หลังจากที่ทาง BYD ในประเทศจีนได้เผยโฉม BYD SEAL (บีวายดี ซีล) ครั้งแรกเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ล่าสุดทางบีวายดี ผู้นำด้านยานยนต์เบอร์ต้น ๆ ของตลาดรถยนต์ในเมืองจีนได้เปิดตัว BYD SEAL โฉมปี 2025 ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่เล็กน้อยทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร เพิ่มชุดอุปกรณ์ความปลอดภัย ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SiC อีกทั้งยังมากับแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้า 800V รวมถึงมีการติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR ที่สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง

BYD SEAL ใหม่ที่เปิดตัวในจีนล่าสุดนี้จะมีให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อย ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ AWD ที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่มีความจุ 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 61.44 kWh ให้ระยะทาง 510 กม. และขนาด 80.64 kWh ให้ระยะทาง 650 กม. ตามมาตรฐาน CLTC เคาะราคาจำหน่ายระหว่าง 175,800 – 239,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 8.63 แสน – 1.17 ล้านบาท


ในด้านงานออกแบบดีไซน์ภายนอกของ BYD SEAL โฉมปี 2025 ดีเทลโดยรวมยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่แต่ในส่วนที่เปลี่ยนไป และเพิ่มเติมเข้ามานั้น จะในส่วนของล้ออัลลอยที่จะมากับลวดลายใหม่ลาย 5 ก้านคู่ทูโทนพร้อมยางขนาด 235/45R19 อีกทั้งยังเพิ่มเฉดเสีใหม่ที่เป็นเฉดสีม่วง Sky Purple นอกจากนั้นด้านท้ายยังมากับโลโก้ตัวอักษร BYD ที่เป็นสีแดงแบบเรืองแสง


รวมถึงยังได้รับการติดตั้งฟังก์ชันความสามารถในการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ LiDAR โดยจะได้รับการติดตั้งเรดาห์ไว้ที่บนหลังคาด้านหน้า มาพร้อมกล้องด้านหลังที่เพิ่มเติมเข้ามา

ในด้านขนาดมิติตัวรถยังเดิมโดยมีความยาวอยู่ที่ 4,800 มม. กว้าง 1,875 มม. สูง 1,460 มม. ระยะฐานล้อ 2,920 และมีความสูงใต้ท้องรถ 120 มม.

ด้านภายในห้องโดยสารของ BYD SEAL MY2025 จะเป็นอีกจุดที่ได้รับการออกแบบ และอัปเกรดใหม่ ภายใหม่สีส้ม Coral Orange เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังที่ตัดเย็บด้วยลวยลายใหม่



ในส่วนของแผงแดชบอร์ดมาตรวัดดิจิตอล LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสี่ก้านแบบท้ายตัด ขณะที่จอส่วนกลางมาในแบบสัมผัสขนาดที่ปรับขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 15.6 นิ้ว สามารถหมุนจอได้ โดยรองรับเชื่อมต่อทั้ง Apple Car Play และ Android Auto และรองรับ 5G มาพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ DiLink และยังมากับหน้าจอ W-HUD ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า



อีกทั้งยังเพิ่มเติมความทันสมัยด้วยแผงเอฟเฟกต์ลายสวยใหม่ฝั่งคนนั่ง ออกแบบช่องแอร์ใหม่เป็นแนวยาวซ้ายและขวา และมีช่องแอร์ตรงกลางใหม่

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับชุดลำโพง Dynaudio 12 จุด ที่ชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้มาถึง 2 จุด, หัวเกียร์แบบคริสตัล, กุญแจแบบ Keyless ทำงานร่วมกับระบบ NFC


ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับ เซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา ซึ่งช่วยปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS และเพิ่มความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเซ็นเซอร์จะทำงานร่วมกับระบบ DiPilot 300 ขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ สามารถนำทางถนนในเมืองด้วยระบบ Autopilot (NOA) และจอดรถอัตโนมัติ (AVP)
BYD SEAL MY2025 ถูกสร้างบนพื้นฐาน e-platform 3.0 โดยจะมีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ Cell-to-body

โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวจะวางอยู่ที่ล้อหลัง มีให้เลือก 2 ความแรง รุ่นเริ่มต้นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 170 kW (232 แรงม้า) แรงบิด 380 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. มาพร้อมแบตเตอรี่ 61.44 kWh ชาร์ไฟเต็มวิ่งได้ 510 กม. (CLTC)

ส่วนอีกรุ่นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 230 kW (308 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 80.64 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ไกล 650 กม. (CLTC)

ขณะที่ในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวมสูงสุด 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ 80.64 kWh วิ่งไกล 580 กม. (CLTC)

โดยทั้ง 3 ความแรงจะรองรับการชาร์จ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ในเวลา 25 นาที และรองรับการชาร์จ AC ขนาด 7 kW โดยทุกรุ่นจะมากับเทคโนโลยี V2L รวมทั้งยังมากับระบบ Regenerative Braking มาพร้อมช่วงล่างใหม่ BYD’s Disus-C system ที่ควบคุมการลดแรงสั่นสะเทือนอัจฉริยะบนพื้นฐานอิสระ 4 ล้อ

ในด้านราคาจำหน่ายของ BYD SEAL MY2025 จะมีทั้งหมด 4 เกรดได้แก่
- 510 Standard Edition ราคา 175,800 หยวน หรือประมาณ 8.63 แสนบาท
- 650 Long Range Edition ราคา 189,800 หยวน หรือประมาณ 9.32 แสนบาท
- 650 Intelligent Driving Edition ราคา 216,800 หยวน หรือประมาณ 1.06 ล้านบาท
- 600 Four-Wheel Drive Intelligent Driving Edition ราคา 239,800 หยวน หรือประมาณ 1.17 ล้านบาท

