หลังจากที่ BYD SEAL 05 DM-i ซีดาน PHEV ตัวใหม่ได้เปิดวางขายในจีนไปเมื่อต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุดมีข่าวว่าทาง บีวายดี ในประเทศไทย เตรียมนำ SEAL 05 DM-i รถเก๋งซีดานขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใมหม่ดังกล่าวนี้มาจัดจำหน่ายในตลาดเมืองไทย โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงกลางปี 2568 นี้ หรือราว ๆ เดือนสิงหาคม ที่จะถึงนี้ ลุ้นราคาเริ่มอยู่ที่ราว ๆ 6 – 7 แสนบาท

สำหรับ BYD SEAL 05 DM-i รถเก๋งซีดานขุมพลังปลั๊กไฮบริด ชูจุดเด่นจะมากับระบบ DM-i รุ่นใหม่ล่าสุด โดยในเวอร์ชันที่วางขายในจีนจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทาง 120 กม. (CLTC) และวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 2,000 กม. (CLTC) เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม และน้ำในเต็มถัง มาพร้อมระบบ ระบบ DiPilot 100 (God’s Eye C)

BYD SEAL 05 DM-i นับเป็นรถรุ่นที่ 5 ในซีรีส์ของ SEAL ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด DM รุ่นที่ 5 ของ บีวายดี โดยจะเน้นเจาะกลุ่มตลาดถยนต์ซีดานสำหรับครอบครัว ที่มาในราคาที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงง่าย โดยราคาที่เปิดวางขายในจีนนั้นจะมีราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 79,800 – 103,800 หยวน (ประมาณ 3.68 – 4.79 แสนบาท


ในด้านงานดีไซน์ ยังคงยึดแนวทางงานดีไซน์ที่เหมือนกับ BYD SEAL รถซีดานที่เป็นเวอร์ชันไฟฟ้า 100% ด้านหน้าตัวรถมาพร้อมงานดีไซน์ที่เรียกว่า Dragon Face ขนาบข้างชุดไฟหน้าดีไซน์เรียวยาวที่ทาง บีวายดี เรียกว่ามาในทรงแบบคลื่น โดยจะมีแถบไฟ LED DRL วางเรียงอยู่ด้านใน 2 ชั้น ฝากระโปรงหน้าติดตรา BYD ไว้ที่ด้านปลาย


ขณะที่กระจังหน้าออกแบบให้เป็นทรงปิดทึบ มีช่องรับอากาศที่เป็นทรงตารางสีดำ มาพร้อมช่องที่ถูกออกแบบให้เป็นทรง U ที่ด้านหน้า เพื่อเพิ่มความสปอร์ตและหลักอากาศพลศาสตร์ให้กับตัวรถ ส่วนด้านหลังติดตั้งแถบไฟ LED แบบเต็มความกว้าง ด้านชุดล้ออัลลอยจะมีขนาด 16 – 17 นิ้ว (ขึ้นอยู๋แต่ละรุ่นย่อย)

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,780 มม. กว้าง 1,837 มม. สูง 1,515 มม. และระยะฐานล้อ 2,718 มม. ซึ่งเมื่อเทียบกับรถในตระกูล SEAL ด้วยกันจะสั้นกว่า BYD SEAL 06 DM-i อยู่ที่ 50 มม. รวมทั้งยังจะสั้นกว่า BYD SEAL เวอร์ชันไฟฟ้า 100% อยู่ 20 มม. ในด้านขนาดน้ำหนักตัวรถรุ่นเริ่มต้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,480 กก. ส่วนในรุ่นที่สูงขึ้นจะมีน้ำหนัก 1,580 กก.



ภายในห้องโดยสารจะมีดีไซน์คล้ายกับ BYD SEAL EV แผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอแสดงข้อมูลแบบดิจิตอลที่วางแบบลอยตัวอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 3 ก้าน มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสที่วางแบบแขวนอยู่ตรงกลางคอนโซลหน้าโโยจะมีขนาด 12.8 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ (DiLink 100) ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง มาพร้อิมระบบนำทางอัจฉริยะ, การอัปเดต OTA และระบบความบันเทิง KTV พร้อมไมโครโฟน







เบาะที่นั่งรองรับได้ 5 ที่นั่ง ตัวเบาะหุ้มด้วยเบาะหนังระดับพรีเมียม เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มาพร้อมพวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง, กระจกมองข้างพับไฟฟ้าอัตโนมัติ, ระบบเปิดประตูและสตาร์ทแบบไร้กุญแจ, ระบบปรับอากาศแยกโซนอัตโนมัติ, ชุดไฟ Ambient Light และหลังคากระจกที่มีขนาดขนาดกว้างถึง 0.357 เมตร



ขณะที่คอนโซลกลางมาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่สามารถวางชาร์จพร้อมกันได้ถึง 2 ตำแหน่ง มาพร้อมเกียร์ที่เป็นหัวคริสตัลขนาดเล็กที่เรียกว่า Ocean Heart พร้อมรายล้อมไปด้วยปุ่มควบคุมต่าง ๆ อาทิปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปรับโหมดการขับขี่, ปุ่ม Auto Hold และไฟฉุกเฉิน นอกจากนั้นยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุอยุ่ที่ 508 ลิตร


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของซีดาน ปลั๊กอินไฮบริดตัวใหม่ในตระกูล SEAL จะมากับระบบไฮบริด EHS ที่เป็นการทำงงานรวมกันของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร NA ที่ให้กำลังสูงสุด 74kW (101 แรงม้) .แรงบิดสูงสุด 126 นิวตันเมตร ที่ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่อยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 120kW (163 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.6 วินาที มาพร้อมความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 โหมดได้แก่ EV / HEV / SPORT / ECO / NORMAL / SNOW และมีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 65 ลิตร

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ Blade ของ BYD ที่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 7.68 kWh และ 15.9 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 55 กม. และ 120 กม. (CLTC)

โดยทางผู้ผลิตเคลมไว้ว่า BYD SEAL 05 DM-i PHEV จะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดอยู่ระหว่าง 3.9 ถึง 3.98 ลิตร/100 กม. และวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 2,000 กม. (CLTC) เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จตไฟเต็ม และเติมน้ำมันเต็มถัง


พร้อมรองรับชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 6.6 kW และรองรับไปแบบ DC ที่ให้กำลังไฟชาร์จสูงสุด 15kW รวมทั้งยังมากับระบบ VTOL (จ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก)

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือกการขับขี่จะมากับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ะบบขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye C (DiPilot 100) ที่ประกอบไปด้วย กล้อง 12 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว

โดยจะได้รับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง อาทิ ระบบช่วยนำทางบนทางหลวง, ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ, ระบบไฟสูงอัจฉริยะ,ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ,ระบบจดจำป้ายจำกัดความเร็ว, ระบบช่วยควบคุมรถในเลน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน มาพร้อมระบบช่วยจอดอัจฉริยะ นอกจากนั้นยังจะได้รัยระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า,ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู, ถุงลมนิรภัย 6 จุด และ กล้องมองรอบคัน (360° HD) เป็นต้น

สำหรับ BYD SEAL 05 DM-i คาดว่าจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดเมืองไทยในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ ส่วนราคาจำหน่ายนั้นลุ้รราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ 6 – 7 แสนบาท


ทั้งนี้หากมีข้อมุล และรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
