Fang Cheng Bao แบรนด์รถที่อยู่ภายใต้สังกัดของทาง BYD นอกเหนือจากที่จะเปิดตัว Fang Cheng Bao Bao 8 แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันก็ยังเปิดตัววางจำหน่าย Fang Cheng Bao Bao 5 Long-Range Edition รถเอสยูวีสายลุยแบบ 5 ที่นั่งใหม่ ที่มากับขุมพลัง PHEV วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลถึง 210 กม. อีกทั้งยังได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะมากับแพลตฟอร์ม DMO+ ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Full-Speed Domain Road Surface Perception Control ซึ่งปรับปรุงการรับรู้สภาพพื้นผิวถนนได้ดีขึ้น ทำให้มีการส่งแรงบิด และการควบคุมที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า

ในด้านงานออกแบบดีไซนตัวรถก็ยังคเหมือนกับ Bao 5 รุ่นอื่น มาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า “Leopard Power Aesthetics” ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าสีดำทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านในออกแบบเป็นตารางสี่หลี่ยม ตรงกลางติดตั้งโลโก้ของทางแบรนด์

ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบเมทริก โดยมีแถบไฟ LED 2 เส้นวางอยู่ทั้งด้านบน และด้านล่างตัวกระจัง หน้า เชื่อมต่อไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมกันหน้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยชิ้นงานสีเงิน เพิ่มลุคตัวรถให้ดูหรูหรา โดยฝังไฟตัดหมอกทรงกลมเล็กไว้ที่ตัวกันชน


เส้นสายด้านข้างตัวรถมากับเหลี่ยมมุมที่ดูดุดัน ซุ้มล้อสีดำทรงเหลี่ยม มาพร้อมล้ออัลลอยใหม่ที่มีให้เลือก 2 ขนาด 18 นิ้ว และ 20 นิ้ว นอกจากนั้ยังเสริมความปลอดภัยด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่หลังซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนด้านท้ายติดตั้งล้ออะไหล่พร้อมฝาครอบล้อ มาพร้อมกันชนท้ายดีไซน์โหดขนาดใหญ่

ในด้านมิติวตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,890 มม. ความกว้าง 1,970 มม. ความสูง 1,920 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,800 มม. มาพร้อมระยะห่างจากพื้น 220 มม. นอกจากนี้ยังมีมุมเข้าหา และมุมออก 35 และ 32 องศาตามลำดับ



ภายในห้องโดยสารของ Bao 5 Long-range Edition จะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า, สีเทา และสีเบจ รองรับได้ 5 ที่นั่ง


โดยในรุถ่นใหม่นี้จะได้รับการอัปเเกรด พร้อมเพิ่มภฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความอัจฉริยะ อาทิ ที่พักน่องสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า และโหมด Big Bed ที่ปรับเบาะหน้าให้ราบได้ในปุ่มเดียว อีกทั้งยังติดดั้งโหมดป้องกันอาการเมารถ และระบบปรับอากาศอัจฉริยะ 2.0 ที่มาพร้อมโหมดป้องกันฝ้าอัจฉริยะ มารพร้อมระบบเครื่องเสียง Devialet ยังได้รับการปรับปรุงทั้งในด้านจำนวนลำโพง จำนวนช่องสัญญาณเสียง และประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์




ขณะที่ในส่วนของแผงแดชบอร์ดหน้า ก็ยังคงความล้ำสมัยไฮเทค ด้วยการติดตั้งหน้าจอถึง 3 จอ โดยจะแบ่งเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ตรงกลางจะเป็นหน้าจอควบคมุส่วนกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าที่มีขนาด 12.3 นิ้ว นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งจอ AR-HUD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 50 นิ้ว



คอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะได้รับการติดตั้ง แท่นชาร์จสมาร์ตโฟน 2 จุด มาพร้อมคันเกียร์ออกแบบให้ยืดหดได้ นอกจากนั้นยังมากับปุ่มควบคุมชุดอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบให้วางเรียงเหมือนกับปุ่มควบคุมของห้องนักบิน อีกทั้งในส่วนตัวสวิทซ์สั่งงานนั้นจะเป็นแก้วคริสตัล

ในด้านชุดอุปกรณ์ภายในยังจะได้รับ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, กระจกมองหลังแบบสตรีมมิ่ง, ตู้เย็นคอมเพรสเซอร์ทำความร้อน และทำความเย็นในรถยนต์, ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ

Fang Cheng Bao Bao 5 Long-range Edition จะมากับระบบไฮบริดใหม่ที่เรียกว่า DMO+ ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Full-Speed Domain Road Surface Perception Control ซึ่งจะปรับปรุงระบบควบคุมการรับรู้พื้นผิวถนนที่มีอยู่เดิมให้ละเอียดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งกำลังแรงบิดและการควบคุมที่แม่นยำของรถจะไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะขับด้วยความเร็วเท่าใด อยู่บนภูมิประเทศแบบไหน หรือในสภาพการทำงานใดก็ตาม


นอกจากนั้นยังถูกเพิ่มความสามารถในการลุยเส้นทางทุรกันดารมากขึ้นด้วยการมากับระบบควบคุมตัวรถไฮโดรลิก DiSus-P ที่สามารถปรับความสูง การกันสะเทือน และความแข็งแกร่งทนต่อการบิดตัวได้ ขณะที่แชสซีส์ของรถยังมีการทำงาน Four-Wheel Linkage และ Active Pre-scanning ที่ลุยน้ำได้สูงถึง 790 มม. และช่วงล่างของรถสามารถปรับความสูงได้ถึง 140 มม.


ขุมพลังขับเคลื่อนจะมากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 135 kW / 181 แรงม้า แรงบิด 273 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าไฟฟ้าคู่โดยมอเตอร์คู่หน้าให้กำลัง 268 แรงม้า และมอเตอร์หลังให้กำลัง 385 แรงม้า มาพร้อมตัวล็อกเฟืองท้าย 3 ตัว โดยกำลังรวม 680 แรงม้า แรงบิดสูงุสด 760 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ โดยให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.8 วินาที

ขณะที่ชุดแบตเตอรี่ได้ปรนับขนาดใหญ่ขึ้นโดยจะวิ่งในดหมดไฟฟ้าไกด้ไกลถึง 210 กม. (CLTC) พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% -80% ในเวลาเพียง 16 นาที เท่านั้น นอกจากนั้นทางถ้าน้ำมันเต็มถัง แบตเตอรี่ชาร์จเต็มจะวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 1,200 กม. (CLTC) อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี V2L ที่จะสามารถปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรณ์ภายนอกได้



ในด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Fang Cheng Bao Bao 5 Qiankun Edition จะมากับระบบ Huawei Qiankun Intelligent Driving ADS 4.0 ที่อัปเกรดใหม่ ซึ่งระบบนี้รองรับการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งจะช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานในรถราบรื่นยิ่งขึ้น การจอดรถทำได้ง่ายดายกว่าเดิมด้วยระบบ Parking Space to Parking Space 2.0 ที่ปรับปรุงใหม่ ในขณะที่ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วย All-Dimensional Anti-Collision System CAS 4.0

สำหรับ Fang Cheng Bao Bao 5 Qiankun Edition ที่เปิดวางจำหน่ายในจีน จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเบจ, สีฟ้า, สีเขียว, สีเทา และสีดำ



ด้านราคาจำหน่ายจะแบ่งออกเป็น 4 เกรดดังนี้
- Tianchen Ultra Edition 210 กม. ราคา 269,800 หยวน (ประมาณ 1.23 ล้านบาท)
- Yunchai Tianshen Ultra Edition 210 กม. ราคา 279,800 หยวน (ประมาณ1.28 ล้านบาท)
- Qiankun Ultra Edition 210 กม. ราคา 294,800 หยวน (ประมาณ1.35 ล้านบาท)
- Yunnian Qiankun Ultra+ model 210 กม. ราคา 329,800 หยวน (ประมาณ 1.51 ล้านบาท)
