟแบบ Type 2 / CCS Combo รองรับการชาร์จไฟแบบ DC รองรับสูงสุด 70 kW (รุ่น Standard) และ 80 kW (รุ่น Premium) ให้กำลังไฟจาก จาก 30 – 80% ภายในเวลา 24 นาที อีกทั้งยังมากับระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L ที่ให้กำลังสูงสุด 3.3 kW




สำหรับ AION UT ที่เปิดวางจำหน่ายในไทยจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเขียว Emerald Green, สีเบจ Champs Beige, สีขาว Rococo White, สีเทา Seine Silver


โดยจะมีเฉดสีภายในให้เลือก 2 สี ได้แก่สีเบจ Berlin Beige และสีดำ Midnight Black
