จากก่อนหน้าที่ทาง Autostation.com เคยบ่อยไปว่าทางบีวายดี ประเทศไทย เตรียมที่จะเปิดตัว BYD Seal 5 DM-i รถเก๋งซีดานขุมพลังปลั๊กไฮบริด ในช่วงกลางปี 2568

ล่าสุดทางผู้ผลิตรถรายใหญ่จากประเทศจีนเตรียมเปิดตัว BYD SEAL 5 DM-i ซีดานขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดแล้ว โดยมีกำหนดการณ์เปิดตัวในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 โดยซีดาน PHEV สเปกที่จะเปิดวางขายในไทยรุ่นนี้จะถูกประกอบขึ้นในโรงงานที่ประเทศไทย จ.ระยอง หลังจากที่ล่าสุดทางบีวายได้เผยโฉมจริงที่งานฉลองส่งมอบรถพลังงานพลังงานใหม่คันที่ 90,000 คันในประเทศไทย


สำหรับ BYD SEAL 5 DM-i ที่จะเปิดตัวในบ้านเรานี้จะมีดีไซน์ที่แตกต่างกับ BYD Seal L 05 DM-i ซีดานปลั๊กอินไฮบริดที่เปิดตัววางขายในจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

โดยสเปกไทยจะมีหน้าตาที่เหมือนกับ BYD Destroyer 05 ที่ขายในจีน โดยเป็นรถที่อยู่ในไลน์อัพตระกูล Warship Series
ในด้านงานออกแบบดีไซน์จากตัวรถที่นำมาโชว์ที่โรงงานประกอบเมื่อครั้งในงานส่งมอบรถคันที่ 90,000 กระจังหน้าจะออกแบบให้เป็นเลเยอร์ (Layer) ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ พร้อมตกแต่งแต่ละชั้นด้วยเส้นโครเมียม ด้านข้างจะมาในแบบเมทริกซ์ทรงเหลี่ยม

ขณะที่ชุดไฟหน้าจะวางอยู่ด้านบนเป็นแบบ LED ที่มาพร้อมไฟ DRL ที่เป็นรูปตัว L วางอยู่ในโคมเดียวกัน เชื่อมต่อชุดไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่งด้วยแถบไฟ เสริมความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่วางพาดยาวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า และที่ปลายขอบสปอยเลอร์หน้า นอกจากนั้นยังเดินด้วยเส้นโครเมียมที่กรอบหน้าต่างบานข้าง

ส่วนด้านท้ายออกแบบให้มีความลาดเทในแบบสไตล์ Fast-Back ส่วนไฟท้าย LED มาในแบบเรียวยาว ที่พาดเต็มพื้นที่ส่วนท้าย ปิดท้ายความสปอร์ตลงตัวด้วยล้ออัลลอยทูโทยขนาด 17 นิ้ว

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,780 มม., ยาว 1,837, สูง 1,495 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,718 มม. และมีระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม.



ภายในห้องโดยสารของ Seal 5 DM-i แผงคอนโซลหน้าจะมากับแผงหน้าปัด LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่สามารถปรับหมุนได้ รองรับระบบเชื่อมต่อเครือข่ายอัจฉริยะ DiLink ซึ่งรองรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น การโต้ตอบด้วยเสียง คาราโอเกะ และการอัพเกรด OTA มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม


คอนโซลกลางออกแบบให้เป็นสะพานเชื่อมต่อกับคอนโซลหน้า โดยด้านล่างจะเป็นช่องสำหรับวางของ ส่วนพื้นที่ด้านบนจะมีพื้นที่ขนาดกว้าง โดยออกแบบให้มีช่องวางแก้วน้ำถึง 2 ช่อง, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย, แป้นเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าแบบมือหมุน, ปุ่ม Push-Start, ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ




ส่วนเบาะที่นั่งมาในแบบทรงสปอร์ต เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง ด้านเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าจะมาพร้อมกับระบบอุ่นเบาะ นอกจากนี้ยังได้รับช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง และหลังคาซันรูฟ

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ 0tมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ DiPilot ที่ประกอบไปด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้, ระบบควบคุมการเข้าโค้ง, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบจดจำป้ายจราจรอัจฉริยะ, ระบบตรวจสอบจุดบอด BSD, เบรกมือไฟฟ้า, กล้อง 360 เป็นต้น

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะเป็นการทำงานร่วมกันเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 110 แรงม้า แรงบิต 135 นิวตันเมตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่คู๋ล้อหน้าให้กำลังรวม 197 แรงม้า ให้กำลังรวม 238 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงุสด 324 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม.ชม. มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ EV, HEV/SPORT, ECO และ NORMAL

มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade ขนาดความจุ 18.3 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลสุด 115 กม. (NEDC) และวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,240 กม. (NEDC) เมื่อน้ำมันเต็มถังที่มีขนาดความจุอยู่ที่ 48 ลิตร +แบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม
นอกจากนั้นตัวรถยังรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 17 Kw และรองรับการชาร์จแบบ AC ที่ 6.0 kW ชาร์จไฟเต็มในเวลาประมาณ 3 – 3.5 ชม. อีกทั้งยังมาพร้อใระบบ Vehicle-to-load (V2L)

สำหรับ BYD SEAL 5 DM-i เตรียมเปิตตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย วันที่ 8 สิงหาคม นี้ โดยตัวนถจะถูกประกอบขึ้นที่โรงงาน บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ จ. ระยอง ขณะที่สนนราคาค่าตัวนั้นคาดว่าจะเริ่มที่ประมาณ 6 -7 แสนบาท

ทั้งนี้หากมีข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
