ที่ภายในงาน Motor Expo 2025 เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาทางเรเว่ ได้นำ DENZA B5 เอสยูวีสายลุยของทางแบรนด์เดนซ่า มาจัดแสดงภายในงาน โดยคาดว่าจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่ทาง เรเว่ และบีวายดี เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้

แต่ก่อนที่เจ้า DENZA B5 จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรานั้น ทางฝากฝั่งประเทศออสเตรเลีย ทาง เดนซ่าในออสเตรเลีย ได้ประกาสเปิดตัวพร้อมเผยราคราจำหน่ายของ DENZA B5 ออกมาแล้ว โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มที่ 74,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.56 ล้านบาท

สำหรับ DENZA B5 หรือถ้าในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า Fang Cheng Bao Bao 5 เป็นรถยนต์ที่มานรูปแบบ SUV off-road ที่ผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อนล้ำสมัย เข้ากับสุนทรียศาสตร์แห่งความงามของดีไซน์ทรงเหลี่ยมแบบพรีเมียม พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตจริง

ในด้านงานออกแบบดีไซนตัวรถมาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า “Leopard Power Aesthetics” ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าสีดำทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านในออกแบบเป็นตารางสี่หลี่ยม ตรงกลางติดตั้งโลโก้ของทางแบรนด์

ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบเมทริก โดยมีแถบไฟ LED 2 เส้นวางอยู่ทั้งด้านบน และด้านล่างตัวกระจัง หน้า เชื่อมต่อไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมกันหน้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยชิ้นงานสีเงิน เพิ่มลุคตัวรถให้ดูหรูหรา โดยฝังไฟตัดหมอกทรงกลมเล็กไว้ที่ตัวกันชน



เส้นสายด้านข้างตัวรถมากับเหลี่ยมมุมที่ดูดุดัน ซุ้มล้อสีดำทรงเหลี่ยม รวมทั้งในส่วนของมือเปิดประตู และราวหลังคาด้านบนมาาในเฉดสีสีดำเงาทั้งหมด มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 – 20 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) นอกจากนั้ยังเสริมความปลอดภัยด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่หลังซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนด้านท้ายติดตั้งล้ออะไหล่ มาพร้อมกันชนท้ายดีไซน์โหดขนาดใหญ่


สำหรับขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,888 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,920 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,800 มม. มาพร้อมระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มม. ภ้าเทียบให้เห็นภาพจะมีจนาด และมิติที่ใหญ่กว่า Toyota Fortuner ในทุกสัดส่วน รวมถึงเจ้า TANK 300 ที่ว่ากันว่าจะเป็นคู่แข่งทางการตลาดกันโดยตรง



ภายในห้องโดยสาร เวอรืชันออสเตรเลียจะเแป้นพวงมาลัยขวา ช่วยเพิ่มความดื่มด่ำ มาพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะ DENZA intelligent cockpit system แสดงผลผ่าน 5 หน้าจอรวมถึง เรือนไมล์สำหรับผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดีย ขนาด 15.6 นิ้ว และ AR-HUD พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟท์แวร์แบบ OTA


ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง Devialet 16 ตำแหน่ง, แท่นชาร์จไร้สายด้านหน้า และแท่นชาร์จไร้สายด้านหลัง (รุ่นท็อป), กระจกหลังตัดแสงอัตโนมัติ และกระจกหลังแบบ Digital Rear-View Mirror (รุ่นท็อป)


นอกจากนั้ยังได้รับหลังพาโนรามิกซันรูฟเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบเต็มบาน, กล่องควบคุมอุณหภูมิ ที่สามารถเก็บเครื่องดื่มที่คุณชื่นชอบ ให้ร้อนหรือเย็นได้ตามต้องการ, ชุดไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ปรับได้หลากหลายสี และยังมีระบบน้ำหอมปรับอากาศภายในห้องโดยสาร


เบาะที่นั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า ีรวมทั้งยังได้รับระบบอุ่นเบาะ พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงฟังก์ชันนวด ส่วนเบาะที่นั่งหลังจะมีระบบอุ่นเบาะ พร้อมปรับพับได้แบบ 60:40


ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนจากข้อมูลเบื้องต้นเผยว่าจะมากับ ขุมพลัง PHEV แบบ DMO ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัฃง 272 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอรืไฟฟ้าด้านหลังจะให้กำลัง 387 แรงม้า มาพร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมสูงสุด 544 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ให้เร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.8 วินาที มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 31.8 kWh ให้ระยะทางวิ่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ 100 กิโลเมตร (NEDC) และมีความจุถังน้ำมัน 83 ลิตร

นอกจากนี้ DENZA B5 ยังรองรับการชารnจไฟแบบ DC Fast Charge สูงสุด 100 kW รวมถึงรองรับการชารืจไฟแบบ AC Charge สูงสุด 11 kW


มาพร้อมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-P พร้อมระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ในด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความคล่องตัวด้วยระบบ B-Style U-Turn ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 3.4 เมตร และอุ่นใจในทุกการเดินทางกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Fi-Pilot L2+ ที่รวมฟีเจอร์ความปลอดภัยมากถึง 20 ระบบ ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ด้วยการประมวลผลจากเซนเซอร์รอบคัน

สำหรับ DENZA B5 พร้อมเริ่มวางจำหน้่ายแล้วในตลาดออสซี่ ส่วนในบ้านเรานั้นคาดว่าจะเป็นรถรุ่นที่ที่ทาง Rêver Automotive และ BYD เตรียมที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทย เร็ว ๆ นี้
