บริษัทร่วมทุน JMC-Ford ในจีน เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Ford Bronco รถเอสยูวีออฟโรดไฟฟ้าอเนกประสงค์สายลุย ชูจุดเด่นกับตัวยบอดี้รถที่มีความยาว 5 เมตร มาพร้อมเซ็นเซอร์ ADAS 31 ตัว มีขุมพลังให้เลือกทั้งรูปแบบไฟฟ้า 100 % (BEV) และขยายระยะทางวิ่ง (EREV) เปิดวางขายเฉพาะในประเทศจีน โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 229,800 – 282,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.02 – 1.26 ล้านบาท

สำหรับ Ford Bronco นับเป็นรถรุ่นที่ 3 ในตระกูล Bronco ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับประเทศจีน ในด้านการออกแบบ Bronco ใหม่จะมาในรูปแบบเอสยูวีสไตล์ BOXY ทรงเหลี่ยมแบบกล่อง ที่มีดีไซน์ที่สอดคล้องกับ Bronco Sport รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน



ด้านหน้าโดดเด่นด้วยโลโก้ “BRONCO” แบบเรืองแสง ที่เชื่อมต่อเข้ากับไฟหน้าเป็นเส้นไฟบาร์ มาพร้อมฝากระโปรงหน้าที่ออกแบบให้มีช่อง เพื่อให้อากาศสามารถลอดผ่านได้อย่างสะดวก รวมทั้งยังช่วยในเริ่องของด้านอากาศพลศาสตร์ และเพิ่มระยะทางขับขี่ให้มากขึ้น


ขณะที่เส้นสายด้านข้างมากับงานดีไซน์ที่ดูคมชัด เติมลุคตามแบบสาไตล์รถออฟโรดด้วยขอบซุ้มล้อทรงกลมสีดำ มือเปิดประตูเป็นแบบซ่อนที่ราบไปกับตัวบอดี้รถ


อีกทั้งยังออกแบบในส่วนหลังคาให้มาในแบบลอยตัว (Floating roof) มาพร้อมราวแล็คหลลังคา พร้อมกับที่ส่วนด้านหลังติดตั้งยางอะไหล่ตามสไตล์รถในคระกูล Bronco



ขณะที่ในด้านมิติตัวรถรถจะมีคาวมยาว 5,025 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,825 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,950 มม.มาพร้อมระยะห่างจากพื้นต่ำสุด 220 มม. ขณะที่มุมเข้าและมุมออกอยู่ที่ 30° และ 32° ตามลำดับ


นอกจากนั้นเอสยูวีตัวให่นี้ยังได้รับการติดตั้ง LiDAR ไว้ที่บนหลังคาด้าหน้า มาพร้อมเซ็นเซอร์ และกล้องความแม่นยำสูงกว่า 30 ตัว อีกทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์ “Off-road Logbook” ที่บันทึกเส้นทางออฟโรดกว่า 20 เส้นทา โดยฟอร์ด เผยว่าจะช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถวางแผนการเดินทางผ่านระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถได้


ภายในห้องโดยสารจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง โดยในรุ่นท็อปของ SUV คันนี้เบาะที่ด้านหลังจะปรับพับแบบไฟฟ้า มาพร้อมระบบทำความร้อน ขณะเบาะคู่หน้าในทุกรุ่นย่อยจะได้รับระบบทำความร้อน และระบายอากาศ โดยสามารถปรับพับเอนให้ราบต่อกับเบาะด้านหลังห้กลายเป็นโซฟาขนาดใหญ่




ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังของ Bronco มีปริมาตรสูงสุดถึง 497 ลิตร นอกจากนี้ รุ่นไฟฟ้า (BEV) ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าขนาด 160 ลิตรอีกด้วย




ขณะที่งานออกแบบ คอนโซลหน้าของ Ford Bronco จะได้รับการติดตั้งหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8255 ในขณะเดียวกัน Bronco ยังมีเซ็นเซอร์มากถึง 31 ตัว ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิป Nvidia Orin X 2 ตัวที่มีกำลังประมวลผล 508 TOPS รวมทั้งยังได้รับชุดถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง


มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยทผืนผ้าที่วางอยู่ดานหลังพวสงาลัยัลตคิอฟังกืชันทรง D-Shape แบบสามก้าน รวมทั้งยังได้รับจอแสดงผล AR-HUD ขนาด 70 นิ้ว






นอกจากนั้นเอสยูวีไฟฟ้าสายลุยคันนี้ยังได้รับชุดอุปกรณ์ความสะดวกสบายแบบครบครัน ทั้งตู้เย็นขนาด 7.5 ลิตรที่อยู่ตรงคอนโซลกลางระหว่างเบาะคู่หน้า, ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 21 ตัว, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ช่องวางชาร์ตให้ 2 ตำแหน่ง, ช่องแอร์ด้านหลังมมาพร้อมพอร์ตชาร์ตไฟ USB, เต้าไฟ AC ขนาด 220V ที่ใหกำลังไฟ 2.2kW และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา



ในส่วนขุมพลังขับเคลื่อนของ Ford Bronco ในตลาดประเทศจีนจะมีให้เลือกทั้งรูปแบบไฟฟ้า 100 % (BEV) และขยายระยะทางวิ่ง (EREV)


- รุ่น BEV (ไฟฟ้า 100%):จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (AWD) ให้กำลังรวม 332 kW / 451 แรงม้า มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ LFP ขนาด 105.4 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งจะให้ระยะทางวิ่งไกล 650 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)


- รุ่น EREV (Extended-Range) จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ให้กำลัง 110 kW / 148 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมที่มากถึง 310 kW / 421 แรงม้า จับคู่กับชุดแบตเตอรี่ขนาด 43.7 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนไกล 220 กม. และมีระยะทางวิ่งครอบคลุมไกลถึง 1,220 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)



รุ่นย่อย และราคาของรถยนต์ไฟฟ้า Ford Bronco มีดังต่อไปนี้
- Ford Bronco EREV Beach Edition ราคา 229,800 หยวน (ประมาณ 1.02 ล้านบาท)
- Ford Bronco EREV Diamond Edition ราคา 249,800 หยวน (ประมาณ 1.11 ล้านบาท)
- Ford Bronco EREV Long-Beach Edition ราคา 272,800 หยวน (ประมาณ 1.21 ล้านบาท)
- Ford Bronco BEV Diamond Edition ราคา 259,800 หยวน (ประมาณ 1.16 ล้านบาท)
- Ford Bronco BEV Long-Beach Edition ราคา 282,800 หยวน (ประมาณ 1.26 ล้านบาท)
