ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับให้กับวงการรถกระบะไทย ประกาศยืนยันการเปิดตัว Ford Ranger Super Duty (ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้) ในปี 2569 โดยจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยได้แก่ รุ่น Double Cab (ดับเบิ้ลแค็บ) และ Single Cab Chassis (ซิงเกิ้ลแค็บแชสซี)

สำหรับ Ford Ranger Super Duty จะเป็นรถกระบะที่ถูกผลิตจากโรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) ใน จ. ระยอง ชูจุดเด่นเพื่อรองรับสำหรับภารกิจหนัก ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก อย่างที่รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้มาก่อน มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ความอเนกประสงค์และมอบความสะดวกสบาย พร้อมเป็นรถคู่ใจสำหรับงานหนักทุกภารกิจ ทั้งในเมือง นอกเมือง



ในด้านงานออกแบบดีไซน์จะเหมือนกับ Ranger Super Duty ที่เปิดขายในออสเตรเลีย ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าสีดำ ลายตาข่ายขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED รูปทรงตัว C พร้อมปั้มตราชื่อรุ่น S U P E R D U T Y ไว้ที่ขอบฝากระโปรงหน้า


เสริมความดุด้วยกันชนหน้าเหล็กสีดำขนาดใหญ่ ที่ยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม เช่น ไฟสปอร์ตไลท์ และเสาอากาศ ลงบนกันชนได้ทันที อีกทั้งตัวกันชนเหล็กยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทก และช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้ พร้อมติดกล้องไว้ที่ตรงกลางตัวกันชนหน้า มาพร้อมเซนเซอร์ด้านหน้าอีก 4 จุด โดยที่มุมทั้ง 2 ฝั่งยังได้ฝังชุดไฟตัดหมอกหน้า นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องบริเวณเฟืองหน้า เกียร์ และชุดส่งกำลัง ด้วยวัสดุเหล็กหนา 3.6 มม. โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีความหนัก 130 กก. และออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง


ส่วนเส้นสายด้านข้าง ติดตั้งขอบซุ้มล้อทรงเหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่ที่ช่วยเสริมให้ตัวรถดูมีมัดกล้ามที่ใหญ่โต สอดรับเข้าชุดกับล้อล้อเหล็ก Heavy Duty น็อต 8 ตัว ซึ่งการใช้น็อต 8 ตัว รวมถึงใช้วัสดุเหล็กช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความสามารถในการกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า ลดโอกาสเกิดความเสียหายของล้อและดุมล้อ รับแรงกระแทกได้มากกว่าล้อทั่วไป พร้อมรัดด้วยยาง All Terrain LT ขนาด 33 นิ้ว

อีกทั้งยังเสริมมาดออฟโรคเต็มรูปแบบด้วยบันไดข้างสีดำ มาพร้อมกระจกมองข้างสีดำ อีกทั้งในส่วนมือเปิดประตูก็มาในลุคสีดำทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งสนอร์เกิ้ล ที่ไว้ช่วยในยามลุยน้ำลึก


ส่วนด้านท้ายยังคงมากับชุดไฟท้าย LED ที่ด้านในออกแบบให้เป็นรูปตัว C วางซ้อนกัน ขญะที่ตัวกระบะท้ายปูด้วยแม็กลายเนอร์สีดำ โดยมีตรา FORD ไว้ตรงกลาง

ในด้านขนาดมิติตัวถัง ถ้าอิงตามสเปคที่เปิดขายในออสเตรเลีย จะมีความยาว 5,470–5,644 มม. กว้าง 2,032 มม. สูง 1,985 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 3,270 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,710 มม. มีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 299 มม.



ภายในของ Ford Ranger Super Duty ที่จะเปิดขายในไทยปีหน้า ก็จะเหมือนกับสเปคในออสเตรเลีย มาในโทนสีดำ คอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารยังเพิ่มความพิเศษด้วยการปั้มชื่อรุ่น SUPER DUTY



โดยในส่วนของแผงคอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอพร้อมมาตรวัดสีขนาด 8 นิ้วหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุด นอกจากนั้นยังมากับระบบ Integrated Device Mounting System (IDMS) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ติดตั้ง IDMS มาให้จากโรงงาน

สำหรับ Ford Ranger Super Duty จะมากับโครงสร้างตังงถังที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ให้มีแข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไปถึง 70–80 กก. เนื่องจากใช้โลหะที่มีความหนากว่าและมีจุดเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม เพื่อให้รับกับสมรรถนะเพื่อการบรรทุกและลากจูงของหนัก




ด้านพละกำลังจะมากับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 250 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) มาพร้อมความจุถังน้ำมัน 130 ลิตร

มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ / โหมดประหยัด / โหมดลากจูง / โหมดถนนลื่น / โหมดโคลน / โหมดทราย แบะโหมดหิน มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายหน้า และหลังแบบไฟฟ้า อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)

โดย Ford Ranger Super Duty จะรองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กก และรองรับน้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กก. มาพร้อมน้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุด 8,000 กิโลกรัม รวมทั้งยังมีความสามารถในการลุยน้ำ 850 มม.


ด้านระบบช่วงล่างจะได้รับการติดตั้งปีกนกที่มีความหนามากที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ อีกทั้งยังปรับจุดยึดสปริง และปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด
มาพร้อมกับเพลาขับหน้า และหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น รวมถึงเฟืองท้ายที่ใหญ่ และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์

นอกจากนั้นโครงสร้างระบบกันสะเทือน จะมากับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีโครงสร้างใหม่ และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักและการลากจูง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และทำให้รถมีเสถียรภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นเมื่อขับขี่แบบออฟโรด

สำหรับ Ford Ranger Super Duty กระบะสายอึด สายลุยเน้นงานหนัก จะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ส่วนราคาจำหน่ายจะอยู่ที่เท่าไหร่นั้นต้องมารอลุ้นกัน !
